มงคล
สีมงคล

สีกาลกิณีของแต่ละวันเกิดคือสีอะไรบ้าง พร้อมเหตุผลที่ตำราให้เลี่ยง

กองบรรณาธิการมงคลเผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 9 นาที
ตารางสีตัวอย่างเรียงกันเป็นแถวบนโต๊ะไม้
คำตอบสั้น ๆ

สีกาลกิณีของแต่ละวันเกิดตามตำราทักษาพยากรณ์คือ วันอาทิตย์เลี่ยงสีเขียว วันจันทร์เลี่ยงสีแดง วันอังคารเลี่ยงสีเหลือง วันพุธกลางวันเลี่ยงสีดำ วันพฤหัสบดีเลี่ยงสีชมพูหรือฟ้าอมม่วง วันศุกร์เลี่ยงสีน้ำตาลเข้ม และวันเสาร์เลี่ยงสีเขียวอ่อนหรือขาวนวล แต่ละวันเกิดมีสีกาลกิณีต่างกันเพราะผูกกับเทวดาประจำวันคนละองค์ ควรเช็กจากแหล่งอ้างอิงเดียวที่น่าเชื่อถือเพราะบางตำราให้รายละเอียดสีรองต่างกันเล็กน้อย

หลายคนรู้แค่ว่าตัวเองมี "สีกาลกิณี" อยู่สีหนึ่ง แต่พอถามต่อว่ารู้ไหมว่าสีนั้นคือสีอะไรกันแน่ ส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ทันที เพราะจำแค่คำว่ากาลกิณีได้ แต่ไม่เคยเปิดตารางดูจริงจังว่าวันเกิดของตัวเองตรงกับสีไหน บทความสีกาลกิณีคืออะไร จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหรือไม่ อธิบายภาพรวมของแนวคิดนี้ไปแล้วว่าจำเป็นต้องกลัวแค่ไหน บทความนี้จะพาไปดูตารางจริงทีละวัน พร้อมเหตุผลว่าทำไมวันนั้นถึงมีสีกาลกิณีเป็นสีนั้นโดยเฉพาะ

ตารางสีกาลกิณีตามวันเกิดทั้ง 7 วัน

วันเกิดสีกาลกิณีสีมงคลของวันเดียวกัน (เทียบให้เห็นความต่าง)
อาทิตย์เขียวแดง, ส้ม
จันทร์แดงเหลือง, ครีม
อังคารเหลืองชมพู, แดงอมชมพู
พุธ (กลางวัน)ดำเขียว
พฤหัสบดีชมพู, ฟ้าอมม่วงส้ม, น้ำตาลอ่อน
ศุกร์น้ำตาลเข้มฟ้า, น้ำเงินอ่อน
เสาร์เขียวอ่อน, ขาวนวลม่วง, ดำ

ตารางนี้เป็นแนวทางหลักตามตำราทักษาพยากรณ์ที่ใช้กันแพร่หลาย สังเกตว่าสีกาลกิณีของแต่ละวันมักตรงข้ามหรือไม่ทับซ้อนกับสีมงคลของวันเดียวกันเลย เพราะสองแนวคิดนี้ถูกออกแบบมาให้ตรงข้ามกันตามหลักตำราตั้งแต่ต้น

ต้นกำเนิดของคำว่ากาลกิณีและระบบที่ใช้คำนวณ

คำว่า "กาลกิณี" มีรากมาจากภาษาบาลี-สันสกฤต แปลตรงตัวได้ประมาณ "สิ่งที่ทำให้เสื่อมในช่วงเวลาหนึ่ง" ไม่ได้แปลว่าโชคร้ายถาวรตามที่หลายคนเข้าใจผิด แนวคิดนี้ปรากฏอยู่ในตำราทักษาพยากรณ์ ซึ่งเป็นศาสตร์การพยากรณ์ของไทยที่ผูกโยงวันเกิดเข้ากับตำแหน่งอวัยวะแปดส่วนตามคติ "ทักษา" คือ บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี และกาลกิณี โดยกาลกิณีถือเป็นตำแหน่งที่ให้ผลไม่ส่งเสริมมากที่สุดในบรรดาแปดตำแหน่งนี้ สีกาลกิณีของแต่ละวันจึงมาจากตำแหน่งนี้โดยตรง ไม่ใช่การกำหนดสีแบบสุ่มขึ้นมาเฉย ๆ

