มาสคอตแบรนด์ ออกแบบยังไงให้เป็นมงคลและดึงดูดลูกค้าได้จริง

มาสคอตแบรนด์ที่เป็นมงคลและดึงดูดลูกค้าได้จริงต้องผ่านสามชั้นพร้อมกัน คือสื่อสารตัวตนของธุรกิจได้ชัดเจน ไม่ขัดกับความเชื่อหรือความรู้สึกของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และออกแบบสี ท่าทาง สีหน้าให้ดูเป็นมิตรไม่น่ากลัว ส่วนการอ้างอิงหลักฮวงจุ้ยเรื่องธาตุหรือสัตว์มงคลเป็นชั้นเสริมที่ทำได้ถ้าธุรกิจต้องการ แต่ไม่ควรให้ความเชื่อมาบดบังความชัดเจนของตัวตนแบรนด์
ร้านชานมไข่มุกหลายเจ้าในไทยมีมาสคอตเป็นตัวการ์ตูนสัตว์น่ารักยืนต้อนรับหน้าร้านหรือปรากฏบนแก้วเครื่องดื่ม ขณะที่ธุรกิจประกันภัยบางแบรนด์เลือกใช้มาสคอตที่ดูอบอุ่นน่าเชื่อถือแทนความน่ารักแบบเด็ก ความแตกต่างนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการคิดว่ามาสคอตต้องสื่อสารอะไรให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ
หลายเจ้าของกิจการที่กำลังคิดจะสร้างมาสคอตให้แบรนด์ มักสงสัยว่านอกจากความน่ารักแล้ว ควรใส่มิติความเชื่อเรื่องมงคลเข้าไปด้วยหรือไม่ และถ้าใส่ ควรใส่แค่ไหนถึงจะไม่กลายเป็นการยัดเยียดความเชื่อจนดูไม่เป็นธรรมชาติ บทความนี้จะไล่ให้เห็นทีละมิติ
มาสคอตแบรนด์ทำหน้าที่อะไรบ้างนอกจากความน่ารัก
มาสคอตที่ดีทำหน้าที่เป็นตัวแทนบุคลิกของแบรนด์ที่จับต้องได้ง่ายกว่าโลโก้ตัวอักษรเพียงอย่างเดียว ลูกค้าจดจำตัวการ์ตูนที่มีหน้าตาชัดเจนได้ง่ายกว่าจดจำชื่อแบรนด์หรือรูปทรงโลโก้ล้วน ๆ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเด็กและครอบครัวที่ตอบสนองกับตัวละครได้ดีกว่าข้อความ
นอกจากด้านการจดจำ มาสคอตยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดที่ยืดหยุ่นกว่าโลโก้ ใช้ในโปสเตอร์ ใช้เป็นตัวละครสวมชุดต้อนรับลูกค้าหน้าร้าน ใช้เป็นสติกเกอร์แจกในแคมเปญ หรือแม้แต่ใช้เป็นตัวละครในคอนเทนต์โซเชียลมีเดียที่มีบุคลิกและน้ำเสียงเป็นของตัวเอง สิ่งเหล่านี้ทำให้แบรนด์รู้สึกมีชีวิตและเข้าถึงง่ายกว่าการสื่อสารด้วยข้อความหรือภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว
เลือกสัตว์หรือตัวละครมาสคอตตามความเชื่ออย่างไร
หลายธุรกิจไทยเลือกสัตว์มงคลมาเป็นต้นแบบมาสคอต โดยอิงตามความเชื่อจีนหรือความเชื่อไทยที่ผูกกับประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจการเงินหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับความมั่งคั่งมักเลือกสัตว์ที่เชื่อมโยงกับโชคลาภตามความเชื่อจีน ธุรกิจอาหารมักเลือกสัตว์ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นมิตรมากกว่าสัตว์ที่ดูดุหรือน่ากลัว
สิ่งสำคัญคือต้องระบุให้ชัดในใจว่ากำลังอิงความเชื่อระบบใด เพราะสัตว์ชนิดเดียวกันอาจมีความหมายต่างกันในความเชื่อคนละระบบ เช่น สัตว์บางชนิดเป็นมงคลตามความเชื่อจีนแต่ไม่ได้มีความหมายพิเศษในความเชื่อไทย การเลือกจึงควรพิจารณาว่ากลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจคุ้นเคยหรือให้ความสำคัญกับความเชื่อระบบใดมากกว่า ไม่ใช่หยิบสัญลักษณ์มงคลมาผสมกันโดยไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน
