สีผมมงคลตามวันเกิด เปลี่ยนสีผมแล้วดีขึ้นจริงไหม

สีผมมงคลตามวันเกิดอิงจากตำราทักษาพยากรณ์เดียวกับสีเสื้อ แต่สีอย่างเขียวหรือฟ้าแทบไม่มีขายเป็นสีย้อมผมจริงในตลาด ต้องเลือกเฉดใกล้เคียงหรือใช้เป็นไฮไลท์แทนการย้อมทั้งหัว และก่อนย้อมควรเช็กกฎการแต่งกายที่ทำงานกับสภาพเส้นผมตัวเองก่อนเสมอ เพราะสองอย่างนี้สำคัญกว่าความเชื่อ
เย็นวันศุกร์ก่อนขึ้นปีใหม่ พลอยนั่งอยู่หน้ากระจกร้านทำผม มีสีทดสอบสิบกว่าหลอดวางเรียงอยู่บนโต๊ะข้างตัว ช่างผมถามคำถามที่เธอตอบไม่ถูกทุกครั้งที่ไปร้าน "พี่เกิดวันอะไรคะ อยากได้สีมงคลด้วยไหม" พลอยจำได้ลาง ๆ ว่าแม่เคยบอกสีมงคลของตัวเองไว้ตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยรู้ว่าจะเอาไปใช้กับสีผมยังไงให้ยังผ่านกฎการแต่งกายของบริษัทที่เข้มงวดเรื่องสีผมพนักงานได้ และก็ไม่แน่ใจด้วยว่าสีที่ว่านั้นมีขายเป็นสีย้อมผมจริงหรือเปล่า
บทความนี้พาไปดูตารางสีผมมงคลตามวันเกิดทั้ง 7 วัน แต่ต่างจากบทความสีมงคลทั่วไปตรงที่แปลงสีตามตำราให้เป็นเฉดสีย้อมผมที่หาซื้อได้จริงในร้านทำผมและร้านสีย้อมทั่วไป พร้อมพูดตรง ๆ ถึงข้อจำกัดสองเรื่องที่คนมักลืมคิดก่อนย้อม คือกฎการแต่งกายที่ทำงานกับสภาพเส้นผมของตัวเอง เพราะทั้งสองอย่างนี้เป็นเรื่องจริงที่ต้องจัดการก่อนความเชื่อเสมอ
ทำไมคนไทยยังเช็ก "สีผมมงคล" ก่อนย้อมผมทุกที
สีผมมงคลตามวันเกิดใช้หลักคิดเดียวกับสีเสื้อมงคล คือมาจากตำราทักษาพยากรณ์ที่ผูกแต่ละวันในสัปดาห์ไว้กับเทวดาประจำวันและสีสัญลักษณ์ของเทวดาองค์นั้น คนไทยจึงถือว่าสีนั้นเป็นสีที่เสริมดวงของคนเกิดวันนั้นโดยเฉพาะ
แต่สีเสื้อกับสีผมต่างกันตรงที่เสื้อเปลี่ยนได้ทุกวันโดยไม่มีต้นทุน ส่วนผมต้องผ่านกระบวนการเคมี ใช้เวลา และเสียเงินหลักร้อยถึงหลักพัน หลายคนจึงอยากรู้ก่อนว่าสีมงคลของตัวเองคือสีอะไร แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะย้อมทั้งหัวตามความเชื่อ หรือจะใช้สีนั้นแค่บางส่วนพอเป็นสัญลักษณ์
อีกเหตุผลที่คนเช็กก่อนย้อมคือช่วงเวลาสำคัญ เช่น ก่อนขึ้นปีใหม่ ก่อนวันเกิด หรือก่อนเริ่มงานใหม่ ความรู้สึกว่า "ได้เริ่มต้นด้วยสีที่ใช่" มีผลทางใจมากกว่าที่หลายคนคิด แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องความเชื่อ ไม่ใช่กฎที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์
ตารางสีผมมงคลตามวันเกิดทั้ง 7 วัน
ตารางนี้แปลงสีตามตำราทักษาพยากรณ์ให้เป็นเฉดสีย้อมผมที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่หาซื้อได้จริง เพราะสีบางสีในตำรา เช่น เขียวหรือฟ้า แทบไม่มีเฉดตรงในสีย้อมผมทั่วไป ต้องใช้เฉดใกล้เคียงหรือโทนแอชแทน
