นักษัตรจีนของคนที่มีเชื้อสายจีนแต่ครอบครัวไม่ได้นับปีนักษัตรมานาน จะย้อนหาปีนักษัตรตัวเองอย่างไร

การหาปีนักษัตรของตัวเองเมื่อครอบครัวเลิกนับมานานแล้ว ทำได้ง่ายที่สุดด้วยการนำปี พ.ศ. หรือ ค.ศ. ที่เกิดจริงไปเทียบกับตารางปีนักษัตรจีนทั้ง 12 ปี ซึ่งวนซ้ำทุก 12 ปี ไม่จำเป็นต้องพึ่งความจำของญาติผู้ใหญ่เลย จุดเดียวที่ต้องระวังคือคนที่เกิดเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ต้องเช็ควันตรุษจีนของปีเกิดให้แน่ใจก่อน เพราะปีนักษัตรจีนเริ่มนับจากวันตรุษจีน ไม่ใช่วันที่ 1 มกราคมตามปฏิทินสากล
ครอบครัวไทยเชื้อสายจีนหลายบ้านที่อยู่มาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ค่อย ๆ เลิกพูดถึงเรื่องปีนักษัตรไปโดยไม่รู้ตัว บางบ้านยังจำได้แค่ว่าอากงอาม่าเคยพูดถึง แต่ไม่มีใครจำได้แน่ชัดว่าใครเกิดปีอะไร บางคนถึงขั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีปีนักษัตรประจำตัวเหมือนกัน
ข่าวดีคือการหาปีนักษัตรของตัวเองไม่จำเป็นต้องพึ่งความจำของใครเลย เพราะระบบนี้คำนวณจากปีเกิดตรง ๆ ตราบใดที่รู้ปีเกิดของตัวเอง ก็หาคำตอบได้เองทั้งหมด
ปีนักษัตรจีนคำนวณจากอะไร ทำไมถึงหาย้อนหลังได้เสมอ
ปีนักษัตรจีนใช้ระบบสัตว์สัญลักษณ์ 12 ชนิดวนซ้ำเป็นวงจรทุก 12 ปี ได้แก่ ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ กุน เพราะเป็นวงจรตายตัวที่ไม่เปลี่ยนแปลง การหาปีนักษัตรของใครก็ตามจึงทำได้ง่ายมากแค่รู้ปีเกิด ไม่ต้องมีใครมาบอกต่อปากต่อปากเหมือนสมัยก่อน
ต่างจากความเชื่ออื่นบางอย่างที่ต้องอาศัยการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นถึงจะรู้รายละเอียด ปีนักษัตรจีนเป็นระบบที่มีตารางอ้างอิงชัดเจน ใครก็ตรวจสอบเองได้แม้ครอบครัวจะเลิกพูดถึงไปนานแค่ไหนก็ตาม
เริ่มจากหาปีเกิดที่แน่นอนของตัวเองก่อน
ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือต้องรู้ปีเกิดของตัวเองให้แน่ชัด ถ้าจำได้อยู่แล้วก็ข้ามไปขั้นต่อไปได้เลย แต่สำหรับคนที่ไม่แน่ใจ แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มีดังนี้
- บัตรประชาชนหรือสูติบัตร ซึ่งระบุวันเดือนปีเกิดไว้ชัดเจนที่สุด
- ทะเบียนบ้านที่มักระบุวันเกิดของสมาชิกทุกคนในครอบครัว
- กรณีไม่มีเอกสารใด ๆ เลย สามารถขอคัดสำเนาทะเบียนราษฎร์จากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่แจ้งเกิดไว้ได้โดยตรง
เทียบปีเกิดกับตารางปีนักษัตร 12 ปี
เมื่อรู้ปีเกิดแน่นอนแล้ว ให้นำไปเทียบกับตารางปีนักษัตรที่วนซ้ำทุก 12 ปี ตัวอย่างเช่น
| ปี พ.ศ. | ปีนักษัตร | ปี พ.ศ. | ปีนักษัตร |
|---|---|---|---|
| 2532 | มะเส็ง | 2538 | กุน |
| 2533 | มะเมีย | 2539 | ชวด |
| 2534 | มะแม | 2540 | ฉลู |
| 2535 | วอก | 2541 | ขาล |
| 2536 | ระกา | 2542 | เถาะ |
| 2537 | จอ | 2543 | มะโรง |
เพราะวงจรวนซ้ำทุก 12 ปี คนที่เกิดปีเดียวกันห่างกัน 12 ปีจะมีปีนักษัตรเดียวกันเสมอ ถ้าต้องการดูตารางเต็มทั้ง 12 นักษัตรพร้อมความหมายของแต่ละปี อ่านเพิ่มเติมได้ในตารางปีนักษัตรจีนครบ 12 นักษัตร
จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คนเกิดเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
ข้อควรระวังสำคัญที่สุดคือปีนักษัตรจีนไม่ได้เริ่มนับที่วันที่ 1 มกราคมเหมือนปฏิทินสากล แต่เริ่มนับจากวันตรุษจีนของแต่ละปี ซึ่งเปลี่ยนวันที่ไปทุกปีตามปฏิทินจันทรคติ ตกอยู่ช่วงปลายมกราคมถึงกลางกุมภาพันธ์
คนที่เกิดในช่วงต้นปีก่อนวันตรุษจีนของปีนั้น จะยังถือว่าอยู่ในปีนักษัตรของปีก่อนหน้า ไม่ใช่ปีนักษัตรตามตัวเลขปีเกิดโดยตรง เช่น คนเกิดวันที่ 20 มกราคมของปีหนึ่ง ถ้าวันตรุษจีนของปีนั้นตกวันที่ 5 กุมภาพันธ์ คนคนนี้จะยังนับเป็นปีนักษัตรของปีก่อนหน้า เพราะเกิดก่อนวันตรุษจีน อ่านรายละเอียดกรณีนี้เพิ่มเติมได้ในเกิดใกล้วันตรุษจีน นับปีนักษัตรปีไหนแน่
เมื่อรู้ปีนักษัตรแล้ว จะเชื่อมกลับไปหาความเชื่อของครอบครัวได้อย่างไร
หลังจากหาปีนักษัตรของตัวเองได้แล้ว หลายคนอยากรู้ต่อว่าความหมายและลักษณะนิสัยตามปีนักษัตรนั้นคืออะไร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการกลับมาทำความเข้าใจความเชื่อของครอบครัวที่เคยห่างหายไป แต่ละปีนักษัตรมีบทความอธิบายลักษณะนิสัยและดวงแยกไว้ เช่นลักษณะนิสัยคนปีขาล หรือลักษณะนิสัยคนปีชวด สำหรับคนที่มีคู่สมรสหรือคนใกล้ตัวที่ไม่มีระบบนักษัตรในวัฒนธรรมของตัวเอง การอธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจก็เป็นอีกเรื่องที่น่าเรียนรู้ควบคู่กัน
สรุป
การที่ครอบครัวเลิกพูดถึงปีนักษัตรมานานไม่ได้แปลว่าข้อมูลนี้หายไปตลอดกาล เพราะระบบนักษัตรจีนคำนวณจากปีเกิดตรง ๆ ไม่ต้องพึ่งการสืบทอดปากต่อปาก ขอแค่รู้ปีเกิดที่แน่นอนและเช็ควันตรุษจีนให้ถูกต้องสำหรับคนที่เกิดต้นปี ก็หาปีนักษัตรของตัวเองได้เองอย่างมั่นใจ ไม่ต้องรอให้ญาติผู้ใหญ่มาช่วยยืนยันอีกต่อไป