ตำราทักษาพยากรณ์ผูกแต่ละวันในสัปดาห์เข้ากับดาวพระเคราะห์ประจำวันตามคติโหราศาสตร์ไทยแบบนพเคราะห์ (ดาวเคราะห์ทั้งเก้า) ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้อธิบายว่าทำไมแต่ละวันถึงมีสีมงคลต่างกันตั้งแต่ต้น ตารางด้านล่างนี้แสดงดาวประจำวันที่เป็นฐานของทั้งสีมงคลและสีกาลกิณี

วันเกิดดาวประจำวันตามนพเคราะห์ธาตุที่ผูกไว้
อาทิตย์พระอาทิตย์ไฟ
จันทร์พระจันทร์น้ำ
อังคารพระอังคารไฟ
พุธ (กลางวัน)พระพุธดิน
พฤหัสบดีพระพฤหัสบดีไม้
ศุกร์พระศุกร์ดิน
เสาร์พระเสาร์ลม

ดาวแต่ละดวงมีความสัมพันธ์แบบมิตรและศัตรูกับดาวดวงอื่นตามตำราโหราศาสตร์ไทย สีที่ผูกกับดาวที่เป็นศัตรูกับดาวประจำวันเกิดของคนนั้น จึงถูกจัดเป็นสีกาลกิณี ส่วนสีที่ผูกกับดาวมิตรหรือดาวประจำวันเกิดเองมักกลายเป็นสีมงคลหรือสีเสริมแทน หลักการนี้อธิบายได้ว่าทำไมสีกาลกิณีของแต่ละวันจึงไม่ซ้ำกันเลยสักวันเดียว เพราะดาวประจำวันและความสัมพันธ์ระหว่างดาวไม่เหมือนกันตั้งแต่ต้น

ทำไมแต่ละวันถึงมีสีกาลกิณีต่างกัน

หลักการเบื้องหลังคือตำราทักษาพยากรณ์ผูกแต่ละวันเกิดไว้กับเทวดาประจำวันคนละองค์ แต่ละองค์มีพลังและธาตุประจำตัวต่างกัน สีที่ตำราระบุว่าขัดหรือไม่เข้ากับพลังของเทวดาองค์นั้นจึงถูกจัดเป็นสีกาลกิณีของวันนั้นโดยเฉพาะ นี่คือเหตุผลที่คนเกิดวันอาทิตย์กับคนเกิดวันจันทร์ไม่มีทางมีสีกาลกิณีเดียวกัน เพราะผูกกับเทวดาคนละองค์ตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือคนเกิดวันอาทิตย์ สีมงคลคือแดงและส้มซึ่งเป็นโทนไฟ ส่วนสีกาลกิณีกลับเป็นเขียวซึ่งเป็นโทนตรงข้ามอย่างธาตุไม้ที่ไม่ผสานกับพลังไฟของวันอาทิตย์ตามตำรา ในขณะที่คนเกิดวันจันทร์กลับมีสีมงคลเป็นเหลืองนวลแบบธาตุดิน แต่สีกาลกิณีเป็นแดงซึ่งเป็นธาตุไฟที่ขัดกับพลังของวันจันทร์แทน แสดงให้เห็นว่าตำรามองแต่ละวันด้วยชุดพลังที่ไม่เหมือนกันเลย

เจาะรายละเอียดสีกาลกิณีที่คนมักสับสนบ่อย

วันพฤหัสบดีเป็นวันที่คนสับสนเรื่องสีกาลกิณีบ่อยที่สุด เพราะมีทั้งชมพูและฟ้าอมม่วงที่ตำราบางสายระบุไว้ ทำให้บางคนไม่แน่ใจว่าต้องเลี่ยงสีไหนกันแน่ คำแนะนำคือให้เลี่ยงทั้งสองโทนนี้ในโอกาสสำคัญไปเลยเพื่อความสบายใจ แทนที่จะพยายามหาว่าสีไหนคือสีกาลกิณีจริงมากกว่ากัน เพราะรายละเอียดปลีกย่อยแบบนี้ต่างกันได้ตามแต่ละสำนักที่สืบทอดมา

