ตั้งชื่อลูกสำหรับพ่อแม่ที่สื่อสารด้วยภาษามือเป็นหลัก ต้องคำนึงถึงชื่อภาษามือควบคู่กับชื่อจริงไหม

ชื่อจริงตามทะเบียนราษฎร์กับชื่อภาษามือ (sign name) เป็นคนละระบบที่ทำหน้าที่ต่างกัน ไม่มีข้อบังคับว่าต้องมีความหมายเชื่อมโยงกัน พ่อแม่ที่สื่อสารด้วยภาษามือเป็นหลักสามารถตั้งชื่อจริงตามหลักความเชื่อไทยตามปกติ ส่วนชื่อภาษามือตามธรรมเนียมของชุมชนคนหูหนวกส่วนใหญ่ควรให้สมาชิกในชุมชนคนหูหนวกเป็นผู้ตั้งให้ ไม่ใช่พ่อแม่ที่ได้ยินปกติตั้งเองฝ่ายเดียว
ครอบครัวที่พ่อแม่สื่อสารด้วยภาษามือเป็นภาษาหลักในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่หูหนวกเองหรือเป็นล่ามภาษามือมืออาชีพ มักมีคำถามที่พ่อแม่ทั่วไปไม่เคยต้องคิดถึง นั่นคือลูกต้องมีชื่อสองแบบไหม ทั้งชื่อจริงที่ใช้ในเอกสารราชการ และชื่อภาษามือที่ใช้เรียกกันจริงในชีวิตประจำวัน
คำตอบคือใช่ ทั้งสองอย่างเป็นคนละเรื่องกันจริง และไม่มีกฎตายตัวว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือต้องให้ความหมายไปในทิศทางเดียวกัน
ชื่อจริงกับชื่อภาษามือทำหน้าที่ต่างกันตั้งแต่ต้น
ชื่อจริงตามทะเบียนราษฎร์เป็นชื่อที่ใช้ในเอกสารราชการ การศึกษา และการติดต่อกับสังคมภายนอกที่ใช้ภาษาพูดหรือภาษาเขียน ส่วนชื่อภาษามือ หรือที่ในวงการคนหูหนวกเรียกว่า sign name เป็นชื่อที่ใช้เฉพาะในการสื่อสารด้วยภาษามือ มักเป็นท่าทางที่สื่อถึงลักษณะเด่นของคนคนนั้น เช่น ลักยิ้ม ผมหยิก หรือนิสัยที่สังเกตเห็นได้ชัด
เพราะทำหน้าที่ต่างกันโดยพื้นฐาน พ่อแม่จึงไม่ต้องพยายามหาความหมายที่เชื่อมโยงทั้งสองชื่อเข้าด้วยกัน ตั้งชื่อจริงตามหลักความเชื่อและความหมายที่ครอบครัวต้องการได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะขัดกับชื่อภาษามือที่จะเกิดขึ้นทีหลัง
ชื่อภาษามือควรตั้งโดยใคร ตามธรรมเนียมของชุมชนคนหูหนวก
จุดที่พ่อแม่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าตัวเองต้องเป็นคนกำหนดชื่อภาษามือให้ลูกเหมือนตั้งชื่อจริง แต่ในธรรมเนียมของชุมชนคนหูหนวกหลายแห่ง ชื่อภาษามือมักได้รับจากสมาชิกในชุมชนคนหูหนวกที่ได้เห็นลักษณะเด่นของเด็กแล้วตั้งให้ ไม่ใช่พ่อแม่ที่ได้ยินปกติตั้งเองข้างเดียว การให้ชุมชนเป็นผู้ตั้งถือเป็นการยอมรับเด็กเข้าสู่กลุ่มสังคมนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ถ้าพ่อแม่เองก็เป็นคนหูหนวกและอยู่ในชุมชนคนหูหนวกอยู่แล้ว กระบวนการนี้มักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อเด็กเริ่มโตพอมีลักษณะเฉพาะให้สังเกต แต่ถ้าเป็นพ่อแม่ที่ได้ยินปกติแต่เลือกใช้ภาษามือสื่อสาร ควรปรึกษาผู้ใหญ่หรือกลุ่มคนหูหนวกที่คุ้นเคยเพื่อให้กระบวนการนี้เหมาะสมกับธรรมเนียมจริง ไม่ใช่คิดเอาเองแล้วประกาศใช้
ลำดับเวลาที่ต่างกัน ไม่ใช่เรื่องต้องกังวล
ชื่อจริงส่วนใหญ่ต้องสรุปก่อนหรือหลังคลอดไม่นานเพื่อไปแจ้งเกิดตามกฎหมาย ขณะที่ชื่อภาษามือมักเกิดขึ้นภายหลัง บางครั้งกินเวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีกว่าจะมีลักษณะเด่นให้ชุมชนสังเกตและตั้งชื่อให้ได้ชัดเจน พ่อแม่จึงไม่ต้องรีบร้อนหาชื่อภาษามือให้เสร็จพร้อมชื่อจริง เพราะเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาต่างกันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
เรื่องขั้นตอนตั้งชื่อจริงตั้งแต่ต้นจนถึงวันแจ้งเกิด มีลำดับขั้นตอนละเอียดอยู่ในหลักการตั้งชื่อลูกเบื้องต้น ส่วนใครที่อยากดูแนวทางเลือกความหมายชื่อจริงให้ลึกซึ้งขึ้น อ่านเพิ่มได้ในตั้งชื่อลูกให้มีความหมาย
เมื่อพ่อแม่หูหนวกแต่ลูกได้ยินปกติ หรือกลับกัน
กรณีพ่อแม่หูหนวกแต่ลูกได้ยินปกติ เด็กจะเติบโตมาพร้อมทั้งชื่อจริงที่ใช้เรียกในโลกที่ได้ยิน และชื่อภาษามือที่ใช้เรียกในบ้านและชุมชนคนหูหนวก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กที่โตมาสองภาษาสองวัฒนธรรม ส่วนกรณีพ่อแม่ได้ยินปกติแต่ลูกหูหนวก พ่อแม่มักต้องเรียนภาษามือเพิ่มเติมและอาศัยชุมชนคนหูหนวกช่วยแนะนำเรื่องชื่อภาษามือของลูกเช่นกัน ทั้งสองกรณีไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าครอบครัวใกล้ชิดกับชุมชนคนหูหนวกมากน้อยแค่ไหน
ส่วนเรื่องอักษรมงคลตามวันเกิดสำหรับชื่อจริง ยังใช้หลักเดียวกับครอบครัวทั่วไป อ่านรายละเอียดได้ในอักษรมงคลสำหรับตั้งชื่อลูก และถ้าต้องการตรวจความหมายชื่อจริงให้ละเอียดก่อนสรุป มีวิธีตรวจสอบอยู่ในวิธีตรวจความหมายชื่อภาษาไทย
สรุป
ชื่อจริงกับชื่อภาษามือเป็นคนละระบบที่ไม่ต้องบังคับให้เชื่อมโยงกัน พ่อแม่ที่สื่อสารด้วยภาษามือเป็นหลักตั้งชื่อจริงตามหลักความเชื่อไทยได้ตามปกติ ส่วนชื่อภาษามือควรปล่อยให้เกิดขึ้นตามธรรมเนียมของชุมชนคนหูหนวก โดยให้ผู้ที่คุ้นเคยกับเด็กเป็นผู้ตั้งให้ตามลักษณะเฉพาะที่ปรากฏขึ้นจริง ไม่ต้องรีบให้เสร็จพร้อมกับชื่อจริง เพราะเป็นกระบวนการที่มีจังหวะของตัวเอง