| วันเกิด | สีมงคล (ตามตำรา) | เฉดสีย้อมผมที่ใกล้เคียง | สีกาลกิณี (ควรระวังถ้าย้อมทั้งหัว) |
|---|---|---|---|
| อาทิตย์ | แดง | น้ำตาลแดง, มะฮอกกานี, เบอร์กันดีอมแดง | เขียวเข้ม (หายากในตลาดสีย้อมผมอยู่แล้ว) |
| จันทร์ | เหลือง, ครีม | บลอนด์ทอง, บลอนด์แอชอ่อน, น้ำตาลครีม | แดงจัด, สีแดงสด |
| อังคาร | ชมพู, กุหลาบ | พิงค์แอช, โรสบราวน์, ชมพูควันบุหรี่ | บลอนด์เหลืองจัด |
| พุธ (กลางวัน) | เขียว | แอชเขียวอมเทา (นิยมใช้เป็นไฮไลท์มากกว่าย้อมทั้งหัว) | ส้ม, แสด |
| พุธ (กลางคืน) | เทา, ดำ | แอชเกรย์, ดำธรรมชาติ, เทาควัน | ตำราส่วนใหญ่ไม่แยกกาลกิณีเฉพาะ ใช้แนวทางร่วมกับพุธกลางวัน |
| พฤหัสบดี | ส้ม, แสด | คอปเปอร์, ส้มบรอนซ์, ทองแดง | ฟ้า, น้ำเงินเข้ม (หายากในสีย้อมผมธรรมชาติ) |
| ศุกร์ | ฟ้า, น้ำเงินอ่อน | แอชบลูอ่อน (มักใช้เป็นไฮไลท์เล็กจุด), แอชบราวน์โทนเย็น | ดำสนิท, เทาเข้มมาก |
| เสาร์ | ม่วง, ดำ | เพลัมบราวน์, ไวน์ม่วง, ดำ | บลอนด์ขาวจัด หรือเขียวอ่อน (บางตำราระบุต่างกัน) |
ข้อสังเกตสำคัญคือคนเกิดวันพุธมีสองช่วง คือพุธกลางวัน (เกิดก่อน 18:00 น.) กับพุธกลางคืนหรือที่คนโบราณเรียกว่าวันราหู (เกิดตั้งแต่ 18:00 น. เป็นต้นไป) สองช่วงนี้ใช้สีต่างกันโดยสิ้นเชิง คนที่ไม่แน่ใจเวลาเกิดของตัวเองควรเช็กจากสูติบัตรให้ชัดก่อนเลือกสี
อีกจุดที่ต่างจากสีเสื้อคือสีมงคลบางสีในตำรา เช่น เขียวสดหรือฟ้าสด แทบไม่มีขายเป็นสีย้อมผมสำเร็จรูปในร้านทั่วไป เพราะเป็นเฉดที่ต้องฟอกผมจนขาวก่อนแล้วค่อยลงสีเคมีพิเศษ ซึ่งช่างผมส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้เป็นไฮไลท์บางส่วนแทนการย้อมเต็มหัว ทั้งเพื่อความสวยงามที่ควบคุมง่ายกว่าและเพื่อลดความเสียหายต่อเส้นผม
ก่อนย้อมสีมงคล เช็กกฎการแต่งกายที่ทำงานก่อน
นี่คือข้อจำกัดที่คนมักลืมคิดก่อนตัดสินใจย้อม หลายองค์กรในไทย โดยเฉพาะธนาคาร หน่วยงานราชการ โรงเรียน และบริษัทที่ต้องพบลูกค้าบ่อย มีกฎเรื่องสีผมพนักงานค่อนข้างชัดเจน ส่วนใหญ่กำหนดให้ใช้สีผมโทนธรรมชาติ เช่น ดำ น้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลปานกลาง และไม่อนุญาตสีสดจัดอย่างชมพู ฟ้า หรือเขียว
ถ้าสีมงคลของคุณเป็นสีที่ผ่านกฎออฟฟิศได้อยู่แล้ว เช่น น้ำตาลแดงของคนเกิดวันอาทิตย์ หรือดำของคนเกิดวันเสาร์และพุธกลางคืน ก็ย้อมทั้งหัวได้โดยไม่มีปัญหา แต่ถ้าสีมงคลเป็นโทนสดอย่างชมพูหรือฟ้า ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือใช้เป็นไฮไลท์ชั้นในที่ไม่โผล่ให้เห็นตอนรวบผมทำงาน หรือเก็บไว้ใช้เฉพาะวันหยุดและช่วงลาพักร้อน
