รีแบรนด์ธุรกิจหลังเปลี่ยนกลุ่มสินค้าหรือลูกค้าหลัก แต่ยังใช้ชื่อบริษัทเดิม ต้องปรับโลโก้สีมงคลใหม่ไหม

ธุรกิจที่เปลี่ยนกลุ่มสินค้าหรือลูกค้าหลักแต่ยังใช้ชื่อบริษัทเดิม ไม่จำเป็นต้องปรับสีโลโก้ตามหลักมงคลใหม่เสมอไป เพราะสีมงคลของธุรกิจอิงตามธาตุประจำวันเกิดของเจ้าของกิจการหรือปีที่ก่อตั้งเป็นหลัก ไม่ได้ผูกกับประเภทสินค้าโดยตรง สิ่งที่ควรพิจารณาปรับจริงคือความเหมาะสมของสีต่อการรับรู้ของกลุ่มลูกค้าใหม่ในทางการตลาด ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับความหมายมงคลของสีที่มีต่อตัวธุรกิจ
ธุรกิจจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นด้วยสินค้าหรือกลุ่มลูกค้าหนึ่ง แล้วค่อยๆ ปรับทิศทางไปหากลุ่มลูกค้าใหม่ที่ทำกำไรได้ดีกว่าตามสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป เช่น ร้านที่เริ่มจากขายสินค้าราคาประหยัดแล้วปรับไปเน้นสินค้าพรีเมียมมากขึ้น หรือธุรกิจที่เคยเน้นลูกค้าองค์กรแล้วเปลี่ยนมาเน้นลูกค้าทั่วไปแทน โดยยังคงใช้ชื่อบริษัทเดิมตลอดการเปลี่ยนแปลงนี้
คำถามที่ตามมาคือสีโลโก้เดิมที่เคยเลือกไว้ตอนตั้งบริษัทยังใช้ได้อยู่ไหม หรือควรปรับใหม่ให้เข้ากับทิศทางธุรกิจปัจจุบัน
สีมงคลของโลโก้ผูกกับอะไร ไม่ใช่ผูกกับประเภทสินค้า
หลักความเชื่อไทยเรื่องสีมงคลสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่อิงตามธาตุประจำวันเกิดของเจ้าของกิจการ หรือบางแนวทางอิงตามปีที่ก่อตั้งธุรกิจ เพื่อให้สีเสริมดวงเจ้าของและช่วยส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของกิจการ ไม่ได้ผูกกับประเภทสินค้าที่ขายโดยตรง
เพราะฉะนั้นเมื่อธุรกิจเปลี่ยนกลุ่มสินค้าหรือลูกค้าหลัก แต่เจ้าของกิจการยังเป็นคนเดิมและวันก่อตั้งบริษัทก็ไม่ได้เปลี่ยน ความหมายมงคลของสีเดิมจึงยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้สูญเสียไปเพราะสินค้าที่ขายเปลี่ยนไป
เมื่อสีเดิมไม่เข้ากับภาพลักษณ์สินค้าใหม่ในทางการตลาด
ประเด็นที่แยกออกจากความหมายมงคลคือเรื่องกลยุทธ์แบรนด์และการรับรู้ของลูกค้า สีบางสีที่เหมาะกับสินค้าราคาประหยัดอาจให้ความรู้สึกไม่เข้ากับสินค้าพรีเมียมในสายตาลูกค้าใหม่ หรือสีที่เคยเหมาะกับลูกค้าองค์กรอาจดูจริงจังเกินไปสำหรับลูกค้าทั่วไปที่ต้องการความเป็นกันเอง
กรณีนี้เป็นเรื่องการตลาดล้วนๆ ที่ควรตัดสินใจจากการวิจัยความรู้สึกของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ ไม่ใช่ตัดสินใจจากความหมายมงคลเพียงอย่างเดียว เพราะแม้สีจะมงคลตามหลักความเชื่อ แต่ถ้าลูกค้าใหม่มองแล้วรู้สึกว่าไม่เข้ากับสินค้า ก็อาจกระทบยอดขายได้มากกว่าประโยชน์ที่ได้จากความหมายมงคล
ปรับสีบางส่วนโดยยังรักษาความหมายมงคลเดิมไว้ได้ไหม