สีของมาสคอตมีผลต่อความรู้สึกลูกค้าแค่ไหน
สีเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อความรู้สึกแรกที่ลูกค้ามีต่อมาสคอตมากกว่าที่หลายคนคิด ทั้งในมิติจิตวิทยาสีทั่วไปและมิติความเชื่อเรื่องสีมงคล ตารางด้านล่างสรุปแนวทางที่ธุรกิจไทยมักใช้อ้างอิง
| สี | ความรู้สึกทั่วไป | ความหมายตามความเชื่อที่มักอ้างอิง |
|---|---|---|
| แดง | กระตือรือร้น ดึงดูดสายตา | มงคล เสริมพลังและความมั่งคั่งตามความเชื่อจีน |
| เขียว | สดชื่น เป็นมิตรกับธรรมชาติ | เติบโต ความสมดุล |
| ทอง/เหลือง | หรูหรา น่าเชื่อถือ | ความมั่งคั่ง เกียรติยศ |
| ฟ้า/น้ำเงิน | สงบ น่าไว้วางใจ | ความมั่นคง สติปัญญา |
การเลือกสีมาสคอตควรพิจารณาทั้งสองมิติร่วมกัน ไม่ใช่เลือกจากความเชื่อเรื่องสีเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูว่าเข้ากับภาพลักษณ์ธุรกิจจริงหรือไม่ เช่น ธุรกิจสายสุขภาพที่ต้องการความรู้สึกสงบน่าเชื่อถือ อาจไม่เหมาะกับสีแดงจัดจ้านแม้จะเป็นสีมงคลตามความเชื่อก็ตาม
ท่าทางและสีหน้าที่ควรเลี่ยงตามความเชื่อเรื่องมงคล
ท่าทางของมาสคอตควรสื่อถึงความเป็นมิตรและเข้าใกล้ได้ง่ายเป็นหลัก ควรเลี่ยงท่าทางที่ดูก้าวร้าวอย่างการชูกำปั้นขู่หรือสีหน้าที่ดุดันเกินไป เพราะขัดกับเป้าหมายหลักของมาสคอตที่ต้องการสร้างความรู้สึกดีให้ลูกค้าอยากเข้าใกล้แบรนด์ ไม่ใช่รู้สึกกลัวหรือระแวง
ในมิติความเชื่อ บางสายความเชื่อยังเลี่ยงท่าทางที่สื่อถึงความโศกเศร้า การร้องไห้ หรือท่าทางที่ดูเหมือนการสูญเสีย เพราะไม่สอดคล้องกับความหมายเชิงบวกที่ธุรกิจต้องการสื่อสารตั้งแต่แรกเริ่ม รวมถึงบางความเชื่อยังให้ความสำคัญกับทิศทางที่มาสคอตหันหน้าในภาพโปรโมชัน โดยเชื่อว่าทิศทางที่หันเข้าหาผู้ชมสื่อถึงการต้อนรับมากกว่าทิศทางที่หันหลังหรือมองออกนอกภาพ
มาสคอตกับฮวงจุ้ยธาตุ ไปด้วยกันได้จริงหรือแค่การตลาด
หลักฮวงจุ้ยเรื่องธาตุทั้งห้าสามารถนำมาใช้เป็นกรอบช่วยเลือกโทนสีและรูปลักษณ์ของมาสคอตให้มีทิศทางชัดเจนขึ้นได้ เช่น ธุรกิจที่ต้องการสื่อถึงพลังงานและความกระตือรือร้นอาจเลือกโทนสีและรูปทรงที่เชื่อมโยงกับธาตุไฟ ส่วนธุรกิจที่ต้องการสื่อถึงความมั่นคงอาจเลือกโทนที่เชื่อมโยงกับธาตุดิน
สิ่งที่ควรเข้าใจให้ชัดคือหลักฮวงจุ้ยธาตุเป็นเครื่องมือช่วยคิดออกแบบ ไม่ใช่ปัจจัยที่รับประกันความสำเร็จทางการตลาดของมาสคอต เพราะความสำเร็จในทางปฏิบัติยังขึ้นอยู่กับคุณภาพงานออกแบบ ความสม่ำเสมอในการใช้งานทุกช่องทาง และการที่มาสคอตนั้นเข้ากับบุคลิกแบรนด์จริง ๆ มากกว่าการยึดตามหลักธาตุเพียงอย่างเดียวโดยละเลยมิติอื่น
ตัวอย่างสมมติ แนวคิดออกแบบมาสคอตที่ผสมความเชื่อได้อย่างเหมาะสม
ตัวอย่างสถานการณ์สมมติต่อไปนี้ยกขึ้นเพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ไม่ใช่กรณีศึกษาจริง สมมติว่าร้านขายส้มตำแห่งหนึ่งต้องการมาสคอตที่สื่อถึงความอร่อยแบบไทยและความเป็นมงคลไปพร้อมกัน แนวทางที่เป็นไปได้คือเลือกตัวละครที่ได้แรงบันดาลใจจากสัตว์ที่คนไทยคุ้นเคยในเชิงบวก ใช้โทนสีเขียวและแดงที่สื่อถึงวัตถุดิบสดและรสชาติจัดจ้าน ให้ท่าทางร่าเริงยิ้มแย้มและมือชูนิ้วโป้งแสดงความอร่อย
