มงคล
ตัวเลขมงคล

ทำไมตึกไทยหลายแห่งข้ามเลขชั้น 4 และ 13 ความเชื่อนี้มาจากไหน

กองบรรณาธิการมงคลเผยแพร่ อ่าน 9 นาที
แผงปุ่มกดลิฟต์ในตึกที่แสดงเลขชั้นต่าง ๆ
คำตอบสั้น ๆ

ตึกจำนวนมากในไทยข้ามเลขชั้น 4 เพราะรับอิทธิพลความเชื่อจีนที่เลข 4 ออกเสียงพ้องกับคำว่า 'ตาย' และข้ามเลขชั้น 13 เพราะรับความเชื่อตะวันตกที่มองว่าเลข 13 นำโชคร้าย ทั้งสองเป็นความเชื่อเชิงวัฒนธรรมคนละระบบที่ผสมมาอยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมไทย ไม่ใช่ข้อกำหนดทางกฎหมายหรือมาตรฐานวิศวกรรมอาคารแต่อย่างใด ชั้นนั้นยังคงมีอยู่จริง เพียงเปลี่ยนป้ายเป็นเลขอื่นเท่านั้น

ลองสังเกตแผงปุ่มกดลิฟต์ในคอนโดหรือโรงแรมหลายแห่งดูดี ๆ จะเห็นว่าบางตึกกดจากชั้น 3 แล้วกระโดดไปชั้น 5 เลย หรือบางตึกมีปุ่ม "12A" แทรกอยู่ระหว่างชั้น 12 กับ 14 ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ความผิดพลาดของช่างติดตั้งลิฟต์ แต่เป็นการตัดสินใจของผู้พัฒนาอาคารที่ทำกันมานานจนกลายเป็นเรื่องปกติในวงการอสังหาริมทรัพย์

เลขชั้นที่หายไปบ่อยที่สุดคือ 4 กับ 13 และสองเลขนี้มาจากความเชื่อคนละระบบกันโดยสิ้นเชิง

ทำไมเลข 4 ถึงถูกมองว่าไม่เป็นมงคลในตึกไทย

ความเชื่อเรื่องเลข 4 มีต้นทางจากภาษาจีน ไม่ใช่ความเชื่อไทยดั้งเดิม คำว่า "สี่" ในภาษาจีนกลางออกเสียงว่า "sì" ซึ่งพ้องเสียงใกล้เคียงกับคำว่า "死" ที่แปลว่า "ตาย" ความรู้สึกไม่สบายใจต่อเสียงพ้องนี้ฝังลึกในวัฒนธรรมจีนมานาน และแพร่เข้ามาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยผ่านนักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการเชื้อสายจีนจำนวนมากที่มีบทบาทสำคัญในตลาดคอนโดและโรงแรมไทย

ในภาษาไทยเอง เลข 4 ไม่ได้มีเสียงพ้องกับคำที่มีความหมายไม่ดีแต่อย่างใด แต่เพราะความเชื่อนี้ติดมากับกลุ่มทุนและผู้บริหารโครงการ จึงกลายเป็นธรรมเนียมที่สืบทอดต่อกันมาโดยไม่มีใครตั้งคำถามมากนัก คล้ายกับการที่คนไทยจำนวนมากรับธรรมเนียมมงคลจีนอื่น ๆ มาปรับใช้ เช่น สีแดงกับซองอั่งเปา โดยไม่ได้สนใจว่าที่มาแท้จริงเป็นความเชื่อของระบบวัฒนธรรมใด

เลข 13 ความเชื่อตะวันตกที่ผสมเข้ามาในไทย

ส่วนเลข 13 มาจากคนละทางเลย ความเชื่อว่าเลข 13 นำโชคร้ายมีรากมาจากวัฒนธรรมตะวันตก โดยเฉพาะความเชื่อทางศาสนาคริสต์ที่เชื่อมโยงกับเรื่องอาหารค่ำมื้อสุดท้ายที่มีผู้ร่วมโต๊ะ 13 คน และตำนานพื้นบ้านยุโรปอีกหลายเรื่องที่ผูกเลข 13 เข้ากับความโชคร้าย จนเกิดคำเฉพาะในภาษาอังกฤษว่า triskaidekaphobia หมายถึงความกลัวเลข 13