ทางเลือกที่หลายธุรกิจใช้คือการปรับสีเพียงบางส่วนแทนการเปลี่ยนทั้งหมด เช่น คงสีหลักที่มีความหมายมงคลตามธาตุเจ้าของกิจการไว้เป็นสีรอง แล้วเพิ่มสีใหม่ที่เข้ากับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นสีหลักแทน วิธีนี้ช่วยให้ยังคงความหมายมงคลบางส่วนไว้ พร้อมกับปรับภาพลักษณ์ให้ตรงกับทิศทางธุรกิจใหม่ได้
การทำแบบนี้ยังช่วยรักษาความต่อเนื่องของแบรนด์ในสายตาลูกค้าเก่าที่คุ้นเคยกับสีเดิม ไม่ให้รู้สึกว่าเป็นธุรกิจคนละเจ้าไปเลยหลังการรีแบรนด์
รูปทรงโลโก้กับข้อความ สิ่งที่มักต้องปรับมากกว่าสี
เมื่อกลุ่มลูกค้าเปลี่ยน สิ่งที่มักต้องปรับมากกว่าสีคือรูปแบบตัวอักษรและองค์ประกอบภาพของโลโก้ เพราะสื่อถึงบุคลิกของแบรนด์ได้ชัดเจนกว่าสีเพียงอย่างเดียว เช่น ตัวอักษรที่ดูเป็นทางการอาจเหมาะกับลูกค้าองค์กร แต่ตัวอักษรที่ดูอ่อนโยนกว่าอาจเหมาะกับลูกค้าทั่วไปมากกว่า
ในมุมความเชื่อ รูปทรงโลโก้ก็มีหลักพิจารณาแยกต่างหากจากสี เช่น รูปทรงกลมสื่อถึงความราบรื่นต่อเนื่อง รูปทรงเหลี่ยมสื่อถึงความมั่นคง การปรับรูปทรงจึงเป็นอีกมิติหนึ่งที่ควรพิจารณาแยกจากเรื่องสีเมื่อรีแบรนด์เพื่อกลุ่มลูกค้าใหม่
ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยังใช้โลโก้เก่าและใหม่คู่กัน
ธุรกิจที่รีแบรนด์ระหว่างดำเนินกิจการต่อเนื่องมักมีช่วงเปลี่ยนผ่านที่ใช้ทั้งโลโก้เก่าและใหม่คู่กันไประยะหนึ่ง เพื่อไม่ให้ลูกค้าเก่าสับสนว่าเปลี่ยนเจ้าของหรือปิดกิจการไปแล้ว ช่วงนี้ควรสื่อสารกับลูกค้าให้ชัดเจนว่าเป็นการปรับปรุงแบรนด์ ไม่ใช่การเปลี่ยนเจ้าของกิจการ
ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจและช่องทางที่ต้องอัปเดต เช่น ป้ายหน้าร้าน บรรจุภัณฑ์ และสื่อออนไลน์ ควรวางแผนให้ทุกช่องทางเปลี่ยนเป็นโลโก้ใหม่ในกรอบเวลาที่ไม่ห่างกันมากเกินไป
ข้อควรระวัง
อย่าเปลี่ยนสีโลโก้ตามกระแสความเชื่อโดยไม่พิจารณาความรู้สึกของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจริง เพราะอาจได้สีที่มงคลตามความเชื่อแต่ไม่เข้ากับภาพลักษณ์สินค้าในสายตาลูกค้า และอย่าเปลี่ยนโลโก้กะทันหันโดยไม่แจ้งลูกค้าเก่าล่วงหน้า เพราะอาจทำให้ลูกค้าที่คุ้นเคยกับแบรนด์เดิมรู้สึกสับสนหรือเข้าใจผิดว่าธุรกิจเปลี่ยนเจ้าของ
สรุป
ธุรกิจที่เปลี่ยนกลุ่มสินค้าหรือลูกค้าหลักแต่ยังใช้ชื่อบริษัทเดิม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสีโลโก้ตามหลักมงคลใหม่ เพราะความหมายมงคลของสีผูกกับตัวเจ้าของกิจการมากกว่าประเภทสินค้า สิ่งที่ควรพิจารณาปรับจริงคือความเหมาะสมของสีต่อการรับรู้ของกลุ่มลูกค้าใหม่ในทางการตลาด ซึ่งแก้ได้ด้วยการปรับสีบางส่วนโดยยังรักษาความหมายมงคลเดิมไว้ ทั้งสองเรื่องนี้ตัดสินใจแยกจากกันได้อย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งหมด







