คู่รัก LGBTQ+ จัดพิธีมงคลสมรสตามความเชื่อไทยได้อย่างไรบ้าง

คู่รัก LGBTQ+ สามารถจัดพิธีมงคลสมรสตามความเชื่อไทยได้เหมือนคู่รักทั่วไปทุกประการ ทั้งพิธีสงฆ์ พิธีรดน้ำสังข์ ขบวนขันหมาก และการดูฤกษ์แต่งงาน เพราะความเชื่อและพิธีกรรมเหล่านี้ไม่ได้ผูกกับเพศของคู่บ่าวสาว สิ่งที่ต้องปรับส่วนใหญ่เป็นเรื่องบทบาทในพิธีที่แต่เดิมกำหนดไว้ตามเพศ เช่น ใครเป็นฝ่ายสวมแหวนก่อนหรือใครถือขันหมาก ซึ่งคู่รักสามารถตกลงกันเองได้ตามความเหมาะสม และตั้งแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ คู่รัก LGBTQ+ ยังสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเช่นเดียวกับคู่รักชายหญิง
หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยมีผลบังคับใช้ คู่รัก LGBTQ+ จำนวนมากเริ่มวางแผนงานแต่งงานของตัวเองอย่างจริงจัง คำถามที่พบบ่อยที่สุดจากคู่รักกลุ่มนี้ไม่ใช่ "แต่งงานได้ไหม" อีกต่อไป แต่เป็น "จะจัดพิธีมงคลสมรสแบบไทยยังไงให้เป็นตัวเองที่สุด" เพราะพิธีแต่งงานไทยดั้งเดิมส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาโดยอ้างอิงบทบาทตามเพศชายหญิง คู่รักหลายคู่จึงไม่แน่ใจว่าจะปรับใช้อย่างไรให้ยังคงความหมายทางความเชื่อไว้ครบถ้วน
บทความนี้จะพาไปดูว่าพิธีมงคลสมรสแบบไทยส่วนไหนใช้ได้ตรงตัวโดยไม่ต้องปรับอะไรเลย ส่วนไหนที่ปรับบทบาทได้ตามความสะดวกของคู่บ่าวสาว และมีตัวอย่างลำดับพิธีที่คู่รัก LGBTQ+ นำไปปรับใช้ได้จริง โดยยึดหลักเดียวกับที่ใช้กับคู่รักทุกคู่ คือความเชื่อไทยให้ความสำคัญกับเจตนาและความศรัทธาของคู่บ่าวสาว ไม่ได้ผูกไว้กับเพศของผู้เข้าร่วมพิธี
กฎหมายสมรสเท่าเทียมเปลี่ยนพิธีมงคลสมรสของคู่รัก LGBTQ+ อย่างไร
การมีผลบังคับใช้ของกฎหมายสมรสเท่าเทียมทำให้คู่รักไม่ว่าเพศใดสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ทำให้พิธีมงคลสมรสของคู่รัก LGBTQ+ มีสถานะทางกฎหมายรองรับเช่นเดียวกับคู่รักชายหญิง ไม่ใช่แค่พิธีทางความเชื่อที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายเหมือนก่อนหน้านี้
ในแง่พิธีกรรมทางความเชื่อ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้บังคับให้ต้องปรับพิธีอะไรเป็นพิเศษ เพราะพิธีมงคลสมรสแบบไทยไม่เคยมีข้อกำหนดทางศาสนาที่ห้ามจัดให้คู่รักเพศเดียวกัน สิ่งที่เปลี่ยนไปคือคู่รัก LGBTQ+ สามารถวางแผนพิธีของตัวเองได้อย่างมั่นใจมากขึ้น โดยรู้ว่าความสัมพันธ์ของตัวเองได้รับการยอมรับทั้งในแง่กฎหมายและสามารถจัดพิธีความเชื่อควบคู่กันไปได้อย่างสมบูรณ์
ควรตรวจสอบรายละเอียดเอกสารและขั้นตอนการจดทะเบียนที่ถูกต้องล่าสุดกับสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอในพื้นที่ เนื่องจากแนวทางปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานอาจมีการปรับปรุงต่อเนื่องหลังกฎหมายเริ่มบังคับใช้ใหม่ ๆ
พิธีไทยดั้งเดิมส่วนไหนปรับใช้ได้ตรงตัว ส่วนไหนต้องปรับบทบาท
พิธีมงคลสมรสแบบไทยมีหลายส่วน และแต่ละส่วนมีความยืดหยุ่นต่างกันเมื่อนำมาปรับใช้กับคู่รัก LGBTQ+
| พิธี | ปรับใช้ได้ตรงตัวหรือต้องปรับบทบาท | รายละเอียด |
|---|---|---|
| พิธีสงฆ์ ทำบุญตักบาตรตอนเช้า | ใช้ได้ตรงตัว | เป็นการทำบุญร่วมกันเพื่อความเป็นสิริมงคล ไม่ผูกกับเพศของคู่บ่าวสาว |
| พิธีรดน้ำสังข์ | ใช้ได้ตรงตัว | เป็นการขอพรจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ปรับแค่ลำดับการนั่งตามความสะดวก |
| ขบวนขันหมากและด่านประตูเงินประตูทอง | ปรับบทบาทได้ตามตกลง | เดิมมักกำหนดว่าฝ่ายชายเป็นผู้เดินขบวน คู่รัก LGBTQ+ ตกลงกันเองได้ว่าฝ่ายไหนจะเดินขบวนหรือจะเดินพร้อมกันทั้งคู่ |
