เดือนเกิดตามหลักสากลมีพลอยประจำเดือน (birthstone) แต่วันเกิดไทยก็มีสีและหินมงคลของตัวเอง สองระบบนี้ขัดกันไหม

birthstone สากลกับหินมงคลตามวันเกิดไทยเป็นคนละระบบความเชื่อที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ตรงกัน birthstone อิงเดือนเกิดตามปฏิทินสุริยคติของตะวันตก ส่วนหินมงคลไทยอิงวันในสัปดาห์ที่เกิดตามคติพระเคราะห์ทั้งเก้าของไทย ทั้งสองระบบไม่ได้ขัดแย้งหรือต้องเลือกใช้เพียงระบบเดียว จะใส่ทั้งสองแบบพร้อมกันหรือเลือกระบบที่รู้สึกผูกพันมากกว่าก็ได้ ไม่มีข้อห้ามตายตัว
คนที่เคยดูตาราง birthstone ฝรั่งแล้วก็เคยได้ยินเรื่องสีประจำวันเกิดไทยมาก่อน มักงงตอนที่สองตารางบอกหินคนละก้อนสำหรับตัวเอง เช่น เกิดเดือนพฤษภาคมตามสากลได้มรกตเป็น birthstone แต่พอดูวันเกิดแบบไทยกลับได้หินอีกสีที่ไม่เกี่ยวกับมรกตเลย แล้วแบบนี้ควรเชื่อระบบไหน หรือทั้งสองระบบขัดกันจริง ๆ
คำตอบสั้น ๆ คือทั้งสองระบบไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ตรงกันตั้งแต่แรก เพราะมาจากคนละที่มาคนละหลักคิด บทความนี้จะอธิบายที่มาของทั้งสองระบบแยกกันให้ชัด ก่อนช่วยตัดสินใจว่าจะใช้ระบบไหนหรือใช้ร่วมกันได้อย่างไร
birthstone สากลคืออะไร มาจากไหน
Birthstone คือธรรมเนียมการผูกพลอยหรืออัญมณีแต่ละชนิดไว้กับเดือนเกิดตามปฏิทินสุริยคติแบบสากล เช่น มกราคมคือโกเมน กุมภาพันธ์คืออเมทิสต์ พฤษภาคมคือมรกต ธรรมเนียมนี้มีรากมาจากความเชื่อตะวันตกโบราณที่เชื่อมโยงอัญมณีสิบสองชนิดกับสัญลักษณ์ทางศาสนาและโหราศาสตร์ตะวันตก ก่อนถูกจัดระบบให้เป็นตารางมาตรฐานที่ใช้กันแพร่หลายในอุตสาหกรรมเครื่องประดับช่วงต้นศตวรรษที่ 20
สิ่งสำคัญคือ birthstone ยึดเดือนเกิดเป็นหน่วยหลัก ไม่สนใจว่าเกิดวันไหนในสัปดาห์ คนที่เกิดเดือนเดียวกันทุกคนจึงมี birthstone เดียวกันหมด ไม่ว่าจะเกิดวันจันทร์หรือวันศุกร์
หินมงคลตามวันเกิดไทยยึดหลักอะไร
ระบบไทยแตกต่างไปคนละแนวทาง เพราะยึดวันในสัปดาห์ที่เกิดเป็นหลัก ไม่ใช่เดือน ตามคติโหราศาสตร์ไทยที่ผูกแต่ละวันไว้กับพระเคราะห์ประจำวันและสีประจำวัน เช่น วันอาทิตย์สีแดงคู่กับพระอาทิตย์ วันจันทร์สีเหลืองนวลคู่กับพระจันทร์ วันพุธกลางวันสีเขียวคู่กับพระพุธ เป็นต้น หินมงคลที่แนะนำให้ใส่จึงมักเลือกจากสีที่ตรงกับสีประจำวันเกิดนั้น ๆ
ความแตกต่างสำคัญคือคนที่เกิดเดือนเดียวกันแต่คนละวันในสัปดาห์จะได้หินมงคลไทยคนละแบบ สลับกับ birthstone สากลที่จะเหมือนกันทั้งเดือน นี่คือจุดที่ทำให้สองระบบดูขัดกันเวลาเทียบกันตรง ๆ
ตารางเทียบแนวคิดของสองระบบ
| ประเด็น | Birthstone สากล | หินมงคลวันเกิดไทย |
|---|---|---|
| หน่วยอ้างอิง | เดือนเกิด | วันในสัปดาห์ที่เกิด |