ตึกสูงในสหรัฐอเมริกาและยุโรปหลายแห่งข้ามเลขชั้น 13 มานานก่อนที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยจะรับแนวคิดนี้มาใช้ เมื่อผู้พัฒนาโครงการไทยเริ่มสร้างตึกสูงตามมาตรฐานสากลและอ้างอิงแบบอาคารจากต่างประเทศ ธรรมเนียมข้ามเลข 13 ก็ติดตามมาด้วย จนกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในตึกสูงของไทยแม้ว่าคนไทยเองไม่ได้มีความเชื่อดั้งเดิมเรื่องเลข 13 มาก่อนเลย

จุดที่น่าสนใจคือ ตึกในไทยจำนวนไม่น้อยข้ามทั้งเลข 4 และเลข 13 พร้อมกัน ทั้งที่เป็นความเชื่อคนละระบบและคนละที่มา สะท้อนว่าผู้พัฒนาโครงการเลือก "เอาที่สบายใจไว้ก่อน" มากกว่าจะยึดตามความเชื่อระบบใดระบบหนึ่งอย่างเคร่งครัด

ตึกแบบไหนบ้างที่นิยมข้ามเลขชั้นเหล่านี้

โรงแรมระดับกลางถึงระดับหรูและคอนโดมิเนียมเป็นกลุ่มที่ข้ามเลขชั้น 4 และ 13 บ่อยที่สุด เพราะขายความรู้สึกโดยตรงให้ผู้เข้าพักและผู้ซื้อ ยิ่งเป็นโรงแรมที่มีลูกค้าชาวจีนหรือชาวไต้หวันเป็นกลุ่มหลัก ยิ่งให้ความสำคัญกับการข้ามเลข 4 มากเป็นพิเศษ บางแห่งถึงกับข้ามเลข 14 ไปด้วย เพราะเลข 14 อ่านแบบจีนแล้วพ้องเสียงกับวลีที่แปลว่า "จะตาย" ซึ่งฟังดูน่ากลัวยิ่งกว่าเลข 4 เดี่ยว ๆ เสียอีก

ตรงกันข้าม ตึกสำนักงานทั่วไป โรงพยาบาลรัฐ หรืออาคารราชการ มักไม่ข้ามเลขชั้นเลย เพราะเป้าหมายการใช้งานเน้นความชัดเจนของระบบเลขที่มากกว่าความรู้สึกของผู้ใช้อาคาร อาคารเหล่านี้ให้ความสำคัญกับการหาทางและระบบนำทางฉุกเฉินมากกว่าเรื่องความเชื่อ

ข้ามเลขชั้นจริงหรือแค่เปลี่ยนป้าย

ประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่าตึกที่ "ไม่มีชั้น 4" หมายความว่าอาคารนั้นมีจำนวนชั้นน้อยกว่าตึกทั่วไปหนึ่งชั้น ความจริงแล้วไม่ใช่เลย โครงสร้างอาคารยังคงมีจำนวนชั้นครบตามแบบก่อสร้างเดิมทุกประการ สิ่งที่เปลี่ยนคือป้ายเรียกชั้นเท่านั้น

วิธีที่พบบ่อยมีสองแบบ แบบแรกคือข้ามเลขไปเลย เช่น จากชั้น 3 กระโดดไปชั้น 5 ทันที ทำให้ตัวเลขสูงสุดของตึกที่แสดงบนป้ายลิฟต์น้อยกว่าจำนวนชั้นจริงหนึ่งชั้น แบบที่สองคือใช้ตัวอักษรกำกับ เช่น 3A หรือ 12A ซึ่งเป็นวิธีที่ตึกสูงนิยมใช้มากกว่า เพราะทำให้ป้ายเลขชั้นสุดท้ายยังตรงกับจำนวนชั้นจริง ไม่สร้างความสับสนเรื่องระบบดับเพลิงหรือการนับจำนวนชั้นทั้งหมดของอาคารในเอกสารทางการ