| สินสอดทองหมั้น | ปรับบทบาทได้ตามตกลง | ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าฝ่ายไหนต้องเป็นผู้ให้ ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างสองครอบครัว |
| พิธีปูที่นอน | ใช้ได้ตรงตัวหรือปรับตามสะดวก | หลายคู่ยังทำพิธีนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล บางคู่เลือกตัดออกเพราะรู้สึกว่าไม่จำเป็นกับชีวิตคู่ของตัวเอง |
จะเห็นว่าพิธีที่เน้นเรื่องการขอพรและความเป็นสิริมงคลอย่างพิธีสงฆ์และพิธีรดน้ำสังข์ใช้ได้ตรงตัวโดยไม่ต้องปรับอะไรเลย ส่วนพิธีที่เดิมมีการกำหนดบทบาทตามเพศชายหญิงไว้ชัดเจน เช่น ขบวนขันหมาก คู่รัก LGBTQ+ มีอิสระเต็มที่ในการตกลงกันเองว่าจะจัดรูปแบบไหน
สินสอดและขันหมากของคู่รัก LGBTQ+ ควรจัดการอย่างไร
เรื่องสินสอดและขันหมากมักเป็นประเด็นที่คู่รัก LGBTQ+ ถามถึงมากที่สุด เพราะธรรมเนียมดั้งเดิมกำหนดบทบาทไว้ค่อนข้างชัดเจนว่าฝ่ายชายเป็นผู้เตรียมสินสอดและเดินขบวนขันหมากไปสู่ขอฝ่ายหญิง เมื่อไม่มีการแบ่งฝ่ายชายหญิงแบบเดิม คู่รักจึงต้องคุยกันเองว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
แนวทางที่คู่รัก LGBTQ+ หลายคู่เลือกใช้มีทั้งการให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันเตรียมสินสอดคนละครึ่ง การให้ฝ่ายที่มีกำลังทรัพย์มากกว่าเป็นผู้เตรียมโดยอีกฝ่ายไม่รู้สึกกดดัน หรือบางคู่เลือกงดธรรมเนียมสินสอดไปเลยแล้วนำงบประมาณนั้นไปใช้เริ่มต้นชีวิตคู่ร่วมกันแทน ไม่มีแนวทางไหนที่ "ถูกต้องกว่า" ในทางความเชื่อ เพราะสินสอดเป็นธรรมเนียมทางสังคมที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัวอยู่แล้ว แม้กับคู่รักชายหญิงเองก็ตาม
ส่วนขบวนขันหมาก คู่รักสามารถเลือกให้ทั้งคู่เดินขบวนไปด้วยกัน หรือสลับกันเป็นฝ่ายเดินไปหาอีกฝ่ายก็ได้ตามที่รู้สึกว่ามีความหมายกับตัวเองมากที่สุด
ฤกษ์แต่งงานและการขอพรผู้ใหญ่ที่ยังใช้หลักเดียวกันได้
การดูฤกษ์แต่งงานสำหรับคู่รัก LGBTQ+ ใช้หลักการเดียวกับคู่รักทั่วไปทุกประการ คือพิจารณาจากวันเดือนปีเกิดของทั้งสองฝ่าย วันธงชัย และวันที่ควรหลีกเลี่ยงตามปฏิทินโหราศาสตร์ไทย ไม่มีตำราไหนที่กำหนดวิธีดูฤกษ์แยกตามเพศของคู่บ่าวสาว เพราะหลักโหราศาสตร์ไทยอ้างอิงจากวันเกิดและดวงชะตาของแต่ละบุคคลเป็นหลัก
การขอพรจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือก็เช่นกัน ยังคงเป็นส่วนสำคัญของพิธีแต่งงานไทยไม่ว่าคู่บ่าวสาวจะเป็นเพศใด ผู้ใหญ่ในครอบครัวหรือผู้ใหญ่ที่คู่รักเคารพนับถือสามารถให้พรตามธรรมเนียมได้เหมือนเดิมทุกประการ สิ่งที่อาจต่างออกไปคือระยะเวลาที่ครอบครัวบางฝ่ายอาจต้องใช้ในการทำความเข้าใจและยอมรับความสัมพันธ์ของลูกหลานก่อนที่จะพร้อมมาร่วมพิธีอย่างเต็มใจ
เมื่อครอบครัวยังปรับตัวไม่ทัน ควรคุยกันอย่างไรก่อนวันงาน
แม้กฎหมายจะรองรับแล้ว แต่ความจริงคือครอบครัวบางส่วนยังต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ คู่รัก LGBTQ+ ที่กำลังวางแผนงานแต่งงานควรเผื่อเวลาสำหรับการพูดคุยกับครอบครัวล่วงหน้า ไม่ใช่แจ้งข่าวกะทันหันใกล้วันงาน
วิธีที่หลายคู่ใช้แล้วได้ผลดีคือการค่อย ๆ เปิดใจคุยทีละขั้น เริ่มจากสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดและเปิดใจมากที่สุดก่อน แล้วค่อยขยายวงไปยังสมาชิกคนอื่น การให้เวลาครอบครัวได้ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ พร้อมกับการยืนยันหนักแน่นว่าความสัมพันธ์นี้จริงจังและมีความหมาย มักช่วยให้ครอบครัวเปิดใจได้มากกว่าการเร่งรัดให้ยอมรับทันที
