เซ็นสัญญาจ้างงาน กับวันเริ่มงานจริง ฤกษ์ต้องดูวันไหน

วันเซ็นสัญญาจ้างงานหรือวันตอบรับข้อเสนอ กับวันเริ่มงานวันแรก เป็นฤกษ์คนละจุดกันตามความเชื่อไทย ไม่จำเป็นต้องตรงกัน หลายคนเซ็นสัญญาล่วงหน้าตามวันที่บริษัทสะดวก แล้วค่อยเลือกฤกษ์วันเริ่มงานแยกต่างหาก สิ่งที่สำคัญกว่าฤกษ์คือการอ่านเงื่อนไขสัญญาจ้างให้ละเอียดก่อนเซ็น โดยเฉพาะระยะเวลาทดลองงาน อัตราเงินเดือน และเงื่อนไขการแจ้งลาออก เพราะเป็นเรื่องที่กระทบสิทธิการทำงานโดยตรง
คนที่เพิ่งได้งานใหม่มักเจอคำถามจากที่บ้านแบบเดียวกัน คือ "ขอฤกษ์เริ่มงานหรือยัง" ทั้งที่จริง ๆ สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้าคือการไปเซ็นสัญญาจ้างที่ออฟฟิศ ส่วนวันเริ่มงานจริงยังอยู่อีกสามสัปดาห์ข้างหน้าตามที่ตกลงกับบริษัทเดิมเรื่องแจ้งลาออกล่วงหน้า
ความสับสนระหว่างสองวันนี้พบได้บ่อย เพราะบทความเรื่องฤกษ์เริ่มงานใหม่ที่มีอยู่ทั่วไปมักพูดถึงวันแรกที่ไปทำงานจริงเป็นหลัก โดยไม่ได้แยกให้ชัดว่าวันเซ็นสัญญาก็เป็นอีกฤกษ์หนึ่งที่แยกจากกันได้
วันเซ็นสัญญากับวันเริ่มงาน คือคนละฤกษ์กัน
วันเซ็นสัญญาจ้างงานหรือวันตอบรับข้อเสนองาน คือวันที่เริ่มต้นข้อตกลงทางกฎหมายระหว่างพนักงานกับนายจ้าง มีลักษณะใกล้เคียงกับฤกษ์เซ็นสัญญาธุรกิจ มากกว่าฤกษ์เริ่มงาน เพราะ ณ วันนั้นยังไม่มีการทำงานจริงเกิดขึ้น เป็นเพียงการลงนามยืนยันเงื่อนไข
ส่วนวันเริ่มงานวันแรก คือวันที่พนักงานเดินเข้าออฟฟิศและเริ่มปฏิบัติงานจริง ซึ่งเป็นฤกษ์ที่คนไทยให้ความสำคัญมากกว่าตามธรรมเนียม ผู้ที่ยังไม่มีเวลาเกิดชัดเจนและต้องการหลักการดูฤกษ์วันเริ่มงานสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เริ่มดูฤกษ์เริ่มงานใหม่ สำหรับคนไม่มีเวลาเกิด
สองวันนี้มักห่างกันตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหนึ่งเดือน โดยเฉพาะกรณีที่ต้องแจ้งลาออกจากงานเดิมล่วงหน้าตามสัญญา จึงสามารถแยกขอฤกษ์ทั้งสองจุดได้อย่างอิสระ ไม่ต้องบีบให้ตรงกัน
สิ่งที่ควรอ่านในสัญญาจ้างงานก่อนเซ็น มากกว่าดูฤกษ์
สัญญาจ้างงานมีรายละเอียดที่กระทบสิทธิและรายได้ของพนักงานโดยตรง ควรอ่านให้ครบก่อนเซ็นทุกครั้ง
- อัตราเงินเดือนและวันจ่ายเงินเดือน — ตรวจให้ตรงกับที่ตกลงกันในขั้นตอนสัมภาษณ์
- ระยะเวลาทดลองงานและเกณฑ์ประเมิน — ต้องรู้ว่าจะถูกประเมินผลด้วยเกณฑ์อะไรและเมื่อใด
- สวัสดิการที่ได้รับ — เช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพเพิ่มเติม วันลาพักร้อน และโบนัส
- เงื่อนไขการแจ้งลาออก — ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน เพื่อวางแผนกับงานเดิมได้ทัน
- ข้อตกลงห้ามทำงานแข่งขัน (ถ้ามี) — บางสัญญาระบุข้อจำกัดหลังพ้นสภาพพนักงาน ควรอ่านให้เข้าใจก่อนเซ็น
ตารางเปรียบเทียบวันเซ็นสัญญากับวันเริ่มงาน
| ประเด็น | วันเซ็นสัญญาจ้างงาน | วันเริ่มงานวันแรก |
|---|---|---|
| ความหมายตามความเชื่อ | ฤกษ์เริ่มต้นข้อตกลง | ฤกษ์เริ่มต้นการทำงานจริง |
