ตั้งชื่อบริษัทตามชื่อเจ้าของ ดีกว่าตั้งชื่อใหม่ไม่มงคลไปหรือเปล่า

ไม่จำเป็นเสมอไป การตั้งชื่อบริษัทตามชื่อเจ้าของมีทั้งข้อดีเรื่องความน่าเชื่อถือส่วนบุคคลและความง่ายในการจดจำ แต่ความมงคลของชื่อไม่ได้ขึ้นกับว่าใช้ชื่อคนหรือชื่อคิดใหม่ ขึ้นกับผลรวมเลขศาสตร์ ความหมายของคำ และเสียงอ่านโดยรวมของชื่อนั้นเป็นหลัก ชื่อที่ตั้งตามเจ้าของอาจมงคลหรือไม่มงคลก็ได้เช่นเดียวกับชื่อที่คิดขึ้นใหม่ทั้งหมด ทางที่ดีคือนำชื่อที่สนใจทั้งสองแบบมาคำนวณผลรวมเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจ
ร้านเล็ก ๆ ที่ใช้ชื่อเล่นเจ้าของเป็นชื่อร้านมาสิบกว่าปี มักได้ลูกค้าจากการบอกต่อเพราะคนจำตัวเจ้าของได้มากกว่าจำชื่อร้าน คำถามจะเริ่มเกิดตอนคิดขยายเป็นแฟรนไชส์ ว่าชื่อเดิมนั้นเป็นมงคลพอจะขยายกิจการต่อไปได้หรือไม่ หรือควรตั้งชื่อใหม่ทั้งหมด
คำถามแบบนี้พบได้บ่อยในธุรกิจที่เริ่มจากตัวคนเดียว แล้วเติบโตจนต้องคิดเรื่องชื่อให้เป็นทางการมากขึ้น
ตั้งชื่อบริษัทตามชื่อเจ้าของกิจการ มีข้อดีอะไรบ้าง
การใช้ชื่อเจ้าของเป็นชื่อธุรกิจมีจุดแข็งเฉพาะตัวที่ชื่อคิดใหม่ให้ไม่ได้ง่ายๆ อย่างแรกคือความน่าเชื่อถือแบบส่วนบุคคล ลูกค้าเชื่อมโยงคุณภาพงานเข้ากับตัวคนโดยตรง ซึ่งเหมาะมากกับธุรกิจที่ขายความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว เช่น สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย คลินิกที่มีแพทย์เจ้าของเป็นจุดขาย หรือธุรกิจงานฝีมือที่ฝีมือเจ้าของคือหัวใจของแบรนด์
อีกข้อดีคือความง่ายในการจดจำ หากชื่อเจ้าของเป็นที่รู้จักอยู่แล้วในวงการนั้นมาก่อน การใช้ชื่อเดิมต่อยอดเป็นชื่อบริษัทช่วยประหยัดเวลาสร้างการรับรู้แบรนด์ไปได้มาก เพราะไม่ต้องเริ่มสร้างความจดจำจากศูนย์
ชื่อบริษัทที่ตั้งตามชื่อเจ้าของ จะมงคลหรือไม่มงคลขึ้นกับอะไร
ความมงคลของชื่อไม่ได้ตัดสินจากว่าเป็นชื่อคนหรือชื่อคิดขึ้นใหม่ แต่ขึ้นกับปัจจัยเดียวกับการตั้งชื่อบริษัททั่วไป นั่นคือผลรวมเลขศาสตร์ของชื่อเต็มที่จะใช้จดทะเบียน ความหมายของคำที่ปรากฏในชื่อว่าสื่อถึงสิ่งดีหรือไม่ดี และเสียงอ่านโดยรวมว่าฟังลื่นหูเป็นมงคลหรือมีเสียงที่ฟังไม่ดีแฝงอยู่
นั่นหมายความว่าชื่อเจ้าของบางคนเมื่อคำนวณผลรวมออกมาอาจได้เลขที่ดีอยู่แล้วโดยไม่ต้องปรับอะไรเลย ในขณะที่บางคนอาจต้องปรับตัวสะกดเล็กน้อยหรือเติมคำประกอบเข้าไปเพื่อให้ผลรวมออกมาดีขึ้น ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่อธิบายไว้ในชื่อบริษัทภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ ต้องสื่อความหมายตรงกันไหม
เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างใช้ชื่อเจ้าของกับตั้งชื่อใหม่ทั้งหมด
