ฤกษ์บน ฤกษ์ล่าง ฤกษ์ยาม ต่างกันยังไง มือใหม่ควรรู้อะไรก่อนเลือกฤกษ์

ฤกษ์บนหมายถึงองค์ประกอบทางดาราศาสตร์-โหราศาสตร์ระดับวัน เช่น ดิถี วันธงชัย วันอธิบดี ที่บอกว่าวันนั้นเหมาะกับงานประเภทไหนโดยรวม ฤกษ์ล่างหมายถึงการเลือกวันให้ไม่ตรงกับข้อห้ามเฉพาะบุคคล เช่น วันกาลกิณีของเจ้าของงาน ส่วนฤกษ์ยามคือการเจาะช่วงเวลาในวันนั้นให้แคบลงอีกชั้นหนึ่ง เพราะแต่ละวันมีทั้งยามดีและยามไม่ดีสลับกัน มือใหม่ควรรู้ว่าทั้งสามส่วนต้องผ่านครบจึงเรียกว่าฤกษ์ดีสมบูรณ์ ไม่ใช่ผ่านแค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง
คนที่เพิ่งเคยไปขอฤกษ์ครั้งแรก มักได้ยินหมอดูหรือพระพูดคำว่า "ฤกษ์บนดี" "ฤกษ์ล่างไม่ขัด" หรือ "ต้องดูยามด้วย" แล้วก็งงว่าทั้งสามคำนี้ต่างกันตรงไหน บางคนถึงกับเข้าใจผิดว่าเป็นคำพ้องความหมายที่พูดสลับกันได้ ซึ่งไม่ใช่เลย
ฤกษ์บน ฤกษ์ล่าง และฤกษ์ยาม เป็นคนละชั้นของการพิจารณาฤกษ์ แต่ละชั้นตอบคำถามคนละเรื่อง เมื่อเข้าใจว่าแต่ละส่วนหมายถึงอะไร การอ่านฤกษ์ที่ได้จากหมอดูหรือปฏิทินโหราศาสตร์จะไม่ใช่เรื่องลึกลับอีกต่อไป และจะรู้ด้วยว่าเวลาถามคำถามกับผู้ให้ฤกษ์ ควรถามให้ตรงจุดว่าเรื่องไหน
ฤกษ์บนคืออะไร มองภาพรวมของวันแบบไหน
ฤกษ์บนคือองค์ประกอบทางโหราศาสตร์ระดับวันที่ไม่ผูกกับตัวบุคคลใดเป็นพิเศษ เช่น ดิถี (ข้างขึ้นข้างแรม) วันธงชัย วันอธิบดี วันอุบาทว์ วันโลกาวินาศ ซึ่งแต่ละองค์ประกอบมีความหมายบอกว่าวันนั้นเหมาะหรือไม่เหมาะกับงานประเภทไหนโดยรวม เช่น บางวันเหมาะกับงานมงคลทั่วไป บางวันเหมาะเฉพาะงานที่ต้องการความแข็งแกร่งอย่างงานปลูกเสาเอก
พูดง่าย ๆ ฤกษ์บนคือการตอบคำถามว่า "วันนี้เป็นวันดีสำหรับงานแบบนี้โดยทั่วไปหรือไม่" ยังไม่ได้เจาะจงว่าดีสำหรับคนคนหนึ่งโดยเฉพาะ ตำราโหราศาสตร์ไทยแต่ละสำนักมีวิธีคำนวณองค์ประกอบเหล่านี้ต่างกันเล็กน้อย จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่บางครั้งหมอดูสองคนให้ฤกษ์บนของวันเดียวกันไม่ตรงกันเป๊ะ
ฤกษ์ล่างคืออะไร ต่างจากฤกษ์บนตรงไหน
ฤกษ์ล่างคือการนำวันที่ผ่านการคัดจากฤกษ์บนมาแล้ว มาเทียบกับดวงของเจ้าของงานอีกชั้นหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องวันกาลกิณีตามวันเกิด ซึ่งเป็นวันที่เชื่อกันว่าไม่ถูกโฉลกกับเจ้าของงานคนนั้น แม้วันนั้นจะเป็นฤกษ์บนที่ดีแค่ไหนก็ตาม
ความต่างสำคัญคือฤกษ์บนมองวันแบบภาพรวมไม่ผูกกับใคร ส่วนฤกษ์ล่างผูกกับตัวบุคคลโดยตรง คนสองคนอาจจัดงานแต่งงานคนละวันกันแม้ทั้งคู่จะขอฤกษ์บนช่วงเดียวกัน เพราะวันกาลกิณีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมการให้ฤกษ์ที่ดีจริง ๆ มักต้องรู้วันเกิดของเจ้าของงานด้วย ไม่ใช่แค่ดูปฏิทินอย่างเดียว
ฤกษ์ยามคืออะไร ทำไมต้องเจาะช่วงเวลาอีกชั้น
เมื่อได้วันที่ผ่านทั้งฤกษ์บนและฤกษ์ล่างแล้ว ยังมีการเจาะช่วงเวลาในวันนั้นให้แคบลงอีก เรียกว่าฤกษ์ยาม เพราะความเชื่อไทยถือว่าในหนึ่งวันมีทั้งช่วงเวลาที่เป็นมงคลและช่วงเวลาที่ไม่เป็นมงคลสลับกันไปตามตารางยามอัฏกาล (แบ่งกลางวันกลางคืนออกเป็นช่วง ๆ ตามวันในสัปดาห์)