กฎหมายหรือมาตรฐานอาคารเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

เรื่องนี้เป็นจุดที่ควรแยกให้ชัดระหว่างความเชื่อกับข้อกำหนดทางกฎหมาย กฎหมายควบคุมอาคารของไทยไม่มีข้อบังคับใดที่กำหนดให้ต้องข้ามเลขชั้น 4 หรือ 13 การกำหนดเลขชั้นเป็นสิทธิ์ของเจ้าของอาคารหรือผู้พัฒนาโครงการ ตราบใดที่ระบบป้ายบอกทางและแผนผังอาคารที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้างมีความชัดเจนสอดคล้องกัน ไม่ก่อให้เกิดความสับสนต่อระบบความปลอดภัยและการอพยพหนีไฟ

สิ่งที่ต้องระวังจริง ๆ คือความสอดคล้องของเอกสาร หากอาคารเปลี่ยนป้ายเลขชั้นในการใช้งานจริงแต่แบบแปลนที่ยื่นราชการยังใช้เลขชั้นเดิม ต้องตรวจสอบว่าระบบป้ายบอกทางฉุกเฉินและแผนผังที่ติดตั้งจริงในอาคารไม่ทำให้ผู้ใช้อาคารสับสนเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยที่สำคัญกว่าความเชื่อเรื่องตัวเลขมาก

ถ้าซื้อคอนโดหรือทำงานอยู่ชั้น 4 หรือ 13 ควรกังวลไหม

คำตอบตรงไปตรงมาคือไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะเลขชั้นเป็นเพียงป้ายบอกตำแหน่งในอาคาร ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับโครงสร้าง คุณภาพวัสดุก่อสร้าง หรือความปลอดภัยของห้องนั้นเลย ห้องชุดชั้น 4 ในตึกเดียวกันมีคุณภาพเท่ากับห้องชุดชั้นอื่นทุกประการ

สำหรับคนที่ยังรู้สึกไม่สบายใจจริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในฐานะความรู้สึกส่วนบุคคล ไม่ใช่เรื่องที่ควรถูกตัดสินว่าถูกหรือผิด แต่ถ้าจะเลือกซื้อห้องชุดหรือเช่าพื้นที่สำนักงาน ปัจจัยที่ควรให้น้ำหนักมากกว่าเลขชั้นคือทิศทางแดดที่ส่งผลต่อค่าไฟระยะยาว เสียงรบกวนจากถนนหรือพื้นที่ส่วนกลาง วิวที่มองเห็นจากระเบียง และระยะห่างจากลิฟต์กับบันไดหนีไฟ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประจำวันจริงมากกว่าตัวเลขบนป้ายชั้นมาก

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วสนใจเรื่องเลขอื่น ๆ ที่คนไทยให้ความสำคัญในชีวิตประจำวัน เช่น เลขห้องโรงพยาบาล หรือเลขบ้าน ก็เป็นความเชื่อในกลุ่มเดียวกันที่น่าอ่านต่อ

สังเกตอย่างไรว่าตึกข้ามเลขชั้นเพราะความเชื่อจริง ไม่ใช่ความบังเอิญ

บางทีการที่ตึกไม่มีชั้น 4 หรือ 13 อาจไม่ได้มาจากความเชื่อเสมอไป บางโครงการออกแบบผังชั้นพิเศษที่ไม่ตรงตามลำดับปกติอยู่แล้ว เช่น ชั้นที่เป็นพื้นที่เครื่องจักรหรือชั้นลอยที่ไม่นับรวมในระบบเลขทั่วไป วิธีสังเกตง่าย ๆ คือดูว่าตึกนั้นข้ามเฉพาะเลข 4 และ 13 เท่านั้นหรือไม่ ถ้าข้ามเฉพาะสองเลขนี้ (บางทีรวมเลข 14 ด้วย) แล้วชั้นอื่นเรียงลำดับปกติทุกอย่าง แบบนั้นแทบจะฟันธงได้เลยว่าเป็นเรื่องความเชื่อ ไม่ใช่ข้อจำกัดทางวิศวกรรม