ถ้าบางครอบครัวยังไม่พร้อมมาร่วมพิธีเต็มรูปแบบ คู่รักบางคู่เลือกจัดพิธีเล็กเฉพาะคนที่ยอมรับแล้วก่อน แล้วค่อยหาโอกาสให้ครอบครัวส่วนที่เหลือมีส่วนร่วมทีหลังเมื่อพร้อมมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกคนยอมรับพร้อมกันถึงจะแต่งงานได้
ตัวอย่างลำดับพิธีที่คู่รัก LGBTQ+ นำไปปรับใช้ได้จริง
สำหรับคู่รักที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มวางแผนจากตรงไหน ลองดูตัวอย่างลำดับพิธีที่ปรับจากธรรมเนียมไทยดั้งเดิมแบบนี้
- ช่วงเช้า พิธีทำบุญตักบาตร: นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ที่บ้านหรือสถานที่จัดงาน ทั้งคู่ร่วมถวายสังฆทานด้วยกัน
- ขบวนสู่ขอ: ทั้งคู่เดินขบวนไปพร้อมกันหรือสลับกันเป็นฝ่ายไปรับ ตามที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า พร้อมด่านประตูเงินประตูทองแบบสนุกสนานเหมือนงานแต่งงานทั่วไป
- พิธีสวมแหวนและมอบสินสอด: สวมแหวนให้กันทั้งสองฝ่าย และมอบสินสอดตามรูปแบบที่ตกลงกันไว้
- พิธีรดน้ำสังข์: รับพรจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ นั่งเรียงตามลำดับที่คู่บ่าวสาวรู้สึกสบายใจ
- งานเลี้ยงฉลอง: ฉลองร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูงตามขนาดที่ต้องการ
ลำดับนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง คู่รักสามารถตัดหรือเพิ่มขั้นตอนตามความหมายที่ตัวเองให้ความสำคัญได้อย่างอิสระ เพราะพิธีแต่งงานที่ดีที่สุดคือพิธีที่สะท้อนตัวตนและความสัมพันธ์ของคู่บ่าวสาวเองอย่างแท้จริง
เลือกผู้ประกอบพิธีและช่างภาพที่เข้าใจและให้เกียรติคู่รักอย่างแท้จริง
รายละเอียดหนึ่งที่คู่รัก LGBTQ+ หลายคู่ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ คือการเลือกทีมงานที่จัดงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบพิธี ช่างภาพ หรือผู้จัดงานแต่งงาน ให้เป็นคนที่เข้าใจและให้เกียรติความสัมพันธ์ของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่รับงานเพราะมองว่าเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจ การพูดคุยล่วงหน้ากับทีมงานเกี่ยวกับความต้องการเฉพาะของคู่รัก เช่น การใช้คำเรียกที่เหมาะสม หรือรูปแบบพิธีที่ต้องการ ช่วยลดความกังวลในวันงานได้มาก
บางคู่เลือกหาผู้ประกอบพิธีหรือพระสงฆ์ที่เคยประกอบพิธีให้คู่รัก LGBTQ+ มาก่อนแล้ว เพราะมั่นใจได้ว่าจะไม่เจอความอึดอัดหรือคำถามที่ไม่เหมาะสมในวันสำคัญ ขณะเดียวกันก็มีผู้ประกอบพิธีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ยินดีให้บริการโดยไม่แบ่งแยก เพราะมองว่าหัวใจของพิธีมงคลสมรสคือการอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตคู่ที่มีความสุข ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศของผู้เข้าร่วมพิธีแต่อย่างใด
สรุป
พิธีมงคลสมรสแบบไทยมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะปรับใช้กับคู่รัก LGBTQ+ ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งพิธีสงฆ์ พิธีรดน้ำสังข์ และการดูฤกษ์แต่งงาน ล้วนใช้ได้ตรงตัวโดยไม่ต้องปรับอะไรเลย ส่วนที่ต้องตกลงกันเองคือบทบาทในพิธีที่แต่เดิมกำหนดตามเพศ ซึ่งคู่รักมีอิสระเต็มที่ในการออกแบบให้สะท้อนตัวตนของตัวเอง สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การทำตามธรรมเนียมทุกข้อเป๊ะ ๆ แต่คือการจัดพิธีที่คู่บ่าวสาวรู้สึกว่าเป็นตัวเองที่สุด พร้อมได้รับการยอมรับทั้งจากครอบครัวและกฎหมายอย่างเต็มภาคภูมิ