วันเสาร์ก็เป็นอีกวันที่คนมักงงเพราะสีกาลกิณีเป็นเขียวอ่อนหรือขาวนวล ซึ่งเป็นโทนที่ดูไม่น่ากลัวเลยในสายตาคนทั่วไป ต่างจากสีอย่างดำหรือแดงที่คนมักรู้สึกว่า "หนักแน่น" กว่า ทำให้บางคนไม่ค่อยระวังเรื่องนี้เท่าวันอื่น ทั้งที่ตามตำราก็มีน้ำหนักเท่ากันกับวันอื่น เพียงแต่สีที่ปรากฏออกมาดูอ่อนโยนกว่าเท่านั้นเอง

วันพุธเป็นอีกจุดที่ต้องระวัง เพราะตำราไทยแยกวันพุธเป็นสองช่วง คือพุธกลางวันกับพุธกลางคืน (ราหู) ซึ่งมีสีมงคลและรายละเอียดต่างกัน ตารางในบทความนี้อ้างอิงเฉพาะวันพุธกลางวันเท่านั้น คนที่เกิดวันพุธกลางคืนควรตรวจสอบข้อมูลเฉพาะของราหูแยกต่างหาก ไม่ควรใช้ตารางเดียวกับพุธกลางวันปนกัน

ความสัมพันธ์มิตร-ศัตรูระหว่างดาว นำไปใช้ตีความเรื่องอื่นได้ด้วย

หลักมิตร-ศัตรูระหว่างดาวประจำวันที่ใช้กำหนดสีกาลกิณีนี้ ไม่ได้ใช้เฉพาะเรื่องสีเท่านั้น ตำราทักษาพยากรณ์ยังนำหลักเดียวกันไปใช้ตีความเรื่องอื่นด้วย เช่น การเลือกอักษรมงคลตั้งชื่อ การดูความเข้ากันได้ระหว่างคนสองคนที่เกิดวันต่างกัน หรือการเลือกวันทำการมงคลอย่างวันแต่งงาน เพราะระบบทักษาพยากรณ์มองว่าดาวประจำวันเกิดมีอิทธิพลต่อหลายมิติของชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องสีอย่างเดียว

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือคนเกิดวันอาทิตย์กับวันอังคาร ทั้งสองวันมีดาวประจำวันเป็นธาตุไฟเหมือนกันคือพระอาทิตย์และพระอังคาร ตำราจึงมักมองว่าคนสองวันนี้มีพื้นฐานนิสัยใกล้เคียงกันในบางด้าน ต่างจากคนเกิดวันจันทร์ที่มีดาวประจำวันเป็นธาตุน้ำ ซึ่งมักถูกมองว่ามีบุคลิกที่ต่างออกไปพอสมควรตามหลักธาตุที่ไม่ตรงกัน หลักการเดียวกันนี้เองที่ขยายมาเป็นเรื่องสีมงคลกับสีกาลกิณีที่อธิบายในบทความนี้

สิ่งที่ต้องระวังคือการนำหลักมิตร-ศัตรูของดาวไปตัดสินคนอื่นแบบเหมารวมเกินไป เช่น สรุปว่าคนเกิดวันที่ธาตุขัดกันจะเข้ากันไม่ได้ในทุกเรื่อง ทั้งที่ตำราเป็นเพียงกรอบการตีความแนวโน้มกว้าง ๆ ไม่ใช่กฎที่ฟันธงเรื่องความสัมพันธ์ของคนจริงได้ทั้งหมด ยังมีปัจจัยอื่นอย่างการเลี้ยงดูและประสบการณ์ชีวิตที่มีผลมากกว่าดาวประจำวันเกิดเสียอีก

ใช้ตารางนี้ในชีวิตประจำวันอย่างสมเหตุสมผล

การรู้สีกาลกิณีของตัวเองไม่ได้แปลว่าต้องเลี่ยงสีนั้นตลอดชีวิต ตามที่อธิบายไว้ในสีกาลกิณีคืออะไร จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหรือไม่ คำว่ากาลกิณีหมายถึง "ไม่ส่งเสริม" ไม่ใช่ "ห้ามใช้เด็ดขาด" วิธีใช้ตารางนี้อย่างสมเหตุสมผลคือจดจำไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง แล้วเลือกใช้เฉพาะตอนที่ต้องการความสบายใจเป็นพิเศษ เช่น วันสัมภาษณ์งานสำคัญหรือวันแต่งงาน ไม่ใช่กังวลทุกครั้งที่ต้องหยิบเสื้อผ้าสีนั้นมาใส่ในชีวิตประจำวัน