ก่อนย้อมสีที่ไม่ใช่โทนธรรมชาติ ควรเช็กคู่มือพนักงานหรือถามฝ่ายบุคคลตรง ๆ ดีกว่าเดาเอง เพราะกฎแต่ละที่ไม่เหมือนกัน บางบริษัทเข้มงวดถึงขั้นต้องย้อมกลับก่อนวันแรกทำงาน ซึ่งเสียทั้งเงินและเวลามากกว่าการเช็กให้ชัดตั้งแต่แรก
สุขภาพเส้นผมสำคัญกว่าความเชื่อ เมื่อไหร่ที่ควรยอมเปลี่ยนแผน
ข้อเท็จจริงที่ต้องพูดตรง ๆ คือสีมงคลบางสีต้องผ่านการฟอกสีผมหลายรอบกว่าจะขึ้นเฉดที่ตรงตามตำรา โดยเฉพาะคนผมดำเข้มที่อยากได้เฉดบลอนด์ทองของวันจันทร์หรือแอชบลูของวันศุกร์ กระบวนการฟอกซ้ำหลายครั้งในเวลาสั้น ๆ ทำให้ผมแห้งเสีย ขาดง่าย และเสี่ยงหนังศีรษะระคายเคือง
ความเชื่อเรื่องสีมงคลไม่ควรมาก่อนสุขภาพเส้นผม ถ้าช่างผมประเมินแล้วว่าสภาพผมยังไม่พร้อมฟอกซ้ำ ทางออกที่สมเหตุสมผลคือรอให้ผมฟื้นตัวก่อน หรือเปลี่ยนไปใช้สีหนุนดวงที่เข้มน้อยกว่าแทนสีหลัก เพราะตำราทักษาพยากรณ์ระบุสีหนุนดวงไว้ให้เลือกใช้ทดแทนได้อยู่แล้วในกรณีที่สีหลักใช้ไม่ได้ด้วยเหตุผลอื่น
อีกเรื่องที่ควรทำก่อนย้อมทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นสีมงคลหรือไม่ คือการทดสอบภูมิแพ้สีย้อมที่ผิวหนังบริเวณเล็ก ๆ ก่อนล่วงหน้า 48 ชั่วโมงตามคำแนะนำบนกล่องผลิตภัณฑ์ เพราะอาการแพ้สีย้อมผมเกิดขึ้นได้จริงและบางครั้งรุนแรง ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามเพียงเพราะอยากได้สีให้ทันวันสำคัญ
ตัวอย่างการเลือกสีผมให้ทั้งมงคลและเข้ากับชีวิตจริง
สมมติว่าคนเกิดวันศุกร์คนหนึ่งทำงานในบริษัทที่มีกฎสีผมค่อนข้างเข้มงวด สีมงคลของเขาคือฟ้าอ่อนซึ่งย้อมทั้งหัวไม่ได้แน่นอน เขาเลือกทางเลือกที่ใกล้เคียงที่สุดคือย้อมโทนแอชบราวน์เย็น ๆ ซึ่งมีอันเดอร์โทนใกล้เคียงกับฟ้าอ่อนแต่ยังดูเป็นสีธรรมชาติที่ผ่านกฎออฟฟิศได้ แล้วใช้ที่คาดผมสีฟ้าอ่อนในวันที่อยากรู้สึกว่าครบตามความเชื่อจริง ๆ
อีกตัวอย่างคือคนเกิดวันอังคารที่อยากลองสีชมพูตามสีมงคลของตัวเองแต่กลัวผมเสียจากการฟอก เธอเลือกทำไฮไลท์พิงค์แอชเฉพาะปลายผมแทนการย้อมทั้งหัว ใช้เวลาน้อยกว่า ราคาถูกกว่า และถ้าไม่ชอบผลลัพธ์ก็ตัดปลายผมออกได้โดยไม่ต้องฟอกซ้ำทั้งหัว
ส่วนคนเกิดวันเสาร์ที่สีมงคลคือม่วงเข้มและดำ ถือว่าโชคดีเพราะทั้งสองเฉดนี้ผ่านกฎการแต่งกายส่วนใหญ่ได้สบาย เขาจึงย้อมทั้งหัวเป็นเพลัมบราวน์ซึ่งเป็นน้ำตาลอมม่วงที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลเรื่องกฎออฟฟิศเลย
