สร้างชุดสีมงคลสำหรับธุรกิจคืออะไร ใช้อย่างไรให้ได้ทั้งความเชื่อและงานออกแบบจริง

ชุดสีมงคลสำหรับธุรกิจคำนวณจากวันเกิดของเจ้าของร้านเพียงอย่างเดียว โดยดึงสีหลัก สีรอง สีเน้น และสีที่ควรเลี่ยงจากตารางสีประจำวันเกิดแบบเดียวกับเครื่องมือสีมงคลทั่วไปของเว็บไซต์ ส่วนประเภทธุรกิจ บุคลิกแบรนด์ กลุ่มลูกค้า และเป้าหมายการสื่อสารที่เลือกในเครื่องมือไม่เปลี่ยนสีที่คำนวณได้ แต่ปรับเฉพาะคำอธิบายวิธีใช้สีให้เข้ากับบริบทธุรกิจ เครื่องมือยังคำนวณค่าคอนทราสต์จริงของแต่ละสีกับพื้นหลังสองแบบให้ด้วย
เจ้าของร้านกาแฟเล็ก ๆ คนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่าตอนออกแบบโลโก้ร้าน นักออกแบบกราฟิกส่งพาเลตสีมาให้เลือกสามแบบ สวยทุกแบบ แต่พอเอาไปให้ญาติผู้ใหญ่ดู กลับถูกถามกลับมาว่า "สีนี้ถูกโฉลกกับเจ้าของร้านไหม" คำถามนี้ตอบไม่ได้เลย เพราะนักออกแบบเลือกสีจากเทรนด์ตลาดกาแฟ ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของร้านเกิดวันอะไร
สถานการณ์แบบนี้เป็นที่มาของเครื่องมือสร้างชุดสีมงคลสำหรับธุรกิจ ซึ่งเอาสองเรื่องที่มักแยกกันคิดมารวมไว้ในที่เดียว คือสีตามความเชื่อที่ผูกกับวันเกิดเจ้าของแบรนด์ และค่าคอนทราสต์ที่เป็นเรื่องของการออกแบบจริง บทความนี้จะอธิบายว่าเครื่องมือนี้คำนวณอะไรจากตรงไหนบ้าง และอะไรที่มันไม่ได้ทำ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าเลือกประเภทธุรกิจแล้วสีจะเปลี่ยนไปตามนั้น
ชุดสีมงคลธุรกิจคำนวณจากวันเกิดล้วน ๆ
จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดตั้งแต่ต้นคือ สีทั้งหมดที่เครื่องมือนี้แสดงออกมา ไม่ว่าจะเป็นสีหลัก สีรอง สีเน้น หรือสีที่ควรเลี่ยง มาจากวันเกิดของเจ้าของธุรกิจเพียงปัจจัยเดียว โดยดึงจากตารางสีประจำวันเกิดแบบเดียวกับที่เครื่องมือสีมงคลทั่วไปของเว็บไซต์นี้ใช้อยู่แล้ว ไม่ได้มีการคิดตารางสีใหม่ขึ้นมาเฉพาะสำหรับธุรกิจ
พูดง่าย ๆ คือถ้าเจ้าของร้านเกิดวันศุกร์ ชุดสีที่ได้จะอิงจากสีมงคลของวันศุกร์เหมือนกับที่คนเกิดวันศุกร์คนอื่นจะได้ตอนใช้เครื่องมือสีมงคลทั่วไป เพียงแต่ในเครื่องมือนี้จะแสดงผลในรูปแบบชุดสีสำหรับแบรนด์ พร้อมคำแนะนำการใช้งานจริงเพิ่มเติม ไม่ใช่แค่บอกว่าเสื้อสีอะไร
ทำไมประเภทธุรกิจที่เลือกถึงไม่เปลี่ยนสีจริง
เครื่องมือนี้ให้เลือกประเภทธุรกิจ บุคลิกแบรนด์ กลุ่มลูกค้า และเป้าหมายการสื่อสารได้ หลายคนพอเห็นตัวเลือกเยอะก็เข้าใจไปเองว่าการเลือกร้านอาหารกับร้านเสื้อผ้าจะทำให้ได้สีต่างกัน ซึ่งไม่ใช่แบบนั้น ตัวเลือกเหล่านี้ไม่มีผลต่อสีที่คำนวณออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เปลี่ยนคือข้อความคำอธิบายที่แนะนำว่าจะเอาสีชุดนี้ไปใช้กับป้ายร้าน บรรจุภัณฑ์ หรือช่องทางออนไลน์ของธุรกิจแบบนั้น ๆ ให้เหมาะสมอย่างไร
รูปแบบนี้เหมือนกับที่เว็บไซต์นี้เคยใช้ในเครื่องมือโปรไฟล์มงคลประจำตัว ที่การเลือก "เป้าหมาย" อย่างการงานหรือการเงิน มีผลแค่จัดลำดับการ์ดและเลือกคำแนะนำที่แสดง แต่ไม่เปลี่ยนสีหรือทิศที่คำนวณจากวันเกิด เหตุผลที่ออกแบบมาแบบนี้เพราะสีตามความเชื่อผูกกับวันเกิดของคนเพียงอย่างเดียวตามตำรา ไม่ได้ผูกกับประเภทกิจการ การให้เลือกประเภทธุรกิจจึงทำหน้าที่แค่ปรับคำอธิบายให้ใช้งานได้จริงมากขึ้น ไม่ใช่เปลี่ยนแหล่งที่มาของสี
