ตั้งชื่อโดเมนเว็บไซต์ให้เป็นมงคล มีหลักคิดต่างจากการตั้งชื่อร้านยังไง

การตั้งชื่อโดเมนให้เป็นมงคลต่างจากการตั้งชื่อร้านตรงที่โดเมนต้องเผื่อทางเลือกไว้เสมอ เพราะชื่อที่คำนวณแล้วได้เลขศาสตร์ดีที่สุดอาจมีคนจดทะเบียนไปก่อนแล้ว การคำนวณเลขศาสตร์ชื่อโดเมนทำได้โดยแปลงตัวอักษรภาษาอังกฤษหรือพยัญชนะไทยที่ใช้ในโดเมนเป็นตัวเลขตามตารางค่าตัวอักษรของแต่ละตำรา แล้วบวกรวมและลดทอนเหลือหลักเดียวเหมือนการคำนวณชื่อร้านทั่วไป แต่ต้องไม่นับส่วนขยายอย่าง .com หรือ .co.th เข้าไปในการคำนวณ เพราะส่วนนั้นเป็นมาตรฐานทางเทคนิคที่ทุกคนใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชื่อที่เลือกเอง
เจ้าของร้านค้าออนไลน์รายหนึ่งเล่าให้ฟังว่าตอนเปิดร้านหน้าร้านจริง เขาให้ซินแสช่วยเลือกชื่อร้านจนพอใจ พอจะขยายมาทำเว็บไซต์กลับพบว่าชื่อโดเมนที่อยากได้ทั้งหมดถูกคนอื่นจดไปแล้ว ต้องกลับมาคิดใหม่ว่าจะคำนวณเลขศาสตร์โดเมนยังไงให้ยังได้ความหมายใกล้เคียงเดิมและยังว่างให้จดได้จริง เรื่องนี้ต่างจากตั้งชื่อร้านตรงที่ร้านค้าจริงแทบไม่มีปัญหาชื่อซ้ำ แต่โดเมนมีแค่หนึ่งเดียวในโลกต่อชื่อหนึ่งชื่อ ใครจดก่อนได้ก่อน
โดเมนกับชื่อร้าน ต่างกันตรงไหนในมุมมองมงคล
ชื่อร้านค้าทั่วไปสามารถซ้ำกันได้หลายร้านในละแวกต่างกัน หรือแม้แต่ในเมืองเดียวกันก็ยังพอเปิดร้านชื่อเดียวกันได้ถ้าไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคุ้มครองไว้ แต่โดเมนเว็บไซต์ทำงานบนระบบที่มีชื่อเดียวไม่ซ้ำกันทั่วโลก เมื่อมีคนจดโดเมนชื่อหนึ่งไปแล้ว คนอื่นจะใช้ชื่อเดียวกันกับส่วนขยายเดียวกันไม่ได้อีกเลยตราบใดที่โดเมนนั้นยังไม่หมดอายุหรือถูกปล่อยคืน
ข้อจำกัดนี้ทำให้การตั้งชื่อโดเมนให้เป็นมงคลต้องคิดเผื่อทางเลือกสำรองไว้เสมอ ต่างจากการตั้งชื่อร้านที่ถ้าคำนวณแล้วได้ชื่อที่ต้องการก็นำไปใช้ได้ทันทีโดยแทบไม่มีอุปสรรค อีกจุดต่างที่สำคัญคือโดเมนต้องพิมพ์ด้วยแป้นพิมพ์จริง ความยาวและความซับซ้อนของตัวสะกดจึงส่งผลต่อการใช้งานจริงมากกว่าชื่อร้านที่แค่พูดหรือเขียนป้ายก็เพียงพอ โดเมนที่สะกดยากทำให้ลูกค้าพิมพ์ผิดบ่อยและเสียโอกาสทางธุรกิจไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว
คำนวณเลขศาสตร์ชื่อโดเมนทีละขั้นตอน
หลักการคำนวณเลขศาสตร์ชื่อโดเมนใช้แนวคิดเดียวกับการคำนวณชื่อทั่วไป คือแปลงตัวอักษรแต่ละตัวเป็นค่าตัวเลขตามตารางของตำราที่เลือกใช้ แล้วบวกรวมทั้งหมดจนเหลือเลขหลักเดียวหรือเลขมงคลตามเกณฑ์ที่ต้องการ ขั้นตอนคือ