สีกาลกิณีกับเส้นผม ต้องเลี่ยงเด็ดขาดไหม
สีกาลกิณีคือสีที่ตำราแนะนำให้ระมัดระวังสำหรับคนเกิดวันนั้น ๆ แต่ในทางปฏิบัติกับสีผม สีกาลกิณีหลายสีอย่างเขียวเข้มหรือน้ำเงินเข้มแทบไม่มีขายเป็นสีย้อมผมทั่วไปอยู่แล้ว จึงแทบไม่ใช่ประเด็นที่ต้องกังวลจริง ๆ
สีกาลกิณีที่มีโอกาสชนกับชีวิตจริงมากกว่าคือสีที่คนย้อมกันบ่อย เช่น สีแดงจัดของคนเกิดวันจันทร์ หรือสีดำสนิทของคนเกิดวันศุกร์ ถ้าใครเผลอย้อมสีเหล่านี้ไปแล้วโดยไม่รู้ตัวว่าเป็นสีกาลกิณีของตัวเอง ก็ไม่ต้องรีบไปย้อมทับใหม่ให้ผมเสียซ้ำ เพราะเป็นเรื่องความเชื่อ ไม่ใช่กฎที่ส่งผลเสียทางกายภาพจากตัวสีเอง
แนวทางที่สมเหตุสมผลคือเลี่ยงสีกาลกิณีเฉพาะเมื่อกำลังจะย้อมใหม่และมีตัวเลือกอื่นที่ชอบพอ ๆ กันอยู่แล้ว ไม่ใช่การฝืนเลิกใช้สีที่ทำมาแล้วเป็นปี ๆ เพียงเพราะเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นสีกาลกิณีของตัวเอง
เช็กลิสต์ก่อนย้อมผมตามสีมงคล
- เช็กวันเกิดตามวันในสัปดาห์ให้ถูกต้อง คนเกิดวันพุธเช็กเวลาเกิดว่าก่อนหรือหลัง 18:00 น. ด้วย
- เทียบสีมงคลกับเฉดสีย้อมผมที่มีขายจริง ไม่ใช่สีตามตำราเป๊ะเสมอไป
- เช็กกฎการแต่งกายเรื่องสีผมของที่ทำงานหรือสถานศึกษาก่อนย้อมสีที่ไม่ใช่โทนธรรมชาติ
- ให้ช่างผมประเมินสภาพเส้นผมก่อน ถ้าต้องฟอกหลายรอบให้พิจารณาสีหนุนดวงแทน
- ทดสอบภูมิแพ้สีย้อมที่ผิวหนังล่วงหน้า 48 ชั่วโมงตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์
- ถ้ากังวลเรื่องสีกาลกิณี ใช้ทางเลือกอย่างไฮไลท์บางส่วนหรืออุปกรณ์เสริมผมแทนการย้อมทั้งหัว
สรุป
สีผมมงคลตามวันเกิดใช้ตำราเดียวกับสีเสื้อมงคล แต่มีข้อจำกัดของตัวเองที่บทความสีเสื้อไม่ต้องคิดถึง คือบางสีในตำราไม่มีขายเป็นสีย้อมผมจริง ต้องแปลงเป็นเฉดใกล้เคียงหรือใช้เป็นไฮไลท์แทน และก่อนย้อมทั้งหัวควรเช็กสองเรื่องให้ชัดก่อนเสมอ คือกฎการแต่งกายของที่ทำงานและสภาพเส้นผมของตัวเอง เพราะทั้งสองอย่างนี้เป็นเรื่องจริงที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันมากกว่าความเชื่อเรื่องดวง หากสีมงคลของคุณไม่เข้ากับกฎออฟฟิศหรือสภาพผมตอนนี้ ก็ไม่ต้องฝืน เลือกใช้สีหนุนดวงหรือใส่สีนั้นผ่านของใช้ชิ้นเล็กแทนก็ได้ผลทางใจไม่ต่างกัน หากอยากรู้ว่าสีมงคลตามวันเกิดใช้กับเสื้อผ้าหรือของใช้ชิ้นอื่นได้อย่างไรบ้าง อ่านต่อได้จากสีมงคลประจำวันเกิดทั้ง 7 วันและสีกาลกิณีคืออะไร จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหรือไม่










