เช่าบ้านหรือคอนโดได้เลขที่มาแบบเลือกไม่ได้ ต้องกังวลแค่ไหนตามความเชื่อ

คนเช่าบ้านหรือคอนโดไม่ได้เป็นคนกำหนดเลขที่อยู่ เพราะเลขนี้ผูกกับตัวอาคารหรือตัวห้องตั้งแต่เจ้าของหรือนิติบุคคลจดทะเบียนไว้แล้ว หากเจอเลขที่ไม่ถูกใจตามความเชื่อ ไม่จำเป็นต้องย้ายออกทันที เพราะสัญญาเช่า ทำเล ค่าใช้จ่ายในการย้าย และความปลอดภัยของที่พักสำคัญกว่ามาก สิ่งที่ทำได้จริงคือปรับสิ่งที่ควบคุมได้ในตัวห้อง เช่น การจัดวางของหรือสีของใช้ แทนการเปลี่ยนเลขที่ซึ่งทำไม่ได้อยู่แล้ว
คนที่เช่าบ้านหรือคอนโดอยู่มักไม่มีสิทธิ์เลือกเลขที่อยู่ตั้งแต่แรก ต่างจากคนซื้อบ้านที่พอจะเลือกโครงการหรือเลือกยูนิตจากตัวเลือกที่ยังว่างได้บ้าง ผู้เช่าส่วนใหญ่เจอประกาศห้องว่างแล้วก็ตัดสินใจจากทำเลกับราคาก่อน พอย้ายเข้าไปแล้วถึงมาสังเกตว่าเลขที่บ้านหรือเลขห้องไม่ตรงกับที่ตำราเลขศาสตร์แนะนำ
คำถามที่ตามมาคือควรกังวลแค่ไหน เพราะเปลี่ยนเลขเองไม่ได้อยู่แล้ว บทความนี้จะแยกให้ชัดว่าอะไรควบคุมได้ อะไรควบคุมไม่ได้ และทำอย่างไรเมื่อต้องอยู่กับเลขที่เลือกเองไม่ได้ตลอดสัญญาเช่า
ทำไมคนเช่าถึงเลือกเลขที่อยู่เองไม่ได้
เลขที่บ้านออกโดยหน่วยงานทะเบียนราษฎรในพื้นที่ตั้งแต่ตอนบ้านหลังนั้นถูกก่อสร้างและขอเลขที่บ้านครั้งแรก ไม่ว่าใครจะมาอยู่อาศัยต่อในภายหลังก็ต้องใช้เลขที่เดิม ส่วนเลขห้องคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ถูกกำหนดตั้งแต่ตอนออกแบบผังอาคารโดยนิติบุคคลหรือเจ้าของโครงการ
ผู้เช่าจึงมีสิทธิ์เพียงเลือกว่าจะเช่าห้องหรือบ้านหลังไหนในบรรดาที่ว่างอยู่ ณ ตอนนั้น ไม่ได้มีสิทธิ์ขอเปลี่ยนเลขที่หรือเลขห้องตามใจชอบเหมือนการเลือกเบอร์โทรศัพท์หรือทะเบียนรถที่มีตัวเลือกให้เลือกหลายชุด
อีกจุดที่คนเช่าหลายคนไม่รู้คือบ้านเลขที่บางหลังมีรูปแบบ "เลขที่ทับเลขที่" เช่น 199/45 ซึ่งตัวเลขหน้าทับหมายถึงบ้านเลขที่หลักที่ขอครั้งแรก ส่วนตัวเลขหลังทับคือลำดับของบ้านหรือห้องที่แตกออกมาจากที่ดินแปลงเดียวกันภายหลัง เช่น กรณีที่ดินแปลงเดิมถูกแบ่งสร้างบ้านหลายหลังหรือทาวน์เฮาส์หลายยูนิต เวลาคำนวณผลรวมตามความเชื่อ บางตำราแนะนำให้ใช้เฉพาะเลขหลังทับเพราะเป็นเลขที่ระบุตัวหน่วยที่อยู่อาศัยจริง แต่บางตำราก็ให้นำทั้งชุดมาบวกรวมกัน ซึ่งเป็นอีกจุดที่ทำให้คนเช่าสับสนเพิ่มขึ้นไปอีกชั้นเวลาจะดูความหมายเลขที่อยู่ของตัวเอง
เจ้าของบ้านหรือนิติบุคคลก็เปลี่ยนเลขเองไม่ได้เหมือนกัน
หลายคนเข้าใจผิดว่าเจ้าของบ้านเช่าสามารถขอเปลี่ยนเลขที่บ้านให้ผู้เช่าที่กังวลเรื่องความเชื่อได้ ความจริงคือเจ้าของบ้านก็ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนเลขที่บ้านตามอำเภอใจ เพราะเป็นเลขที่ผูกกับทะเบียนบ้านและเอกสารราชการ การเปลี่ยนแปลงต้องผ่านกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และปกติจะทำในกรณีที่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ เช่น เลขที่ซ้ำซ้อนหรือมีการรังวัดที่ดินใหม่ ไม่ใช่เพราะผู้เช่าไม่ชอบตัวเลข
ส่วนเลขห้องคอนโดก็เช่นกัน นิติบุคคลกำหนดไว้ตายตัวตามผังอาคารตั้งแต่ต้น การขอเปลี่ยนเลขห้องเฉพาะยูนิตที่ตัวเองเช่าอยู่แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะกระทบระบบเอกสารของทั้งอาคาร
