วิธีคำนวณผลรวมเลขมงคลเมื่อเลขที่ต้องใช้มีเครื่องหมายขีดหรือช่องว่างคั่นอย่างเลขบัตรประชาชนหรือเลขพัสดุ ต้องนับรวมหรือตัดออก
เมื่อคำนวณผลรวมเลขมงคลตามหลักเลขศาสตร์ ให้นับเฉพาะตัวเลข 0-9 เท่านั้น ตัดเครื่องหมายขีด (-) ช่องว่าง จุด หรือสัญลักษณ์อื่นที่ไม่ใช่ตัวเลขออกทั้งหมดก่อนบวก เพราะเครื่องหมายเหล่านี้เป็นแค่ตัวช่วยอ่านหรือจัดรูปแบบเอกสาร ไม่ได้มีค่าตัวเลขในตัวมันเอง เช่นเลขบัตรประชาชน 1-2345-67890-12-1 ให้นำเฉพาะ 13 หลักตัวเลขมาบวกกัน ไม่ต้องสนใจขีดที่คั่นอยู่
หลายคนอยากลองคำนวณเลขมงคลจากเลขบัตรประชาชนของตัวเอง แต่พอเห็นขีดคั่นระหว่างกลุ่มเลขก็เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่าต้องนับขีดนั้นด้วยหรือเปล่า บางคนถึงกับคำนวณสองแบบแล้วได้ผลลัพธ์ไม่ตรงกัน จนไม่แน่ใจว่าแบบไหนถูก
คำถามนี้ไม่ได้เกิดกับเลขบัตรประชาชนอย่างเดียว เลขพัสดุ เลขบัญชีที่เขียนเว้นวรรคเป็นกลุ่ม หรือแม้แต่เลขที่อยู่ที่มีเครื่องหมายทับ ก็เจอปัญหาแบบเดียวกัน บทความนี้จะอธิบายหลักการนับที่ใช้กันจริงในทางเลขศาสตร์ พร้อมตัวอย่างคำนวณให้เห็นภาพชัดเจน
หลักการพื้นฐาน เครื่องหมายที่ไม่ใช่ตัวเลขไม่ถูกนำมาคำนวณ
หลักเลขศาสตร์ที่ใช้กันทั่วไปในไทยยึดตัวเลข 0-9 เป็นหน่วยคำนวณเท่านั้น เครื่องหมายขีด (-) จุด (.) ช่องว่าง หรือเครื่องหมายทับ (/) ล้วนเป็นสัญลักษณ์ที่มนุษย์ใส่เข้าไปเพื่อช่วยจัดรูปแบบให้อ่านง่ายขึ้น ไม่ได้มีสถานะเป็น "ตัวเลข" ที่มีค่าในระบบเลขศาสตร์แต่อย่างใด
พูดง่าย ๆ คือขีดคั่นในเลขบัตรประชาชนกับตัวเลขที่เขียนติดกันล้วนๆ ให้ผลการคำนวณเหมือนกันทุกประการ เพราะขั้นตอนแรกก่อนคำนวณเสมอคือการตัดสัญลักษณ์ที่ไม่ใช่ตัวเลขทิ้งไปก่อน แล้วค่อยนำตัวเลขที่เหลือมาบวกกัน
ตัวอย่างคำนวณเลขบัตรประชาชนแบบทีละขั้นตอน
สมมติเลขบัตรประชาชนคือ 1-2345-67890-12-1 ให้ทำตามลำดับนี้
- ตัดขีดออกทั้งหมด เหลือ 1234567890121
- แยกตัวเลขทีละหลัก 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 0, 1, 2, 1
- บวกทุกหลักรวมกัน = 1+2+3+4+5+6+7+8+9+0+1+2+1 = 49
- ถ้าต้องการเลขหลักเดียว ให้บวกซ้ำอีกครั้ง 4+9 = 13 แล้วบวกอีกครั้ง 1+3 = 4
ขั้นตอนนี้เหมือนกับการคำนวณเลขวันเดือนปีเกิดที่หลายคนคุ้นเคยอยู่แล้ว ถ้าต้องการทบทวนวิธีบวกเลขแบบละเอียดอีกครั้ง อ่านเพิ่มได้ที่วิธีคำนวณผลรวมเลขมงคลเบื้องต้น