ฤกษ์ยามที่ได้จึงมักออกมาเป็นช่วงเวลาแคบ ๆ เช่น "09.09-10.30 น." ไม่ใช่บอกแค่ว่าวันไหน คนที่ไม่รู้เรื่องนี้มักแปลกใจว่าทำไมฤกษ์แต่งงานถึงต้องเป๊ะขนาดเป็นนาที คำตอบคือเพราะฤกษ์ยามคำนวณละเอียดถึงระดับนั้น และบางสำนักยังแยกฤกษ์ยามสำหรับพิธีแต่ละขั้นตอนในวันเดียวกัน เช่น ยามสำหรับพิธีสงฆ์กับยามสำหรับพิธีถวายสังฆทานอาจไม่ใช่ช่วงเดียวกัน
เมื่อสามส่วนนี้ขัดกันเอง ควรทำอย่างไร
ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ทุกวันที่ทั้งฤกษ์บน ฤกษ์ล่าง และฤกษ์ยามจะเข้ากันได้พอดีทุกจุด บางวันฤกษ์บนดีมากแต่ตรงกับวันกาลกิณีของเจ้าของงาน กรณีนี้ส่วนใหญ่ผู้ให้ฤกษ์จะตัดวันนั้นทิ้งไปเลยเพราะฤกษ์ล่างมักถือเป็นเงื่อนไขที่ไม่ยอมประนีประนอม ในขณะที่ฤกษ์ยามยืดหยุ่นกว่า เพราะแค่ขยับเวลาในวันเดียวกันก็แก้ปัญหาได้แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนวันทั้งวัน
ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นภาพว่าแต่ละชั้นตอบคำถามอะไรและยืดหยุ่นแค่ไหน
| ชั้นของฤกษ์ | ตอบคำถามว่าอะไร | ผูกกับตัวบุคคลไหม | ยืดหยุ่นแค่ไหน |
|---|---|---|---|
| ฤกษ์บน | วันนี้ดีสำหรับงานประเภทนี้โดยรวมหรือไม่ | ไม่ผูก | เปลี่ยนวันได้ถ้าไม่ดี |
| ฤกษ์ล่าง | วันนี้ขัดกับดวงเจ้าของงานหรือไม่ | ผูกกับบุคคล | มักไม่ประนีประนอม |
| ฤกษ์ยาม | ช่วงเวลาไหนในวันนี้เป็นมงคล | ผูกกับบุคคล (บางสำนัก) | ขยับเวลาในวันเดียวกันได้ |
ต้องดูครบทั้งสามส่วนทุกงานไหม
ขึ้นอยู่กับความสำคัญของงาน งานใหญ่อย่างฤกษ์แต่งงานหรือฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ส่วนใหญ่คนไทยนิยมดูครบทั้งสามชั้น เพราะเป็นงานที่ทำครั้งเดียวและมีความหมายต่อชีวิตยาว ส่วนงานเล็กกว่า เช่น เปิดร้านค้าขายทั่วไป บางคนดูแค่ฤกษ์บนกับฤกษ์ล่างก็พอ ไม่ได้เจาะฤกษ์ยามละเอียดขนาดนั้น
ไม่มีกฎตายตัวว่าต้องดูครบทุกชั้นเสมอ ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละครอบครัวและความสำคัญของงานนั้นในชีวิต การถามหมอดูตรง ๆ ว่า "ฤกษ์นี้ผ่านครบทั้งสามชั้นไหม หรือผ่านแค่บางชั้น" จะช่วยให้เข้าใจฤกษ์ที่ได้มาแม่นยำขึ้น แทนที่จะรับมาเฉย ๆ โดยไม่รู้ว่าดูมาจากมุมไหนบ้าง
ข้อควรระวังสำหรับมือใหม่
- อย่าเข้าใจว่าฤกษ์บนดีแล้วจบ เพราะถ้าฤกษ์ล่างขัดกับดวงเจ้าของงาน วันนั้นก็ยังไม่เหมาะอยู่ดี
- อย่าเปรียบเทียบฤกษ์จากสองแหล่งที่ใช้วิธีคำนวณต่างกันโดยไม่ถามว่าแต่ละแหล่งดูองค์ประกอบอะไรบ้าง เพราะอาจเทียบกันคนละชั้น เรื่องนี้มีคำอธิบายเพิ่มเติมในทำไมหมอดูให้ฤกษ์ไม่ตรงกัน
- อย่าตื่นตระหนกถ้าหาฤกษ์ที่ผ่านครบทุกชั้นในช่วงเวลาที่ต้องการไม่ได้ ลองอ่านแนวทางในเลือกฤกษ์แบบไม่เครียดว่ามีทางออกอื่นอยู่เสมอ
สรุป
ฤกษ์บน ฤกษ์ล่าง และฤกษ์ยาม เป็นสามชั้นที่ตอบคำถามคนละเรื่อง ฤกษ์บนดูวันแบบภาพรวม ฤกษ์ล่างดูว่าวันนั้นขัดกับดวงเจ้าของงานหรือไม่ ส่วนฤกษ์ยามเจาะช่วงเวลาในวันนั้นให้แคบลง เมื่อเข้าใจสามชั้นนี้แยกจากกัน การคุยกับหมอดูหรืออ่านฤกษ์จากปฏิทินโหราศาสตร์จะชัดเจนขึ้นมาก และจะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรยืดหยุ่นได้ (เช่นขยับยาม) กับเมื่อไหร่ที่ควรยึดตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด (เช่นเลี่ยงวันกาลกิณี) แทนที่จะปฏิบัติตามฤกษ์แบบไม่เข้าใจที่มา