มีบางกรณีที่หน่วยงานทะเบียนราษฎรยอมแก้ไขเลขที่บ้านจริง แต่เป็นกรณีเฉพาะที่ไม่เกี่ยวกับความพอใจของผู้อยู่อาศัยเลย เช่น เลขที่บ้านซ้ำกันสองหลังในทะเบียนเดียวกันจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ในอดีต การรังวัดที่ดินใหม่ที่ทำให้ต้องจัดลำดับเลขที่บ้านในซอยใหม่ทั้งซอย หรือการทุบบ้านเก่าแล้วสร้างบ้านหลังใหม่บนที่ดินแปลงเดิมซึ่งต้องขอเลขที่บ้านใหม่อยู่แล้วตามกฎหมาย กรณีเหล่านี้เจ้าของบ้านเองก็เป็นเพียงผู้ยื่นคำร้องตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจเลือกเลขใหม่ตามใจชอบ ผู้เช่าที่หวังว่าเจ้าของบ้านจะ "ขอเปลี่ยนเลขให้เป็นพิเศษ" เพราะเรื่องความเชื่อเพียงอย่างเดียวจึงมักผิดหวัง เพราะไม่เข้าเงื่อนไขที่หน่วยงานราชการรับพิจารณา
ถ้าเจอเลขที่ไม่ถูกใจ ย้ายออกทันทีคุ้มไหม
สำหรับคนที่กังวลมากจนคิดจะย้ายออกทันที ควรชั่งน้ำหนักค่าใช้จ่ายจริงก่อน การย้ายที่พักมีต้นทุนหลายส่วน ทั้งเงินมัดจำที่บางกรณีอาจไม่ได้คืนเต็มจำนวนหากยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ค่าขนย้ายของ เวลาที่เสียไปกับการหาที่พักใหม่ และความเสี่ยงที่จะได้ที่พักใหม่ซึ่งมีปัญหาด้านอื่นมากกว่าเดิม เช่น ทำเลไกลจากที่ทำงานหรือค่าเช่าสูงขึ้น
ความเชื่อเรื่องเลขที่บ้านเป็นเพียงมุมมองเสริม ไม่ใช่ปัจจัยที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงกับผู้อยู่อาศัยแน่นอน การตัดสินใจย้ายที่พักจึงควรมองภาพรวมทั้งหมด ไม่ใช่ตัดสินจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว
ลองนึกภาพผู้เช่าห้องราคา 8,000 บาทต่อเดือนที่เพิ่งย้ายเข้ามาได้สามเดือนแล้วรู้สึกไม่สบายใจกับเลขห้อง หากยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดโดยไม่มีเหตุผลตามที่ระบุในสัญญา อาจเสียมัดจำสองเดือนที่วางไว้ตั้งแต่แรก บวกค่าขนย้ายที่ไม่ต่ำกว่าสองถึงสามพันบาทสำหรับของใช้ในห้องขนาดเล็ก และอาจต้องเสียค่าเช่าซ้อนกันหนึ่งเดือนระหว่างรอห้องใหม่ รวมแล้วต้นทุนการย้ายอาจสูงถึงหนึ่งเดือนครึ่งถึงสองเดือนของค่าเช่า ยังไม่นับเวลาที่เสียไปกับการหาห้องใหม่และความเสี่ยงที่ห้องใหม่จะมีปัญหาอื่นที่มองไม่เห็นตั้งแต่แรก เช่น เสียงดังจากถนนหรือน้ำประปาไหลอ่อน ตัวเลขเหล่านี้ควรถูกนำมาชั่งน้ำหนักคู่กับความสบายใจที่คาดว่าจะได้รับจากเลขที่ใหม่เสมอ ไม่ใช่ตัดสินใจจากความรู้สึกไม่สบายใจชั่วขณะ
สิ่งที่ทำได้จริงเมื่อเปลี่ยนเลขที่อยู่ไม่ได้
เมื่อเลขที่อยู่เปลี่ยนไม่ได้ สิ่งที่ผู้เช่ายังควบคุมได้คือรายละเอียดภายในห้องหรือบ้านที่เช่าอยู่ เช่น การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ทางเดินโล่งไม่อึดอัด การเลือกสีผ้าม่านหรือของใช้ในบ้านให้เข้ากับสีมงคลประจำวันเกิดของตัวเอง หรือการจัดมุมไหว้พระให้เป็นระเบียบ สิ่งเหล่านี้ทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของบ้านและไม่กระทบโครงสร้างอาคาร ต่างจากการเปลี่ยนเลขที่ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจของผู้เช่าโดยสิ้นเชิง