การผสมความเชื่อเข้ากับดีไซน์แบบนี้ทำให้มาสคอตดูมีที่มาที่ไปชัดเจน ไม่ใช่การหยิบสัญลักษณ์มงคลมาแปะโดยไม่เกี่ยวข้องกับตัวธุรกิจ ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้ได้กับธุรกิจประเภทอื่นเช่นกัน คือเริ่มจากตัวตนของธุรกิจก่อน แล้วจึงเลือกองค์ประกอบความเชื่อที่เสริมตัวตนนั้นให้ชัดขึ้น ไม่ใช่เริ่มจากความเชื่อแล้วค่อยยัดเยียดเข้ากับธุรกิจภายหลัง
มาสคอตหนึ่งตัวใช้ได้กับทุกช่องทางไหม หรือต้องปรับตามบริบท
มาสคอตหลักที่ออกแบบไว้สามารถใช้เป็นแกนหลักได้ในทุกช่องทาง แต่ในทางปฏิบัติมักต้องมีเวอร์ชันย่อยเพื่อให้เหมาะกับแต่ละบริบทการใช้งาน เช่น เวอร์ชันเต็มตัวสำหรับใช้เป็นชุดแฟนซีต้อนรับลูกค้าหน้าร้าน เวอร์ชันครึ่งตัวหรือหน้าเดียวสำหรับใช้เป็นไอคอนบนแอปพลิเคชันหรือโซเชียลมีเดีย และเวอร์ชันแสดงอารมณ์หลากหลายสำหรับใช้เป็นสติกเกอร์แชทที่ลูกค้าโต้ตอบด้วยได้
การเตรียมเวอร์ชันย่อยเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณในระยะยาว เพราะไม่ต้องกลับไปจ้างออกแบบใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้มาสคอตในบริบทที่ต่างออกไป และยังช่วยรักษาความสอดคล้องของบุคลิกมาสคอตในทุกช่องทางให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ดูเหมือนตัวละครคนละตัวเมื่อปรากฏในที่ต่างกัน
เมื่อมาสคอตเก่าไม่ตอบโจทย์แล้ว ควรปรับหรือเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
ธุรกิจที่ใช้มาสคอตมานานหลายปีอาจถึงจุดที่รู้สึกว่ามาสคอตเดิมดูล้าสมัยหรือไม่ตรงกับทิศทางแบรนด์ที่เปลี่ยนไป คำถามที่ตามมาคือควรปรับโฉมมาสคอตเดิมให้ทันสมัยขึ้น หรือควรเปลี่ยนมาสคอตใหม่ทั้งตัว คำตอบขึ้นอยู่กับว่าลูกค้ายังจดจำและมีความผูกพันกับมาสคอตเดิมมากแค่ไหน
ถ้ามาสคอตเดิมเป็นที่จดจำและมีความหมายทางความรู้สึกกับลูกค้าเก่าอยู่มาก การปรับโฉมให้ทันสมัยขึ้นโดยคงลักษณะเด่นเดิมไว้ เช่น สี รูปทรงหลัก หรือชื่อตัวละคร มักเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าธุรกิจกำลังรีแบรนด์ครั้งใหญ่และต้องการภาพลักษณ์ใหม่ที่ชัดเจน การออกแบบมาสคอตใหม่ทั้งตัวควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงอื่นก็เป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลเช่นกัน
สรุป
มาสคอตแบรนด์ที่ดีเริ่มต้นจากความเข้าใจตัวตนของธุรกิจก่อนเสมอ แล้วจึงเลือกสัตว์ ตัวละคร สี และท่าทางที่สอดคล้องกับทั้งตัวตนนั้นและความเชื่อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การอ้างอิงหลักฮวงจุ้ยหรือความเชื่อเรื่องมงคลเป็นชั้นเสริมที่ทำให้มาสคอตมีความหมายลึกขึ้น แต่ไม่ควรให้ความเชื่อมาบดบังความชัดเจนของภาพลักษณ์แบรนด์ เมื่อทั้งสองส่วนนี้ไปด้วยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ มาสคอตจึงจะทำหน้าที่ดึงดูดลูกค้าได้จริงในระยะยาว