- เขียนเฉพาะส่วนชื่อของโดเมนที่อยู่หน้าจุด ไม่นับส่วนขยายอย่าง .com .net หรือ .co.th
- แปลงตัวอักษรแต่ละตัวเป็นค่าตัวเลขตามตารางค่าตัวอักษรของตำราที่เลือกใช้
- บวกค่าตัวเลขทั้งหมดรวมกัน
- ถ้าผลรวมเป็นเลขสองหลักขึ้นไป ให้บวกตัวเลขในหลักนั้นรวมกันอีกครั้งจนเหลือเลขหลักเดียว หรือหยุดที่เลขสองหลักที่ตำรานั้นถือว่าเป็นเลขมงคลพิเศษก็ได้ตามแต่ละสำนัก
ลองดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สมมติธุรกิจขายเครื่องประดับมงคลกำลังเลือกระหว่างชื่อโดเมนสองแบบที่ใกล้เคียงกัน คือ "luckyjade" กับ "luckygem" โดยใช้ตารางค่าตัวอักษรภาษาอังกฤษแบบที่นิยมใช้กันแบบหนึ่ง (a=1, b=2, c=3 ไล่ไปจนถึง z=26)
| ชื่อโดเมน | ตัวอักษรและค่า | ผลรวม | ลดทอนเหลือหลักเดียว |
|---|---|---|---|
| luckyjade | l12+u21+c3+k11+y25+j10+a1+d4+e5 = 92 | 92 | 9+2 = 11 → 1+1 = 2 |
| luckygem | l12+u21+c3+k11+y25+g7+e5+m13 = 97 | 97 | 9+7 = 16 → 1+6 = 7 |
จะเห็นว่าแค่เปลี่ยนช่วงท้ายของชื่อจาก "jade" เป็น "gem" ผลลัพธ์เปลี่ยนจากเลข 2 เป็นเลข 7 ไปเลย ทั้งที่ความหมายในภาษาอังกฤษใกล้เคียงกันมาก คือคำว่าหยกกับอัญมณี นี่คือเหตุผลที่การเลือกคำแปลหรือคำพ้องความหมายจึงมีผลต่อเลขศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะสื่อความหมายคล้ายกันก็ตาม (ตัวเลขในตัวอย่างนี้ใช้ตารางค่าตัวอักษรแบบหนึ่งเพื่อสาธิตหลักการเท่านั้น ตำราอื่นอาจให้ค่าตัวอักษรหรือวิธีนับต่างออกไป)
ข้อจำกัดของโดเมนที่ชื่อร้านไม่มี
การตั้งชื่อร้านค้าทั่วไปมักเจอข้อจำกัดแค่เรื่องความหมายไม่ดีหรือออกเสียงไม่เพราะ แต่โดเมนเว็บไซต์มีข้อจำกัดเพิ่มเติมอีกหลายชั้นที่ต้องคิดพร้อมกัน
| ข้อจำกัด | ผลกระทบต่อการเลือกชื่อโดเมนมงคล |
|---|---|
| โดเมนต้องว่างจริง ไม่มีคนอื่นจดไปก่อน | ชื่อที่คำนวณได้เลขศาสตร์ดีที่สุดอาจใช้ไม่ได้จริง ต้องเตรียมชื่อสำรองไว้เสมอ |
| ความยาวของชื่อมีผลต่อการพิมพ์และจดจำ | ชื่อยาวเกินไปแม้ผลเลขศาสตร์ดีก็อาจไม่เหมาะกับการใช้งานจริง |
| ตัวอักษรพิเศษและวรรณยุกต์ไทยใช้ในโดเมนไม่ได้โดยตรง | ต้องแปลงเป็นอักษรโรมันหรือใช้โดเมนภาษาไทยแบบเฉพาะซึ่งบางเบราว์เซอร์ยังรองรับไม่เต็มที่ |