| รากที่มา | ธรรมเนียมตะวันตก/โหราศาสตร์ตะวันตก | คติพระเคราะห์ทั้งเก้าของไทย |
| คนกลุ่มเดียวกัน | ทุกคนเกิดเดือนเดียวกันได้หินเดียวกัน | ต่างกันตามวันในสัปดาห์แม้เดือนเดียวกัน |
| การจัดมาตรฐาน | มีตารางสากลที่ใช้แพร่หลาย | แตกต่างกันได้บ้างตามแต่ละตำรา/สำนัก |
ทำไมสองระบบถึงให้หินคนละก้อนสำหรับคนคนเดียวกัน
เพราะทั้งสองระบบพัฒนาขึ้นมาแยกกันโดยสิ้นเชิง ไม่มีจุดใดที่ผู้สร้างระบบทั้งสองฝั่งเคยตั้งใจให้สอดคล้องกัน Birthstone เกิดจากธรรมเนียมตะวันตกที่ยึดเดือนเป็นหลักตามปฏิทินสุริยคติ ส่วนหินมงคลไทยเกิดจากคติโหราศาสตร์ไทยที่ยึดวันเป็นหลักตามคัมภีร์พระเคราะห์ ทั้งสองจึงเป็นความเชื่อเชิงระบบคนละระบบ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงสากลที่ต้องตรงกันหรือขัดแย้งกันในทางวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด
เรื่องนี้คล้ายกับกรณีหินมงคลตามราศีกับหินมงคลตามวันเกิดที่บางครั้งก็ให้ผลต่างกัน อ่านเพิ่มเติมได้ในหินมงคลตามราศีกับหินมงคลตามวันเกิดขัดกันไหม
เลือกใช้ระบบไหนดี หรือใช้ร่วมกันได้ไหม
ไม่มีคำตอบตายตัวว่าต้องเลือกระบบใดระบบหนึ่งเท่านั้น เพราะทั้งสองระบบเป็นความเชื่อเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่มีระบบไหนถูกหรือผิดกว่ากันในเชิงข้อเท็จจริง สิ่งที่ควรใช้ตัดสินใจคือความรู้สึกผูกพันส่วนตัว
- ถ้าเติบโตมากับครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับสีวันเกิดไทย การเลือกใช้ระบบไทยเป็นหลักจะรู้สึกมีความหมายมากกว่า
- ถ้าชอบความหมายเชิงสัญลักษณ์ของ birthstone หรือใช้ในบริบทสากล เช่น ของขวัญให้เพื่อนต่างชาติ ระบบสากลก็ตอบโจทย์กว่า
- ถ้าอยากได้ทั้งสองความหมาย สามารถใส่กำไลหรือแหวนสองวงพร้อมกันได้ ไม่มีข้อห้ามเรื่องการผสมสองระบบในทางปฏิบัติ เพียงแต่ควรระวังเรื่องหินคนละความแข็งเสียดสีกันตามหลักการดูแลเครื่องประดับทั่วไป
สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการยึดติดว่าต้องเลือกให้ "ถูกต้องที่สุด" เพียงระบบเดียว เพราะเป็นความเชื่อเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่มีบทลงโทษทางความเชื่อจากการใช้ทั้งสองระบบร่วมกัน
สรุป
birthstone สากลกับหินมงคลตามวันเกิดไทยไม่ได้ขัดแย้งกันในความหมายที่ต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะเป็นความเชื่อเชิงระบบคนละระบบที่ยึดหน่วยอ้างอิงต่างกันตั้งแต่ต้น จะเลือกใช้ระบบที่ผูกพันมากกว่า หรือใส่ควบคู่กันทั้งสองแบบก็ได้ สิ่งสำคัญกว่าคือเข้าใจที่มาของแต่ละระบบให้ชัด จะได้ไม่รู้สึกสับสนเวลาเห็นตารางสองแบบให้คำตอบไม่ตรงกัน