คนที่ย้ายที่เช่าบ่อยตามรอบสัญญาปีต่อปีอาจรู้สึกว่าต้องเจอเลขที่ใหม่ทุกครั้ง วิธีที่ช่วยให้ไม่ต้องกังวลซ้ำทุกรอบคือเปลี่ยนมุมมองว่าเลขที่บ้านเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเดียวจากหลายปัจจัยที่ประกอบกันเป็นบ้าน ไม่ใช่ตัวชี้วัดหลักของคุณภาพชีวิตในที่พักนั้น
เมื่อไหร่ควรให้เรื่องอื่นสำคัญกว่าตัวเลข
มีบางสถานการณ์ที่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นมากกว่าเลขที่บ้านอย่างชัดเจน เช่น สภาพโครงสร้างอาคารที่มีรอยร้าวหรือระบบไฟฟ้าเก่า ระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารหรือหมู่บ้าน และเงื่อนไขในสัญญาเช่าที่ไม่เป็นธรรมกับผู้เช่า สิ่งเหล่านี้กระทบความปลอดภัยและสิทธิ์ตามกฎหมายโดยตรง ควรตรวจสอบให้ละเอียดก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้ง ไม่ว่าเลขที่บ้านจะเป็นเลขที่ถูกใจตามความเชื่อหรือไม่ก็ตาม
ตารางเทียบสิ่งที่ผู้เช่าควบคุมได้กับควบคุมไม่ได้
เพื่อให้เห็นภาพชัดว่าควรทุ่มพลังงานไปกับเรื่องไหน ลองแยกเป็นตารางเทียบระหว่างสิ่งที่อยู่ในอำนาจของผู้เช่ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมโดยสิ้นเชิง
| หมวด | ควบคุมได้ | ควบคุมไม่ได้ |
|---|---|---|
| เลขที่อยู่ | - | เลขที่บ้าน เลขห้อง ผลรวมตัวเลข |
| การจัดพื้นที่ | การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ทิศทางเตียง มุมโต๊ะทำงาน | โครงสร้างผนัง ตำแหน่งประตูหน้าต่างเดิม |
| สีสันของใช้ | สีผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน ของตกแต่งเล็ก ๆ | สีผนังเดิมที่เจ้าของบ้านทาไว้ (ถ้าสัญญาห้ามทาสีใหม่) |
| มุมไหว้พระ | ตำแหน่ง ทิศ ความเป็นระเบียบของมุมไหว้ | การมีศาลพระภูมิของอาคารซึ่งเป็นของนิติบุคคล |
| สัญญาเช่า | เงื่อนไขที่เจรจาได้ก่อนเซ็น ระยะเวลาสัญญา | เลขที่สัญญาหรือรหัสอ้างอิงที่ระบบออกให้ |
จากตารางจะเห็นว่าแถวที่เกี่ยวกับตัวเลขแทบทั้งหมดตกอยู่ในฝั่ง "ควบคุมไม่ได้" ขณะที่แถวอื่นซึ่งกระทบความรู้สึกในชีวิตประจำวันจริง ๆ กลับอยู่ในฝั่งที่ผู้เช่าทำเองได้ทันทีโดยไม่ต้องรอใครอนุญาต
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจเรื่องเลขที่อยู่กับที่พักเช่า
- ตรวจสอบว่าเลขที่บ้านหรือเลขห้องที่กังวลเป็นเลขในทะเบียนบ้านหรือแค่เลขป้ายหน้าประตู เพราะสองอย่างอาจต่างกัน
- คำนวณผลรวมตามหลักเลขศาสตร์ให้ถูกวิธีก่อนสรุปว่าเลขนั้น "ไม่ดี" เพราะบางครั้งตีความผิดตั้งแต่ขั้นตอนนับเลข
- เทียบค่าใช้จ่ายจริงของการย้ายที่พัก (มัดจำ ค่าขนย้าย ค่าเช่าที่ใหม่) กับความสบายใจที่จะได้จากเลขที่ใหม่
- ตรวจสอบสภาพโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า และความปลอดภัยของที่พักปัจจุบันก่อนตัดสินใจใด ๆ
- หากยังกังวลอยู่ ลองปรับสิ่งที่ควบคุมได้ในห้องก่อน แล้วให้เวลาตัวเองสักระยะค่อยประเมินใหม่
สรุป
ผู้เช่าบ้านหรือคอนโดแทบทั้งหมดไม่ได้เป็นคนกำหนดเลขที่อยู่ของตัวเอง เพราะเลขนี้ผูกกับอาคารมาตั้งแต่ต้น การกังวลจนถึงขั้นย้ายที่พักทันทีจึงมักไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงที่ตามมา ทางที่ดีกว่าคือโฟกัสกับสิ่งที่ยังควบคุมได้จริงในห้องหรือบ้านที่เช่าอยู่ และให้น้ำหนักกับสัญญาเช่า ความปลอดภัย และสภาพอาคารมากกว่าตัวเลขที่อยู่เพียงอย่างเดียว