การใช้ชื่อเจ้าของมีข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเช่นกัน หากในอนาคตธุรกิจต้องการขายกิจการหรือหาผู้ร่วมทุนใหม่ ชื่อที่ผูกติดกับตัวบุคคลอาจทำให้การส่งต่อธุรกิจดูสับสน เพราะผู้ซื้อหรือผู้ร่วมทุนใหม่ไม่ได้ใช้ชื่อเดียวกับเจ้าของเดิม ต่างจากชื่อที่คิดขึ้นใหม่ซึ่งเป็นกลางและส่งต่อได้ง่ายกว่า ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจที่วางแผนหาการลงทุนตามที่กล่าวถึงในตั้งชื่อบริษัทอย่างไรให้นักลงทุนมั่นใจ
ในทางกลับกัน ชื่อคิดขึ้นใหม่ทั้งหมดให้อิสระในการเลือกคำที่มงคลและมีความหมายดีได้เต็มที่ ไม่ถูกจำกัดด้วยตัวอักษรในชื่อเจ้าของ แต่ต้องใช้เวลาสร้างการจดจำนานกว่าชื่อที่มีความเชื่อมโยงกับตัวบุคคลอยู่แล้ว
ถ้าอยากใช้ชื่อเจ้าของแต่ผลเลขศาสตร์ไม่ดี ควรทำอย่างไร
มีทางเลือกหลายแบบที่ไม่ต้องทิ้งความเชื่อมโยงกับตัวเจ้าของไปทั้งหมด
- เติมคำนำหน้าหรือคำต่อท้ายที่มีความหมายดี เช่น คำที่แปลว่าความเจริญรุ่งเรืองหรือความมั่นคง เพื่อปรับผลรวมของชื่อเต็มให้ดีขึ้น
- ปรับตัวสะกดบางตัวอักษรเล็กน้อยโดยยังคงเสียงอ่านเดิมไว้ เพื่อเปลี่ยนผลรวมเลขศาสตร์โดยไม่กระทบการจดจำชื่อ
- ใช้ชื่อเล่นหรือฉายาที่คนในวงการรู้จักอยู่แล้วแทนชื่อจริงเต็มยศ ซึ่งมักสั้นกว่าและปรับผลรวมได้ง่ายกว่า
- นำชื่อเจ้าของไปคำนวณผลรวมเทียบกับชื่อคิดใหม่สักสองสามแบบ แล้วเลือกจากที่ได้ผลรวมดีที่สุดโดยยังรู้สึกถูกใจเจ้าของกิจการ
ธุรกิจครอบครัวที่ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น ควรตั้งชื่อตามใครดี
ธุรกิจครอบครัวมีมิติเพิ่มเติมที่ต้องคิดถึงมากกว่าธุรกิจเดี่ยว เพราะชื่อที่ตั้งในวันนี้อาจต้องอยู่ต่อไปอีกหลายสิบปีข้ามรุ่น หากตั้งตามชื่อผู้ก่อตั้งรุ่นแรกเพียงคนเดียว รุ่นต่อไปอาจรู้สึกไม่ผูกพันกับชื่อนั้นเท่ารุ่นก่อตั้ง ธุรกิจครอบครัวจำนวนไม่น้อยจึงเลือกใช้นามสกุลร่วมกันแทนชื่อตัวของคนใดคนหนึ่ง เพราะนามสกุลเป็นสิ่งที่ทุกรุ่นในครอบครัวใช้ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม และยังนำนามสกุลไปคำนวณผลรวมเลขศาสตร์เพื่อตรวจสอบความมงคลได้เช่นเดียวกับชื่อตัว
สรุป
ตั้งชื่อบริษัทตามชื่อเจ้าของไม่ได้แปลว่ามงคลหรือไม่มงคลโดยอัตโนมัติ ทุกอย่างขึ้นกับผลรวมเลขศาสตร์ ความหมายของคำ และเสียงอ่านโดยรวมของชื่อนั้นเช่นเดียวกับชื่อคิดขึ้นใหม่ทุกชื่อ จุดแข็งของชื่อตามเจ้าของคือความน่าเชื่อถือส่วนบุคคลและความง่ายในการจดจำ ส่วนจุดที่ควรระวังคือการส่งต่อธุรกิจในอนาคต ทางที่ดีที่สุดคือคำนวณผลรวมเปรียบเทียบทั้งชื่อเจ้าของและชื่อคิดใหม่สักสองสามแบบ แล้วเลือกชื่อที่ได้ทั้งความมงคลและความรู้สึกผูกพันของเจ้าของกิจการไปพร้อมกัน