อีกจุดที่สังเกตได้คือทำเลและกลุ่มลูกค้าของอาคาร โครงการที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจที่มีนักลงทุนหรือผู้เช่าชาวจีน ฮ่องกง หรือไต้หวันเป็นกลุ่มหลัก มักให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ ในขณะที่โครงการแนวราบสำหรับครอบครัวไทยทั่วไปหรืออาคารราชการมักไม่ค่อยสนใจประเด็นนี้เท่าไหร่ เพราะกลุ่มผู้ใช้อาคารไม่ได้ให้น้ำหนักกับความเชื่อนี้มากนัก

ที่น่าสนใจคือธรรมเนียมนี้ไม่ได้เหมือนกันทุกประเทศในเอเชีย ฮ่องกงและสิงคโปร์เป็นสองพื้นที่ที่ข้ามเลข 4 อย่างเข้มงวดมาก บางตึกถึงกับข้ามทุกชั้นที่มีเลข 4 ปรากฏอยู่ ไม่ใช่แค่ชั้น 4 เดี่ยว ๆ แต่รวมถึงชั้น 14, 24, 34 ไปจนถึง 40 กว่าชั้นด้วย ในขณะที่ประเทศไทยมักข้ามเฉพาะชั้น 4 และ 14 เป็นหลัก ไม่ได้เข้มงวดถึงขั้นข้ามทุกชั้นที่มีเลข 4 ปรากฏ ส่วนหนึ่งเพราะความเชื่อนี้เป็นของที่รับเข้ามาไม่ได้ฝังรากลึกเท่าพื้นที่ต้นทางความเชื่อโดยตรง

ถ้าอยากรู้แน่ชัดว่าตึกใดตึกหนึ่งข้ามเลขชั้นด้วยเหตุผลด้านความเชื่อหรือไม่ วิธีที่ตรงที่สุดคือถามฝ่ายขายหรือฝ่ายบริหารอาคารโดยตรง ผู้พัฒนาโครงการส่วนใหญ่ไม่ปิดบังเรื่องนี้ เพราะถือเป็นจุดขายอย่างหนึ่งสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่แล้ว

สรุป

การข้ามเลขชั้น 4 และ 13 ในตึกไทยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมความเชื่อสองระบบเข้าด้วยกัน คือความเชื่อจีนเรื่องเสียงพ้องของเลข 4 กับความเชื่อตะวันตกเรื่องเลข 13 โดยไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายใดบังคับ เป็นเรื่องของการตลาดและความสบายใจล้วน ๆ รู้ที่มาแบบนี้แล้วครั้งหน้าเวลาเห็นป้ายลิฟต์กระโดดจากชั้น 12 ไป 12A จะเข้าใจว่าเบื้องหลังไม่ได้ลึกลับอะไร แค่เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่อิงความเชื่อของคนต่างวัฒนธรรมมาปรับใช้ร่วมกันเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

ไม่หายไป โครงสร้างอาคารยังมีชั้นนั้นอยู่ครบตามจำนวนจริง เพียงแต่เปลี่ยนป้ายเรียกจาก 4 เป็นเลขอื่น เช่น 3A หรือข้ามไปเป็น 5 เลย เป็นการจัดการด้านการตลาดและความรู้สึกของผู้ใช้อาคารเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง

แชร์บทความนี้

เว็บไซต์ “มงคล” นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความเชื่อ โหราศาสตร์ และแนวทางการใช้ชีวิต เพื่อการศึกษาและความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ กฎหมาย การเงิน หรือวิชาชีพอื่น ผู้ใช้งานควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบและใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล

บทความที่เกี่ยวข้อง

ป้ายเลขห้องผู้ป่วยติดอยู่หน้าประตูห้องพักในโรงพยาบาลตัวเลขมงคล

เลขห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาล มีเลขที่คนไทยเลี่ยงจริงไหม

ทำไมคนไข้บางคนขอเปลี่ยนห้องพยาบาลเมื่อเจอเลข 4 และโรงพยาบาลรับมือเรื่องนี้อย่างไรโดยไม่กระทบการรักษา