ค่าคอนทราสต์ที่คำนวณให้คืออะไร ต่างจากความเชื่อตรงไหน
ส่วนที่ทำให้เครื่องมือนี้ต่างจากการเปิดตารางสีมงคลธรรมดาคือการคำนวณค่าคอนทราสต์ ซึ่งเป็นเรื่องของหลักการออกแบบล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับความเชื่อ เครื่องมือจะนำแต่ละสีในชุดสีมงคลไปเทียบกับพื้นหลังสองแบบคือพื้นหลังโทนสว่างกับพื้นหลังโทนเข้ม แล้วคำนวณตัวเลขค่าคอนทราสต์ที่แท้จริงออกมา เช่นตัวเลขประมาณ 4.6:1 พร้อมแนะนำว่าควรใช้ตัวอักษรสีดำหรือสีขาวทับสีนั้นจึงจะอ่านง่ายที่สุด
พื้นหลังสองแบบนี้ไม่ได้เลือกตามวันเกิดหรือความเชื่อ แต่เป็นคู่พื้นหลังมาตรฐานที่ใช้เทียบให้ทุกคนเหมือนกัน เพราะป้ายร้านหรือเว็บไซต์ส่วนใหญ่มักใช้พื้นหลังโทนสว่างหรือโทนเข้มเป็นหลักอยู่แล้ว การมีตัวเลขค่าคอนทราสต์ให้ดูช่วยตอบคำถามที่ตารางสีมงคลทั่วไปตอบไม่ได้ นั่นคือ "สีนี้เอาไปทำตัวอักษรบนป้ายแล้วคนอ่านออกจริงไหม"
ตัวอย่างการอ่านผลลัพธ์ของเครื่องมือ
ลองสมมติเจ้าของร้านขนมเกิดวันอังคาร เครื่องมือจะแสดงสีหลักโทนชมพูกุหลาบตามตารางสีวันอังคาร พร้อมสีรองและสีที่ควรเลี่ยงตามตาราง จากนั้นถ้าเจ้าของร้านเลือกประเภทธุรกิจเป็น "ร้านขนมและเบเกอรี" ระบบจะแสดงคำอธิบายเพิ่มเติมว่าสีชมพูกุหลาบเข้ากับภาพลักษณ์ร้านขนมแบบไหน ควรใช้เป็นสีพื้นบรรจุภัณฑ์หรือสีตัวอักษรโลโก้ แต่ตัวสีชมพูกุหลาบเองจะไม่เปลี่ยนไปเลยแม้จะเปลี่ยนประเภทธุรกิจเป็น "ร้านเสื้อผ้า" แทน
ในส่วนคอนทราสต์ สมมติสีชมพูกุหลาบนั้นเมื่อเทียบกับพื้นหลังสีเข้มได้ค่าประมาณ 4.6:1 เครื่องมือจะแนะนำให้ใช้ตัวอักษรสีขาวทับ ส่วนเทียบกับพื้นหลังสว่างอาจได้ค่าที่ต่ำกว่าและแนะนำให้ใช้ตัวอักษรสีดำแทน เจ้าของร้านสามารถนำตัวเลขนี้ไปบอกนักออกแบบกราฟิกต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเดาเอง
จะเอาผลลัพธ์นี้ไปใช้กับงานออกแบบจริงอย่างไร
ผลลัพธ์จากเครื่องมือนี้เหมาะเป็นจุดตั้งต้นให้นักออกแบบมากกว่าเป็นคำตอบสุดท้ายของแบรนด์ ทางที่ใช้ได้จริงคือเลือกสีหลักหรือสีเน้นจากชุดสีมงคลไปเป็นสีหลักของโลโก้หรือป้ายร้าน แล้วให้นักออกแบบช่วยจัดสัดส่วนสี รูปแบบตัวอักษร และองค์ประกอบอื่นให้ลงตัวตามหลักการออกแบบจริง ไม่ใช่ยึดสีทั้งสี่สีจากเครื่องมือมาใช้ทั้งหมดในทุกจุดของแบรนด์
ค่าคอนทราสต์ที่ได้ก็เอาไปใช้ตรวจสอบป้ายร้าน เมนู หรือหน้าเว็บไซต์ได้เลย เพราะเป็นตัวเลขที่ไม่เปลี่ยนไปตามความเชื่อ ถ้าตัวเลขคอนทราสต์ต่ำเกินไป ควรปรับความเข้มของสีตัวอักษรหรือพื้นหลังให้อ่านง่ายขึ้น แม้ว่าสีนั้นจะเป็นสีมงคลตามวันเกิดก็ตาม เพราะป้ายร้านที่อ่านยากไม่ช่วยให้ธุรกิจดีขึ้นไม่ว่าจะถูกโฉลกแค่ไหน
สรุป
ชุดสีมงคลสำหรับธุรกิจเป็นการเอาสองเรื่องมาไว้ด้วยกันอย่างตรงไปตรงมา คือสีตามความเชื่อจากวันเกิดเจ้าของแบรนด์ที่ไม่เปลี่ยนไปตามประเภทธุรกิจที่เลือก กับค่าคอนทราสต์ที่เป็นข้อมูลออกแบบจริงใช้ได้ทันที จุดที่ต้องจำไว้คือตัวเลือกอย่างประเภทธุรกิจหรือกลุ่มลูกค้ามีผลแค่คำอธิบาย ไม่ได้เปลี่ยนสีที่ได้ ส่วนตัวเลขคอนทราสต์ควรนำไปใช้ตรวจสอบงานออกแบบจริงเสมอ ไม่ว่าสีนั้นจะมงคลแค่ไหนก็ตาม ลองใช้เครื่องมือสร้างชุดสีมงคลสำหรับธุรกิจกรอกวันเกิดของตัวเองดูก่อนตัดสินใจเรื่องสีของแบรนด์ครั้งต่อไป











