คู่รักที่สีมงคลวันเกิดตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ควรเลือกสีธีมงานแต่งงานอย่างไร

คู่รักที่สีมงคลวันเกิดตรงข้ามกันไม่จำเป็นต้องเลือกสีใดสีหนึ่งเพียงสีเดียวสำหรับธีมงานแต่งงาน สามารถใช้ทั้งสองสีร่วมกันได้โดยแบ่งสัดส่วนหรือแบ่งองค์ประกอบของงาน เช่น ใช้สีหนึ่งเป็นสีหลักของการ์ดเชิญและอีกสีเป็นสีรองของดอกไม้ตกแต่ง หรือให้แต่ละฝ่ายเลือกสีของตัวเองในองค์ประกอบที่ต่างกัน วิธีนี้ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่าสีมงคลของตัวเองมีที่ทางในงานแต่งงานโดยไม่ต้องเสียสละฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งหมด
คู่รักบางคู่พอเทียบสีมงคลตามวันเกิดของกันและกันแล้วพบว่าสีของตัวเองอยู่คนละกลุ่มที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง พอถึงเวลาวางแผนธีมงานแต่งงานจึงเกิดคำถามว่าจะเลือกสีของฝ่ายไหนดี หรือมีวิธีที่ไม่ต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลย
บทความนี้พูดถึงเฉพาะการเลือกสีธีมงานแต่งงานเมื่อสีมงคลของคู่รักตรงข้ามกัน ต่างจากการเลือกสีของใช้ประจำวันทั่วไปที่คู่รักสีตรงข้ามกันมักเจอในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีบริบทและวิธีจัดการต่างออกไป
ทำไมสีมงคลวันเกิดของคู่รักถึงตรงข้ามกันได้
สีมงคลตามความเชื่อมักแบ่งตามกลุ่มวันเกิดในรอบสัปดาห์ ทำให้คู่รักที่เกิดคนละวันมีโอกาสได้สีมงคลที่อยู่คนละกลุ่มกัน บางคู่บังเอิญตกอยู่ในกลุ่มสีที่ถือว่าตรงข้ามกันตามตำราสีมงคล ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของการคำนวณสีตามวันเกิด ไม่ได้บ่งบอกถึงความไม่เข้ากันของคู่รักในความหมายอื่น
สีตรงข้ามกันตามความเชื่อ กับการใช้สีตัดกันในงานออกแบบ ต่างกันอย่างไร
ความเชื่อเรื่องสีตรงข้ามหมายถึงตำแหน่งของสีในกลุ่มสีมงคลตามวันเกิดที่อยู่คนละฝั่งกัน แต่ในทางการออกแบบงานแต่งงาน สีที่ตัดกันหรือสีคู่ตรงข้ามกันบนวงล้อสีมักถูกใช้เป็นเทคนิคสร้างความโดดเด่นให้กับธีมงานอยู่แล้ว เพราะสีตัดกันช่วยให้แต่ละองค์ประกอบของงานดูมีมิติมากกว่าธีมสีเดียวล้วน จึงไม่ใช่อุปสรรคในการออกแบบเลยถ้ารู้จักแบ่งสัดส่วนให้เหมาะสม
แบ่งสัดส่วนสองสีในงานแต่งงานอย่างไรให้ลงตัว
วิธีที่ใช้ได้ผลคือให้สีหนึ่งเป็นสีหลักและอีกสีเป็นสีรอง แล้วสลับบทบาทกันในแต่ละองค์ประกอบของงาน เช่น ถ้าสีของฝ่ายหญิงเป็นสีหลักของการ์ดเชิญ ให้สีของฝ่ายชายเป็นสีหลักของช่อดอกไม้หรือผ้าปูโต๊ะแทน วิธีนี้ทำให้ทั้งสองสีมีพื้นที่แสดงตัวในงานอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีสีไหนถูกลดบทบาทลงไปทั้งงาน
ควรให้แต่ละฝ่ายเลือกสีของตัวเองในองค์ประกอบไหนของงาน
คู่รักหลายคู่เลือกแบ่งตามความสำคัญที่แต่ละฝ่ายให้ความสนใจ เช่น ฝ่ายที่ใส่ใจเรื่องการ์ดเชิญมากกว่าก็รับผิดชอบสีในส่วนนั้น ส่วนฝ่ายที่ใส่ใจเรื่องดอกไม้หรือของตกแต่งโต๊ะก็รับผิดชอบสีในส่วนนั้นแทน การพูดคุยแบ่งความรับผิดชอบตามความสนใจแบบนี้ช่วยให้การเลือกสีไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะได้สีเด่นกว่ากัน แต่เป็นการแบ่งบทบาทที่ทั้งสองฝ่ายพอใจร่วมกัน
แขกในงานควรแต่งกายด้วยสีไหน เมื่อธีมงานมีสองสีตรงข้ามกัน
ถ้าธีมงานใช้สองสีร่วมกัน สามารถแจ้งแขกให้เลือกแต่งกายด้วยสีใดสีหนึ่งจากสองสีนั้นก็ได้ตามความสะดวก ไม่จำเป็นต้องบังคับให้ทุกคนใส่สีเดียวกันทั้งงาน วิธีนี้ยังช่วยให้ภาพรวมงานดูมีสีสันหลากหลายและสอดคล้องกับธีมสองสีที่ตั้งใจสื่อความหมายถึงทั้งสองฝ่ายไปพร้อมกัน
ถ้าไม่อยากใช้สองสีเลย มีทางเลือกอื่นไหม
มี บางคู่เลือกใช้สีที่สามซึ่งเป็นกลางและไม่ตรงข้ามกับสีมงคลของทั้งสองฝ่ายมาเป็นธีมหลักแทน แล้วใส่สีมงคลของแต่ละฝ่ายเป็นรายละเอียดเล็กๆ ในงาน เช่น ริบบิ้นหรือของชำร่วย วิธีนี้เหมาะกับคู่รักที่อยากได้ธีมสีเดียวที่ดูเรียบร้อยเป็นหนึ่งเดียว แต่ยังอยากรักษาความหมายมงคลของแต่ละฝ่ายไว้ในรายละเอียดของงาน
เช็กลิสต์เลือกสีธีมงานแต่งงานเมื่อสีมงคลของคู่รักตรงข้ามกัน
- ตกลงกันว่าจะใช้สองสีร่วมกันในงาน หรือเลือกสีที่สามเป็นกลางแทน
- แบ่งบทบาทสีหลักและสีรองในแต่ละองค์ประกอบให้ทั้งสองฝ่ายมีพื้นที่เท่ากัน
- แบ่งความรับผิดชอบเลือกสีตามความสนใจของแต่ละฝ่าย เช่น การ์ดเชิญหรือดอกไม้
- แจ้งแขกในการ์ดเชิญว่าเลือกแต่งกายด้วยสีใดสีหนึ่งจากสองสีธีมงานได้ตามสะดวก
สรุป
คู่รักที่สีมงคลวันเกิดตรงข้ามกันไม่จำเป็นต้องเลือกสีของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสำหรับธีมงานแต่งงาน สามารถใช้สองสีร่วมกันโดยแบ่งบทบาทสีหลักสีรองในแต่ละองค์ประกอบของงาน หรือเลือกสีที่สามเป็นกลางแล้วใส่สีมงคลของแต่ละฝ่ายไว้ในรายละเอียดเล็กๆ แทน สิ่งสำคัญคือให้ทั้งสองฝ่ายมีส่วนร่วมตัดสินใจร่วมกันเพื่อให้ธีมงานสื่อความหมายมงคลของทั้งคู่ได้อย่างเท่าเทียม