18 สิงหาคม 2569อ่าน 9 นาที
เราเตอร์ไวไฟพร้อมป้ายแสดงรหัสผ่านตัวเลขตัวเลขมงคล

ตั้งรหัสผ่านไวไฟหรือรหัส PIN เป็นเลขมงคลได้ไหม ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยแค่ไหน

อยากตั้งรหัสไวไฟเป็นเลขมงคลแต่กลัวไม่ปลอดภัย บทความนี้ช่วยหาจุดสมดุลระหว่างความเชื่อกับความปลอดภัยทางไซเบอร์

18 สิงหาคม 2569อ่าน 9 นาที
ป้ายเลขที่บ้านติดอยู่ข้างประตูทางเข้าตัวเลขมงคล

บ้านเลขที่มีผลต่อความเชื่ออย่างไร

บ้านเลขที่ 123/45 ควรคำนวณอย่างไร บทความนี้อธิบายวิธีอ่านบ้านเลขที่ตามความเชื่อไทย รวมถึงกรณีมีเครื่องหมายทับและเลขห้องคอนโด

8 กรกฎาคม 2569อ่าน 6 นาที
ใบเสร็จแผนผ่อนชำระพร้อมเครื่องคิดเลขบนโต๊ะตัวเลขมงคล

จำนวนงวดผ่อนชำระ ตั้งเป็นเลขมงคลได้ไหม มีผลต่อธุรกิจจริงหรือแค่ความสบายใจ

ทำไมแผนผ่อน 0% มักเสนอ 3, 6, 9, 10 หรือ 12 งวดเป็นหลัก ตัวเลขเหล่านี้มาจากความเชื่อมงคลหรือจากโครงสร้างทางการเงินกันแน่

18 สิงหาคม 2569อ่าน 9 นาที

บทความอัปเดตล่าสุด

พ่อแม่บุญธรรมอุ้มลูกด้วยความอบอุ่นในบ้านตั้งชื่อมงคล

ตั้งชื่อลูกบุญธรรม ต้องดูวันเกิดจริงหรือวันที่รับเป็นลูกบุญธรรม

ลูกบุญธรรมควรตั้งชื่อตามวันเกิดจริงหรือวันที่รับเลี้ยงอย่างเป็นทางการ บทความนี้ไล่เหตุผลของแต่ละแนวคิดและทางเลือกเมื่อข้อมูลวันเกิดไม่ชัดเจน

18 สิงหาคม 2569อ่าน 10 นาที
ซองอั่งเปาสีแดงหลายซองวางเรียงกันช่วงเทศกาลตรุษจีนการเงิน

อั่งเปาซองแดงมีที่มาจากไหน ทำไมคนไทยเชื้อสายจีนยังให้กันทุกปี

ทำไมซองต้องแดง ทำไมต้องให้เงิน ใครให้ใครได้บ้าง และมารยาทที่คนมักพลาดโดยไม่รู้ตัว เจาะที่มาและธรรมเนียมอั่งเปาแบบเข้าใจง่าย

18 สิงหาคม 2569อ่าน 10 นาที
หนังสือตำราอักษรไทยโบราณเปิดอยู่บนโต๊ะไม้ตั้งชื่อมงคล

อักษรมงคลกับอักษรทักษาต่างกันยังไง หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

อักษรมงคลกับอักษรทักษาฟังดูคล้ายกันแต่เป็นคนละระบบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าสองอย่างนี้อิงหลักอะไรต่างกันตรงไหน และเมื่อไหร่ควรใช้ระบบไหน

18 สิงหาคม 2569อ่าน 10 นาที
ครอบครัวไทยร่วมพิธีทำขวัญเดือนให้ทารกพร้อมญาติผู้ใหญ่ฤกษ์มงคล

ฤกษ์ทำขวัญเดือนและตั้งชื่อลูก ควรจัดวันไหนและทำอะไรบ้าง

ทำขวัญเดือนกับตั้งชื่อลูกจัดพร้อมกันได้จริงไหม บทความนี้พาไล่ตั้งแต่การเลือกวัน ขั้นตอนพิธีแบบย่อ ไปจนถึงงบประมาณที่ควรเตรียม

18 สิงหาคม 2569อ่าน 11 นาที