คนที่ทำงานในองค์กรที่กำหนดยูนิฟอร์มเป็นสีกาลกิณีของตัวเองพอดี ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลจนกระทบการทำงาน เพราะเป็นข้อบังคับที่จำเป็นต้องทำตามอยู่แล้ว สามารถเสริมสีมงคลผ่านของใช้ชิ้นเล็กแทนได้ตามที่อธิบายไว้ในบทความภาพรวมเรื่องกาลกิณีที่กล่าวถึงไปแล้ว

เช็กลิสต์เมื่อใช้ตารางสีกาลกิณีตามวันเกิด

  • เช็กวันเกิดของตัวเองให้ถูกต้องตามปฏิทินสุริยคติก่อนดูตาราง
  • คนเกิดวันพุธ แยกให้ชัดว่าเกิดกลางวันหรือกลางคืน (ราหู)
  • จดจำสีกาลกิณีของตัวเองไว้เป็นข้อมูล ไม่ใช่กฎที่ต้องท่องจำตลอดเวลา
  • ใช้เฉพาะตอนต้องการความสบายใจพิเศษ ไม่ใช่ทุกวันในชีวิตประจำวัน
  • ยึดตารางจากแหล่งเดียวที่เชื่อถือได้ ไม่ผสมหลายตำราจนสับสนเอง

ข้อควรระวัง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการจำสีกาลกิณีผิดวัน เพราะสีมงคลกับสีกาลกิณีของบางวันดูใกล้เคียงกันจนสับสน เช่น จำสลับกันระหว่างสีกาลกิณีของวันอังคารกับวันพฤหัสบดีที่ต่างก็มีโทนใกล้เคียงกันอยู่บ้าง ควรเช็กตารางให้แน่ใจทุกครั้งก่อนนำไปใช้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ

อีกจุดที่ควรระวังคือการใช้ตารางนี้ไปตัดสินคนอื่นหรือบังคับให้คนในครอบครัวเลี่ยงสีตามตารางอย่างเคร่งครัด ทั้งที่แต่ละคนมีระดับความเชื่อไม่เท่ากัน การให้ข้อมูลไว้เป็นทางเลือกย่อมดีกว่าการบังคับตามความเชื่อของตัวเองกับคนอื่น

สรุป

สีกาลกิณีของแต่ละวันเกิดมีที่มาจากเทวดาประจำวันคนละองค์ ทำให้แต่ละวันมีชุดสีที่ต้องระวังต่างกันไปตามตาราง สิ่งสำคัญคือใช้ตารางนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อความสบายใจในโอกาสสำคัญ ไม่ใช่กฎที่ต้องกังวลทุกวัน อยากเข้าใจภาพรวมว่าจำเป็นต้องกลัวสีกาลกิณีแค่ไหน อ่านเพิ่มเติมได้ที่สีกาลกิณีคืออะไร จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

วันอาทิตย์คือเขียว วันจันทร์คือแดง วันอังคารคือเหลือง วันพุธกลางวันคือดำ วันพฤหัสบดีคือชมพูหรือฟ้าอมม่วง วันศุกร์คือน้ำตาลเข้ม และวันเสาร์คือเขียวอ่อนหรือขาวนวล ตามตำราทักษาพยากรณ์

แหล่งอ้างอิง

  • ตำราทักษาพยากรณ์ (โหราศาสตร์ไทย) ใช้อ้างอิงการกำหนดสีกาลกิณีของแต่ละวันเกิดตามเทวดาประจำวัน
แชร์บทความนี้

เว็บไซต์ “มงคล” นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความเชื่อ โหราศาสตร์ และแนวทางการใช้ชีวิต เพื่อการศึกษาและความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ กฎหมาย การเงิน หรือวิชาชีพอื่น ผู้ใช้งานควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบและใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล

บทความที่เกี่ยวข้อง

พื้นผิวสีเทาเข้มเรียบเนียนถ่ายในแสงนุ่มนวลสีมงคล

สีกาลกิณีคืออะไร จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหรือไม่

อธิบายที่มาของสีกาลกิณีตามตำราทักษาพยากรณ์ พร้อมเหตุผลว่าทำไมไม่ควรกลัวสีกาลกิณีเกินความจำเป็นในชีวิตประจำวัน