| ต้องพิมพ์ในแป้นพิมพ์ได้ง่ายไม่สับสน | คำที่ออกเสียงเหมือนกันแต่สะกดต่างกันหลายแบบทำให้ลูกค้าพิมพ์ผิดบ่อย |
ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้บางครั้งเจ้าของธุรกิจต้องยอมประนีประนอมระหว่างเลขศาสตร์ที่ดีที่สุดในทางทฤษฎีกับชื่อที่ใช้งานได้จริงในทางปฏิบัติ
โดเมนภาษาไทยกับโดเมนภาษาอังกฤษ นับเลขศาสตร์ต่างกันไหม
ต่างกันจริง เพราะตารางค่าตัวอักษรของพยัญชนะไทยกับตัวอักษรโรมันเป็นคนละชุดข้อมูลกันโดยสิ้นเชิง ธุรกิจที่ทำทั้งโดเมนภาษาไทยและโดเมนภาษาอังกฤษคู่ขนานกัน เช่นเดียวกับกรณีตั้งชื่อบริษัทสองภาษาที่ต้องคำนวณแยกกัน (อ่านเพิ่มเติมเรื่องหลักการตั้งชื่อบริษัทสองภาษาได้ที่ ตั้งชื่อบริษัทสองภาษาให้เชื่อมโยงกัน ต้องระวังอะไรบ้าง) อาจพบว่าผลเลขศาสตร์ของโดเมนทั้งสองภาษาไม่ตรงกัน
ในกรณีนี้ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจว่าจะให้น้ำหนักกับโดเมนภาษาไหนมากกว่ากัน โดยพิจารณาจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ใช้งานจริงบ่อยที่สุด ถ้าลูกค้าหลักเป็นคนไทยที่ค้นหาด้วยคำภาษาไทยเป็นหลัก โดเมนภาษาไทยหรือโดเมนที่มีชื่อทับศัพท์ภาษาไทยชัดเจนอาจสำคัญกว่า แต่ถ้าธุรกิจเน้นตลาดต่างประเทศหรือกลุ่มลูกค้าที่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมากกว่า การให้น้ำหนักกับเลขศาสตร์โดเมนภาษาอังกฤษก็สมเหตุสมผลกว่า
เมื่อโดเมนที่อยากได้เลขศาสตร์ไม่ว่างแล้ว มีทางเลือกอะไรบ้าง
- ลองปรับคำในชื่อโดยคงความหมายเดิมไว้ แต่ใช้คำพ้องความหมายอื่นแทน แล้วคำนวณเลขศาสตร์ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนคำ
- ลองเติมคำนำหน้าหรือคำต่อท้ายสั้นๆ ที่ยังฟังดูเป็นธรรมชาติ เช่น เติมคำที่บอกประเภทธุรกิจ แล้วดูว่าผลรวมเปลี่ยนไปทางที่ต้องการหรือไม่
- พิจารณาส่วนขยายโดเมนอื่นนอกจาก .com เช่น .co.th หรือ .biz หากชื่อที่ต้องการมีคนจดใน .com ไปแล้วแต่ยังว่างในส่วนขยายอื่น
- ตรวจสอบว่าชื่อที่ปรับใหม่ยังคงสะกดง่ายและออกเสียงชัดสำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่หรือไม่ อย่าให้เลขศาสตร์บดบังความใช้งานได้จริง
- ถ้าลองหลายทางแล้วยังไม่เจอชื่อที่ทั้งว่างและผ่านเกณฑ์เลขศาสตร์ ให้กลับมาตั้งคำถามว่าความหมายของชื่อหรือความจำง่ายสำคัญกว่าเลขศาสตร์ในกรณีนี้หรือไม่
โดเมนกับชื่อบัญชีโซเชียลมีเดีย ควรให้ตรงกันไหม