| ผู้กำหนดวันได้จริง | ฝ่ายบุคคลของบริษัท | มักตกลงร่วมกันระหว่างพนักงานกับบริษัท |
| ความยืดหยุ่นของวัน | ต่ำ ขึ้นกับกระบวนการภายในบริษัท | สูงกว่า มักเจรจาต่อรองได้ |
| น้ำหนักความสำคัญตามธรรมเนียม | รอง | หลัก |
เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญาจ้างงาน
- อ่านอัตราเงินเดือนและสวัสดิการให้ตรงกับที่ตกลงไว้ตอนสัมภาษณ์
- ตรวจระยะเวลาทดลองงานและเกณฑ์การประเมิน
- ตรวจเงื่อนไขการแจ้งลาออกล่วงหน้าก่อนวางแผนวันเริ่มงาน
- แยกขอฤกษ์วันเซ็นสัญญากับวันเริ่มงานหากต้องการทั้งสองวัน
- เก็บสำเนาสัญญาจ้างงานไว้เป็นหลักฐานของตนเอง
ตัวอย่างจริง: ลาออกงานเดิมแบบไม่ทันแจ้งล่วงหน้าตามสัญญา
ลองดูกรณีสมมติที่ใกล้เคียงสถานการณ์จริง พนักงานคนหนึ่งได้รับข้อเสนองานใหม่ที่อยากเริ่มงานภายในสองสัปดาห์ แต่สัญญาจ้างงานเดิมระบุว่าต้องแจ้งลาออกล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวัน พนักงานจึงต้องเลือกระหว่างขอบริษัทใหม่เลื่อนวันเริ่มงานออกไป หรือแจ้งลาออกจากงานเดิมโดยยอมรับว่าอาจถูกหักเงินเดือนบางส่วนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา
ในกรณีนี้พนักงานเลือกคุยกับบริษัทใหม่อย่างตรงไปตรงมา อธิบายเงื่อนไขแจ้งลาออกล่วงหน้าของงานเดิม บริษัทใหม่เข้าใจสถานการณ์และยินดีเลื่อนวันเริ่มงานออกไปอีกสองสัปดาห์ให้ พนักงานจึงสามารถแจ้งลาออกงานเดิมได้ครบตามเงื่อนไขสัญญาโดยไม่ต้องเสียเงินหรือความสัมพันธ์กับนายจ้างเดิม เคสนี้แสดงให้เห็นว่าการอ่านเงื่อนไขแจ้งลาออกในสัญญาจ้างงานเดิมให้ละเอียดตั้งแต่วันแรกที่เซ็น มีผลต่อความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนงานในอนาคตมากกว่าที่หลายคนคิด
สัญญาจ้างแบบไม่มีกำหนดเวลา กับสัญญาจ้างแบบมีกำหนดเวลา ต่างกันตรงไหน
สัญญาจ้างแบบไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าพนักงานประจำ เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุดในตลาดแรงงานไทย พนักงานมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงานหากถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด และมักได้รับสวัสดิการเต็มรูปแบบตามนโยบายบริษัท
สัญญาจ้างแบบมีกำหนดเวลา หรือสัญญาจ้างชั่วคราว ระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดชัดเจนตั้งแต่ต้น เมื่อครบกำหนดสัญญาจะสิ้นสุดโดยอัตโนมัติโดยไม่ถือเป็นการเลิกจ้าง นายจ้างจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่ไม่ต่อสัญญา พนักงานที่รับสัญญาประเภทนี้ควรอ่านเงื่อนไขการต่อสัญญาให้ชัดว่ามีการแจ้งล่วงหน้าก่อนครบกำหนดหรือไม่ และหากมีการต่อสัญญาซ้ำหลายครั้งติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ควรสอบถามสิทธิ์ตามกฎหมายแรงงานเพิ่มเติม เพราะบางกรณีอาจถูกตีความว่าเป็นการจ้างงานต่อเนื่องซึ่งมีผลต่อสิทธิ์ค่าชดเชยที่แตกต่างออกไป
วันขึ้นทะเบียนประกันสังคม ต้องตรงกับวันเริ่มงานไหม