17 กรกฎาคม 2569อ่าน 7 นาที
ผ้าหลากสีจัดเรียงเป็นแถบสีสันสดใสบนโต๊ะไม้สีมงคล

สีมงคลประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน

รวมตารางสีมงคลประจำวันเกิดทั้ง 7 วันไว้ในที่เดียว ทั้งสีหลัก สีรอง และสีที่ตำราแนะนำให้เลี่ยง พร้อมอธิบายที่มาแบบเข้าใจง่าย

1 กรกฎาคม 2569อ่าน 7 นาที
คนกำลังเลือกเสื้อผ้าจากตู้เสื้อผ้าที่จัดเป็นระเบียบสีมงคล

วิธีใช้สีมงคลในชีวิตประจำวันอย่างพอดี

รวมวิธีใช้สีมงคลในชีวิตประจำวันแบบพอดี ไม่ต้องซื้อของใหม่ทั้งตู้ ด้วยกฎง่าย ๆ อย่างเลือกของมงคล 1 ชิ้นต่อวันจากของที่มีอยู่แล้ว

19 กรกฎาคม 2569อ่าน 7 นาที
เสื้อผ้าหลากสีพับเรียงเป็นชั้นในตู้เสื้อผ้าสีมงคล

สีเสื้อมงคลช่วยเรื่องอะไรบ้าง

เจาะลึกเรื่องสีเสื้อมงคลโดยเฉพาะ ทั้งที่มาความเชื่อและมุมจิตวิทยาสีที่อธิบายได้ พร้อมแนวทางเลือกเสื้อให้เหมาะกับแต่ละโอกาสสำคัญ

3 กรกฎาคม 2569อ่าน 7 นาที

บทความอัปเดตล่าสุด

พ่อแม่บุญธรรมอุ้มลูกด้วยความอบอุ่นในบ้านตั้งชื่อมงคล

ตั้งชื่อลูกบุญธรรม ต้องดูวันเกิดจริงหรือวันที่รับเป็นลูกบุญธรรม

ลูกบุญธรรมควรตั้งชื่อตามวันเกิดจริงหรือวันที่รับเลี้ยงอย่างเป็นทางการ บทความนี้ไล่เหตุผลของแต่ละแนวคิดและทางเลือกเมื่อข้อมูลวันเกิดไม่ชัดเจน

18 สิงหาคม 2569อ่าน 10 นาที
ซองอั่งเปาสีแดงหลายซองวางเรียงกันช่วงเทศกาลตรุษจีนการเงิน

อั่งเปาซองแดงมีที่มาจากไหน ทำไมคนไทยเชื้อสายจีนยังให้กันทุกปี

ทำไมซองต้องแดง ทำไมต้องให้เงิน ใครให้ใครได้บ้าง และมารยาทที่คนมักพลาดโดยไม่รู้ตัว เจาะที่มาและธรรมเนียมอั่งเปาแบบเข้าใจง่าย

18 สิงหาคม 2569อ่าน 10 นาที
หนังสือตำราอักษรไทยโบราณเปิดอยู่บนโต๊ะไม้ตั้งชื่อมงคล

อักษรมงคลกับอักษรทักษาต่างกันยังไง หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

อักษรมงคลกับอักษรทักษาฟังดูคล้ายกันแต่เป็นคนละระบบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าสองอย่างนี้อิงหลักอะไรต่างกันตรงไหน และเมื่อไหร่ควรใช้ระบบไหน

18 สิงหาคม 2569อ่าน 10 นาที
ครอบครัวไทยร่วมพิธีทำขวัญเดือนให้ทารกพร้อมญาติผู้ใหญ่ฤกษ์มงคล

ฤกษ์ทำขวัญเดือนและตั้งชื่อลูก ควรจัดวันไหนและทำอะไรบ้าง

ทำขวัญเดือนกับตั้งชื่อลูกจัดพร้อมกันได้จริงไหม บทความนี้พาไล่ตั้งแต่การเลือกวัน ขั้นตอนพิธีแบบย่อ ไปจนถึงงบประมาณที่ควรเตรียม

18 สิงหาคม 2569อ่าน 11 นาที