อีกเรื่องที่คนตั้งชื่อร้านแบบเดิมไม่ต้องคิด แต่คนทำธุรกิจออนไลน์ต้องคิดเพิ่มคือชื่อโดเมนควรตรงกับชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือติ๊กต็อกด้วยหรือเปล่า คำตอบคือควรให้ตรงกันมากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะลูกค้าที่เจอร้านจากช่องทางหนึ่งมักลองค้นหาชื่อเดียวกันในช่องทางอื่นต่อ ถ้าชื่อไม่ตรงกันเลย ลูกค้าอาจหาไม่เจอหรือเจอบัญชีปลอมที่แอบใช้ชื่อใกล้เคียงแทน
ปัญหาที่พบบ่อยคือชื่อโดเมนที่คำนวณเลขศาสตร์แล้วผ่านเกณฑ์และยังว่างอยู่ อาจมีคนอื่นใช้ชื่อเดียวกันเป็นบัญชีโซเชียลมีเดียไปแล้ว ทำให้ต้องเติมคำหรือตัวเลขต่อท้ายในบัญชีโซเชียล ซึ่งถ้าเติมแบบไม่คิดให้ดีอาจทำให้ค่าตัวเลขของชื่อที่ปรากฏจริงต่อสาธารณะเปลี่ยนไปจากที่คำนวณไว้ในตอนแรก ทางที่ดีคือตรวจสอบความว่างของทั้งโดเมนและบัญชีโซเชียลมีเดียหลักๆ ไปพร้อมกันตั้งแต่ขั้นตอนเลือกชื่อ ไม่ใช่คำนวณเลขศาสตร์เสร็จแล้วค่อยไปตรวจทีหลัง เพราะจะเสียเวลากลับมาคำนวณใหม่ถ้าชื่อที่เลือกไม่ว่างในบางช่องทาง
ข้อควรระวังเมื่อตั้งชื่อโดเมนตามหลักมงคล
- อย่าจดโดเมนที่คำนวณเลขศาสตร์ผ่านเกณฑ์แต่สะกดยากหรือยาวเกินไปจนลูกค้าจำไม่ได้ เพราะจะเสียโอกาสทางธุรกิจมากกว่าประโยชน์ที่ได้จากเลขศาสตร์
- อย่าลืมตรวจสอบว่าชื่อโดเมนที่เลือกไม่ไปพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายไม่ดีในภาษาอื่น โดยเฉพาะถ้าธุรกิจมีแผนขยายตลาดต่างประเทศในอนาคต
- อย่าซื้อโดเมนหลายชื่อพร้อมกันเพียงเพราะอยากได้เลขศาสตร์ที่ดีที่สุดโดยไม่มีแผนใช้งานจริง เพราะมีค่าใช้จ่ายต่ออายุรายปีที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง
- อย่าลืมว่าชื่อโดเมนที่ดีในทางเลขศาสตร์ไม่ได้แปลว่าเว็บไซต์จะติดอันดับการค้นหาหรือขายดีขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ยังต้องอาศัยเนื้อหาและการทำการตลาดที่ดีควบคู่กันไปด้วย
สรุป
ตั้งชื่อโดเมนให้เป็นมงคลใช้หลักการคำนวณเลขศาสตร์แบบเดียวกับชื่อร้าน แต่ต้องเผื่อทางเลือกสำรองไว้เสมอเพราะโดเมนมีจำกัดหนึ่งเดียวต่อชื่อทั่วโลก และต้องคิดเรื่องความยาว การพิมพ์ และการสะกดที่ใช้งานจริงควบคู่ไปกับตัวเลขด้วย ไม่มีชื่อโดเมนไหนสมบูรณ์แบบทั้งเลขศาสตร์และการใช้งานพร้อมกันเสมอไป สิ่งสำคัญคือหาจุดที่ลงตัวที่สุดระหว่างสองเรื่องนี้ให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเอง







