นักศึกษาจบใหม่ เงินเดือนแรก เสริมดวงการเงินยังไงให้เริ่มต้นถูกทาง

นักศึกษาจบใหม่ที่ได้เงินเดือนแรกควรเสริมดวงการเงินด้วยการกันเงินส่วนหนึ่งไว้ทำบุญหรือให้พ่อแม่ตามความเชื่อไทยที่ทำต่อกันมา ควบคู่กับการวางแผนเงินจริง เช่น กันเงินออมอย่างน้อยร้อยละสิบของเงินเดือนตั้งแต่เดือนแรก เลือกของมงคลชิ้นเล็กที่เตือนใจเรื่องวินัยการเงิน และศึกษาสิทธิกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับภาษีเงินได้ตั้งแต่เริ่มงาน เพื่อให้นิสัยการเงินที่ดีติดตัวไปตลอดชีวิตทำงาน
วันที่เงินเดือนแรกโอนเข้าบัญชี เป็นวันที่หลายคนจำได้แม่นแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี ตัวเลขในบัญชีอาจไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่รออยู่ข้างหน้า แต่ความรู้สึกของการมีรายได้จากน้ำพักน้ำแรงตัวเองเป็นครั้งแรกนั้นมีความหมายเสมอ
คำถามที่ตามมาคือควรทำอะไรกับเงินก้อนแรกนี้ดี ทั้งในแง่ความเชื่อที่ครอบครัวไทยทำต่อกันมา และในแง่การวางแผนการเงินจริงที่จะเป็นรากฐานของนิสัยการเงินไปตลอดชีวิตทำงาน บทความนี้เจาะเฉพาะช่วงเวลาสำคัญนี้ ต่างจากบทความที่พูดถึงการเสริมดวงการเงินทั่วไปหรือช่วงเปลี่ยนงานที่มีบริบทต่างออกไป
เงินเดือนแรกของนักศึกษาจบใหม่ ทำไมความเชื่อเรื่องการเงินถึงเข้ามาตอนนี้พอดี
ช่วงเวลาที่คนเราเริ่มมีรายได้เป็นของตัวเองครั้งแรก มักเป็นช่วงที่ความเชื่อเรื่องการเงินถูกหยิบขึ้นมาใช้มากที่สุด เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยังไม่มีนิสัยการเงินตายตัว การมีสัญลักษณ์หรือพิธีเล็ก ๆ ในช่วงนี้จึงทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายเริ่มต้นที่ดี ช่วยสร้างความรู้สึกว่ากำลังเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตอย่างมีสติ
ความเชื่อเรื่องการเงินในช่วงเงินเดือนแรกไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนตัวเลขในบัญชีให้มากขึ้นด้วยพลังลึกลับ แต่ทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมที่ดี เช่น การกันเงินออมตั้งแต่แรก การรู้จักแบ่งเงินเป็นสัดส่วน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ต่างหากที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวจริง ๆ
ความเชื่อเรื่องเงินเดือนแรกที่คนไทยทำตามกันมา มีอะไรบ้าง
ความเชื่อที่พบบ่อยที่สุดคือการกันเงินส่วนหนึ่งจากเงินเดือนแรกไปทำบุญหรือใส่ซองให้พ่อแม่ เพื่อแสดงความกตัญญูและถือเป็นสิริมงคลเริ่มต้นชีวิตทำงาน หลายครอบครัวถือว่าเงินก้อนนี้มีความหมายมากกว่าจำนวนเงินจริง เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จที่ลูกหลานตอบแทนพ่อแม่ได้เป็นครั้งแรก
อีกความเชื่อที่พบบ่อยคือการฝากเงินเดือนแรกไว้ในบัญชีธนาคารโดยไม่ถอนออกมาใช้เลยแม้แต่บาทเดียว ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้เงินในบัญชีเติบโตต่อเนื่องตลอดทั้งปีโดยไม่รั่วไหล บางคนเลือกเปิดบัญชีใหม่เฉพาะสำหรับฝากเงินเดือนแรกก้อนนี้ไว้เป็นเงินตั้งต้นของการออมระยะยาว ซึ่งแม้จะเป็นความเชื่อ แต่ก็ส่งผลดีในทางปฏิบัติเพราะสร้างวินัยการออมตั้งแต่เดือนแรก
กันเงินเดือนแรกไว้กี่เปอร์เซ็นต์ถึงเรียกว่าเริ่มต้นถูกทาง