ข้อควรระวังคือการคำนวณแบบนี้เป็นการตีความตามระบบความเชื่อเลขศาสตร์เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางราชการของเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ซึ่งแต่ละกลุ่มเลขมีความหมายเชิงทะเบียนราษฎร์ของตัวเองอยู่แล้วตามที่กรมการปกครองกำหนด และมีหลักตรวจสอบความถูกต้องของเลขบัตร (check digit) แยกต่างหากจากการคำนวณเลขศาสตร์แบบนี้ ถ้าสนใจสูตรตรวจสอบความถูกต้องของบัตรแบบทางการ อ่านเพิ่มได้ที่วิธีคำนวณเลขตรวจสอบบัตรประชาชน
เลขพัสดุที่มีตัวอักษรปนอยู่ จัดการอย่างไร
เลขพัสดุอย่าง EX123456789TH มีทั้งตัวอักษรนำหน้าและต่อท้าย ตัวอักษรเหล่านี้เป็นรหัสมาตรฐานสากลที่บอกประเภทพัสดุกับประเทศปลายทาง ไม่มีค่าตัวเลขในระบบเลขศาสตร์ ดังนั้นให้ตัดเฉพาะส่วน EX และ TH ออก เหลือเฉพาะ 123456789 แล้วค่อยนำมาบวกตามขั้นตอนปกติ
หลายคนอยากรู้ความหมายของเลขพัสดุเพราะเผลอไปคิดว่าเป็นลางบอกเหตุ ทั้งที่จริงแล้วเลขชุดนี้เป็นเลขที่ระบบขนส่งสุ่มสร้างให้อัตโนมัติ ไม่ได้ผ่านการคัดเลือกใด ๆ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เลขพัสดุมีนัยทางความเชื่อไหม
ช่องว่างระหว่างกลุ่มตัวเลขมีผลต่อผลรวมหรือไม่
ไม่มีผลเลย ไม่ว่าเลขจะเขียนติดกันเป็นพรืด หรือเว้นวรรคเป็นกลุ่มสามตัวสี่ตัวเพื่อให้อ่านง่าย ผลรวมที่ได้จะเท่ากันเสมอ เพราะช่องว่างไม่ใช่ตัวเลขและไม่มีผลต่อการบวก ตัวอย่างเช่นเลข 123 456 7890 กับ 1234567890 ให้ผลรวมเท่ากันทุกประการคือ 1+2+3+4+5+6+7+8+9+0 = 45
จุดที่คนมักสับสนคือเข้าใจผิดว่าช่องว่างเท่ากับเลข 0 หรือมีค่าบางอย่างแฝงอยู่ ซึ่งไม่เป็นความจริง ช่องว่างในการคำนวณเลขศาสตร์ไม่มีสถานะเป็นตัวเลขเลย
ตารางสรุปวิธีจัดการเครื่องหมายแต่ละแบบก่อนคำนวณ
| เครื่องหมายที่พบ | ตัวอย่าง | วิธีจัดการก่อนคำนวณ |
|---|---|---|
| ขีด (-) | 1-2345-67890-12-1 | ตัดออก นับเฉพาะตัวเลข |
| ช่องว่าง | 123 456 7890 | ตัดออก รวมเป็นชุดเดียว |
| จุด (.) | 08.1234.5678 | ตัดออก นับเฉพาะตัวเลข |
| ตัวอักษรนำหน้า/ต่อท้าย | EX123456789TH | ตัดตัวอักษรออก ใช้เฉพาะตัวเลข |
| เครื่องหมายทับ (/) | 12/345 | ตัดออก นับเฉพาะตัวเลข |
สรุป
หลักการง่าย ๆ ที่ใช้ได้กับเลขทุกแบบที่มีเครื่องหมายคั่นคือ ตัดสัญลักษณ์ที่ไม่ใช่ตัวเลข 0-9 ออกทั้งหมดก่อน ไม่ว่าจะเป็นขีด ช่องว่าง จุด หรือตัวอักษรนำหน้าต่อท้าย แล้วค่อยนำตัวเลขที่เหลือมาบวกกันตามขั้นตอนปกติ วิธีนี้ใช้ได้ทั้งเลขบัตรประชาชน เลขพัสดุ เลขบัญชี หรือเลขอื่นใดที่มีการจัดรูปแบบด้วยเครื่องหมายคั่น สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขคือการไม่นำผลการคำนวณไปตัดสินเรื่องสำคัญในชีวิตแบบเด็ดขาด เพราะนี่เป็นการตีความตามความเชื่อเลขศาสตร์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์