ตามกฎหมายประกันสังคม นายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนับจากวันที่เริ่มจ้างงานจริง ไม่ใช่วันที่เซ็นสัญญาจ้าง พนักงานใหม่จึงควรตรวจสอบกับฝ่ายบุคคลว่าวันคุ้มครองประกันสังคมของตนเองเริ่มนับจากวันไหน เพราะมีผลต่อสิทธิการรักษาพยาบาลและสิทธิประโยชน์อื่นตั้งแต่วันแรกของการเป็นผู้ประกันตน
พนักงานที่ลาออกจากงานเดิมและมีช่วงว่างก่อนเริ่มงานใหม่หลายวันหรือหลายสัปดาห์ ควรทราบว่าสิทธิประกันสังคมจากนายจ้างเดิมจะสิ้นสุดลงหลังพ้นสภาพพนักงาน และสิทธิจากนายจ้างใหม่จะเริ่มนับใหม่ตามวันที่ขึ้นทะเบียน ช่วงว่างระหว่างกลางจึงอาจไม่มีความคุ้มครองประกันสังคมจากนายจ้าง ควรวางแผนเรื่องนี้ล่วงหน้าหากมีนัดหมายทางการแพทย์ในช่วงเปลี่ยนงานพอดี
หนังสือรับรองการทำงานกับใบผ่านงาน ต้องขอจากบริษัทเดิมไหม
พนักงานที่กำลังจะเซ็นสัญญาจ้างงานใหม่มักถูกขอเอกสารยืนยันประสบการณ์ทำงานจากบริษัทเดิม ซึ่งมีสองแบบที่คนมักสับสน คือหนังสือรับรองการทำงาน ที่ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาทำงาน และบางครั้งรวมเงินเดือน ใช้ยื่นประกอบการสมัครงานใหม่หรือขอสินเชื่อ กับใบผ่านงานหรือหนังสือรับรองการลาออก ที่ยืนยันว่าพ้นสภาพพนักงานจากบริษัทเดิมแล้วอย่างถูกต้อง ไม่มีภาระผูกพันค้างอยู่
พนักงานควรขอเอกสารทั้งสองประเภทจากฝ่ายบุคคลของบริษัทเดิมตั้งแต่วันที่แจ้งลาออก ไม่ควรรอจนถึงวันสุดท้ายของการทำงาน เพราะบางบริษัทใช้เวลาดำเนินการออกเอกสารหลายวันทำการ หากไปขอกะทันหันในวันสุดท้ายอาจไม่ทันใช้ยื่นในวันเซ็นสัญญางานใหม่ตามกำหนด บริษัทใหม่บางแห่งกำหนดให้ยื่นเอกสารเหล่านี้ก่อนวันเริ่มงานจริงด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่วันเซ็นสัญญา จึงควรวางแผนขอเอกสารให้เสร็จเรียบร้อยก่อนวันฤกษ์ที่เลือกไว้พอสมควร เพื่อไม่ให้เอกสารที่ขาดหายกลายเป็นอุปสรรคในวันที่ตั้งใจเริ่มต้นสิ่งใหม่
พนักงานบางคนลาออกจากงานเดิมด้วยความไม่ลงรอยกันกับหัวหน้างาน ทำให้กังวลว่าจะขอเอกสารยากกว่าปกติ ในกรณีนี้ควรขอเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านอีเมลถึงฝ่ายบุคคลโดยตรงแทนการขอด้วยวาจากับหัวหน้างานคนเดิม เพราะฝ่ายบุคคลมีหน้าที่ออกเอกสารตามข้อเท็จจริงของประวัติการทำงาน ไม่ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างพนักงานกับหัวหน้างานแต่อย่างใด หากบริษัทเดิมปฏิเสธหรือล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันควร พนักงานมีสิทธิ์สอบถามกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้เช่นกัน
สรุป
วันเซ็นสัญญาจ้างงานกับวันเริ่มงานวันแรกเป็นฤกษ์คนละความหมายกัน ไม่จำเป็นต้องบีบให้ตรงวันเดียวกัน สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าฤกษ์คือการอ่านเงื่อนไขสัญญาจ้างให้ละเอียด ทั้งเงินเดือน ระยะเวลาทดลองงาน และเงื่อนไขการแจ้งลาออก เพราะเป็นรายละเอียดที่กระทบชีวิตการทำงานในระยะยาวมากกว่าตัวเลขวันที่บนปฏิทิน