ในแง่การวางแผนการเงินจริง หลักที่นักวางแผนการเงินมักแนะนำคือกันเงินออมอย่างน้อยร้อยละสิบของรายได้ตั้งแต่เดือนแรกที่เริ่มทำงาน แล้วค่อยปรับสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อรายได้สูงขึ้นในปีต่อ ๆ ไป การเริ่มต้นตั้งแต่เดือนแรกสำคัญกว่าจำนวนเงินที่ออมได้ในตอนนี้ เพราะเป็นการสร้างนิสัยที่จะติดตัวไปตลอดชีวิตทำงาน
| รายการ | สัดส่วนที่แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| เงินออมระยะยาว | ร้อยละสิบขึ้นไป | สร้างวินัยตั้งแต่เดือนแรก |
| ค่าใช้จ่ายจำเป็น | ร้อยละห้าสิบถึงหกสิบ | ที่พัก อาหาร เดินทาง |
| ค่าใช้จ่ายส่วนตัว | ร้อยละยี่สิบ | สังสรรค์ ความบันเทิง ของที่อยากได้ |
| กันไว้ทำบุญหรือให้ครอบครัว | ตามความเหมาะสม | ตามความเชื่อและกำลังทรัพย์ |
สัดส่วนนี้เป็นแนวทางเริ่มต้นที่ปรับได้ตามค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่และภาระที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน สิ่งสำคัญคือมีการแบ่งสัดส่วนชัดเจนตั้งแต่เดือนแรก แทนที่จะปล่อยให้ใช้จ่ายไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีแผน
ของมงคลที่เหมาะกับเด็กจบใหม่เริ่มทำงาน
สำหรับเงินเดือนแรกที่ยังไม่มากนัก ของมงคลที่เหมาะสมควรเป็นของราคาย่อมเยาที่เน้นความหมายมากกว่ามูลค่า เช่น กระปุกออมสินตัวเล็กวางบนโต๊ะทำงาน สมุดบัญชีรายรับรายจ่ายแบบมงคลที่ช่วยจดบันทึกการใช้เงิน หรือของมงคลเรียกทรัพย์ขนาดพกพาที่ใส่ในกระเป๋าสตางค์ได้
ของมงคลเหล่านี้ไม่ได้มีหน้าที่เพิ่มเงินในบัญชีโดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็นแรงเตือนใจให้นึกถึงวินัยการเงินทุกครั้งที่มองเห็น สำหรับเด็กจบใหม่ที่กำลังฝึกนิสัยการเงินใหม่ทั้งหมด การมีสิ่งเตือนใจเล็ก ๆ แบบนี้มีประโยชน์มากกว่าของมงคลราคาแพงที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้เตือนใจอะไรเลย
ตั้งเป้าหมายการเงินสามข้อแรกที่ควรทำก่อนอายุยี่สิบห้า
เป้าหมายแรกที่ควรตั้งคือเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อยสามเท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างตกงานหรือเจ็บป่วยกะทันหัน เป้าหมายที่สองคือการเริ่มออมเพื่อการเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อย แม้จะเป็นเรื่องไกลตัว แต่การเริ่มเร็วช่วยให้เงินมีเวลาเติบโตนานกว่าคนที่เริ่มออมตอนอายุมากขึ้น
เป้าหมายที่สามคือการเรียนรู้เรื่องหนี้สินที่ดีและหนี้สินที่ไม่ดี เพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน การตั้งเป้าหมายทั้งสามข้อนี้ไม่จำเป็นต้องทำสำเร็จพร้อมกันทั้งหมด แต่ควรเริ่มลงมือทีละข้อตั้งแต่เดือนแรกที่มีรายได้เป็นของตัวเอง
ข้อผิดพลาดทางการเงินที่เด็กจบใหม่มักเจอในปีแรก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือใช้เงินเดือนแรกไปกับการเฉลิมฉลองหรือซื้อของที่อยากได้มานานจนไม่เหลือเงินออมเลย ความรู้สึกอยากให้รางวัลตัวเองหลังเรียนจบเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่ควรกำหนดวงเงินที่ชัดเจนไว้ล่วงหน้า ไม่ให้ใช้จนหมดเดือนโดยไม่เหลือเงินออม
อีกข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือสมัครบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลโดยยังไม่เข้าใจภาระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่จะตามมา บางคนสมัครเพราะได้รับสิทธิพิเศษหรือของแถม แต่ไม่ได้คำนวณว่าตัวเองมีความสามารถในการชำระคืนแค่ไหน สุดท้ายคือการไม่ยื่นภาษีเงินได้ประจำปีเพราะเข้าใจผิดว่าเงินเดือนน้อยไม่ต้องยื่น ทั้งที่ตามกฎหมายผู้มีเงินได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีทุกปีไม่ว่าจะต้องเสียภาษีจริงหรือไม่ก็ตาม
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับภาษีเงินได้ที่ควรรู้ตั้งแต่เริ่มงาน
หากบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและมีเงินสมทบจากนายจ้างให้ด้วย ควรสมัครเข้าร่วมตั้งแต่วันแรกที่มีสิทธิ เพราะเป็นการออมระยะยาวที่ได้ประโยชน์ทั้งจากเงินสะสมของตัวเองและเงินสมทบจากนายจ้าง ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีเวลาให้เงินเติบโตนานขึ้นเท่านั้น
ในเรื่องภาษี ผู้มีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกปีในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป รายละเอียดเกณฑ์เงินได้ อัตราภาษี และค่าลดหย่อนต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรโดยตรงก่อนยื่นแบบทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
เปิดบัญชีแยกสำหรับเงินเดือนแรก ช่วยอะไรได้จริง
หลายคนที่เพิ่งเริ่มทำงานยังใช้บัญชีเดียวกับตอนเรียน ทั้งรับเงินเดือน จ่ายบิล และเก็บเงินออมปนกันหมด ทำให้ยากที่จะรู้ว่าจริง ๆ แล้วเหลือเงินออมเท่าไหร่ในแต่ละเดือน การเปิดบัญชีใหม่แยกเฉพาะสำหรับเงินออมตั้งแต่เดือนแรกที่เริ่มทำงาน ช่วยให้เห็นภาพการเงินของตัวเองชัดเจนขึ้นมาก
วิธีที่ทำได้ง่ายคือตั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติทันทีที่เงินเดือนเข้า ให้ระบบตัดเงินส่วนที่ต้องการออมไปเข้าบัญชีแยกก่อนที่จะมีโอกาสใช้จ่าย วิธีนี้ตรงกับความเชื่อเรื่องเงินเดือนแรกที่ให้ฝากไว้ไม่ถอนออกมาใช้ เพราะเมื่อเงินถูกย้ายออกจากบัญชีใช้จ่ายประจำไปแล้ว โอกาสที่จะเผลอใช้เงินก้อนนั้นก็น้อยลงตามไปด้วย
บัญชีแยกนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงที่สุดในตอนแรก สิ่งสำคัญกว่าคือการสร้างความเคยชินในการแยกเงินออมออกจากเงินใช้จ่ายตั้งแต่เดือนแรก เมื่อมีเงินเก็บมากขึ้นในภายหลัง ค่อยศึกษาเรื่องการลงทุนหรือบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้นก็ยังทันเวลา
สรุป
เงินเดือนแรกของนักศึกษาจบใหม่เป็นจุดเริ่มต้นที่มีความหมายทั้งในแง่ความเชื่อและในแง่นิสัยการเงินที่จะติดตัวไปตลอดชีวิตทำงาน ความเชื่อไทยอย่างการทำบุญหรือให้พ่อแม่เป็นเรื่องที่ทำได้ตามกำลังทรัพย์และความสบายใจของแต่ละครอบครัว แต่สิ่งที่จะกำหนดความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวจริง ๆ คือวินัยการออมและความเข้าใจเรื่องภาษีกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ควรเริ่มตั้งแต่เดือนแรก ของมงคลเป็นเพียงตัวช่วยเตือนใจ ไม่ใช่คำตอบเดียวของการเริ่มต้นชีวิตทำงานให้มั่นคง สิ่งสำคัญที่สุดคือลงมือวางแผนตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้เงินเดือนสูงขึ้นก่อนถึงจะเริ่มออม







