วันเปิดร้านที่ต้องรอสินค้าจากซัพพลายเออร์มาส่งให้ครบก่อน ฤกษ์เปิดร้านกับวันที่ของมาถึงจริงควรยึดวันไหน

ถ้าของจากซัพพลายเออร์มาไม่ครบตามกำหนด ไม่จำเป็นต้องยึดฤกษ์เดิมแบบฝืนเปิดร้านที่มีสินค้าไม่ครบ เพราะฤกษ์ที่ดีควรมาพร้อมความพร้อมจริงของกิจการด้วย ทางเลือกที่ใช้ได้คือเลื่อนวันเปิดใหญ่ออกไปรอของครบ หรือเปิดแบบซอฟต์โอเพนนิ่งด้วยสินค้าที่มีอยู่ก่อนในวันฤกษ์เดิม แล้วค่อยจัดวันเปิดใหญ่อย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อของมาครบ
ร้านค้าหลายร้านเลือกฤกษ์เปิดร้านไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่ได้สั่งสินค้าเข้าสต๊อกเลย พอใกล้ถึงวันจริงกลับพบว่าซัพพลายเออร์ส่งของมาช้ากว่ากำหนด หรือของมาไม่ครบตามที่สั่งไว้ ทำให้เจ้าของร้านต้องตัดสินใจว่าจะฝืนเปิดร้านตามฤกษ์เดิมทั้งที่สินค้าไม่ครบ หรือจะเลื่อนวันเปิดออกไปรอของให้พร้อมก่อน
วันเปิดร้านกับวันของมาส่งครบ สองวันนี้ต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ
หลายคนเข้าใจว่าวันเปิดร้านต้องเป็นวันเดียวกับวันที่สินค้าทุกชิ้นพร้อมขายครบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในทางปฏิบัติสองเรื่องนี้แยกจากกันได้ วันของมาส่งครบคือวันที่สต๊อกสินค้าทั้งหมดพร้อมขายจริงตามแผน ส่วนวันเปิดร้านคือวันที่ร้านเริ่มรับลูกค้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอให้สินค้าครบร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนเสมอไป
ร้านจำนวนมากเปิดขายด้วยสินค้าบางส่วนที่มีอยู่ก่อน แล้วค่อยเพิ่มสินค้าเข้าสต๊อกทีหลังเมื่อของมาส่งครบ วิธีนี้ช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องหยุดรอเฉยๆ ระหว่างรอของจากซัพพลายเออร์
ยึดฤกษ์เปิดร้านตามเดิมได้ไหมถ้าของมาไม่ครบ
ยึดฤกษ์เดิมได้ถ้าเลือกวิธีเปิดแบบซอฟต์โอเพนนิ่งด้วยสินค้าเท่าที่มีอยู่ในวันนั้น ไม่จำเป็นต้องฝืนโปรโมทเป็นวันเปิดใหญ่เต็มรูปแบบทั้งที่สินค้าไม่พร้อม เพราะการเปิดร้านที่สินค้าไม่ครบแล้วทำให้ลูกค้าผิดหวังตั้งแต่ครั้งแรกอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ร้านมากกว่าการเลื่อนวันเปิดใหญ่ออกไปสักระยะ
ความเชื่อเรื่องฤกษ์เปิดร้านให้ความสำคัญกับความพร้อมของกิจการควบคู่ไปกับวันเวลาที่เลือก ฤกษ์ที่ดีจึงควรมาพร้อมกับความพร้อมจริงในระดับหนึ่ง ไม่ใช่ยึดวันที่ตายตัวโดยไม่สนใจสถานการณ์จริงของร้าน อ่านหลักการดูฤกษ์เปิดร้านโดยทั่วไปเพิ่มเติมได้ที่หลักการดูฤกษ์เปิดร้านอธิบายละเอียด
ทางเลือกเมื่อของจากซัพพลายเออร์มาช้ากว่ากำหนด
ถ้าของมาช้ากว่ากำหนดมาก ทางเลือกที่ทำได้มีสองแนวทางหลัก แนวทางแรกคือเลื่อนวันเปิดร้านออกไปทั้งหมดจนกว่าของจะมาครบ ซึ่งเหมาะกับร้านที่ต้องการเปิดตัวแบบเต็มรูปแบบตั้งแต่วันแรก แนวทางที่สองคือเปิดร้านตามกำหนดเดิมด้วยสินค้าเท่าที่มี แล้วค่อยเสริมสินค้าที่เหลือเข้ามาทีหลัง ซึ่งเหมาะกับร้านที่ไม่อยากเสียโอกาสทางธุรกิจจากการรอนานเกินไป
การเลือกแนวทางไหนขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจและความคาดหวังของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ถ้าธุรกิจพึ่งพาข้อตกลงกับผู้จัดจำหน่ายหลักเป็นหลัก ควรพิจารณาฤกษ์การเซ็นสัญญากับผู้จัดจำหน่ายควบคู่ไปด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ฤกษ์เซ็นสัญญากับผู้จัดจำหน่าย
จะสื่อสารกับลูกค้าที่รอวันเปิดร้านอย่างไรถ้าต้องเลื่อน
ถ้าตัดสินใจเลื่อนวันเปิดร้าน การสื่อสารกับลูกค้าที่รอคอยอยู่ก่อนสำคัญมาก ควรแจ้งเหตุผลตามจริงว่าสินค้าจากซัพพลายเออร์ยังมาไม่ครบ ไม่ควรปล่อยให้ลูกค้ามาถึงหน้าร้านแล้วพบว่าร้านยังไม่เปิดโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า การประกาศเลื่อนวันอย่างตรงไปตรงมาสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการเงียบหายไปเฉยๆ
ร้านที่เคยเจอเหตุต้องเลื่อนวันเปิดมาก่อนมักแนะนำให้เตรียมข้อความประกาศไว้ล่วงหน้าเป็นทางเลือกสำรอง เผื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน อ่านแนวทางรับมือเมื่อต้องเลื่อนวันเปิดร้านเพิ่มเติมได้ที่สิ่งที่ควรทำเมื่อต้องเลื่อนวันเปิดร้าน
เปิดแบบซอฟต์โอเพนนิ่งก่อนแล้วค่อยจัดฤกษ์เปิดใหญ่ทีหลังได้ไหม
ได้ และเป็นวิธีที่ร้านค้าจำนวนมากเลือกใช้เมื่อกำหนดส่งของจากซัพพลายเออร์ไม่แน่นอน ซอฟต์โอเพนนิ่งช่วยให้ร้านเริ่มมีรายได้และทดสอบระบบการขาย การจัดเรียงสินค้า และขั้นตอนบริการลูกค้าได้ก่อนโดยไม่ต้องรอความสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนวันเปิดใหญ่ที่มีพิธีหรือประชาสัมพันธ์เต็มรูปแบบค่อยจัดทีหลังเมื่อสินค้าครบและร้านพร้อมเต็มที่แล้ว
วิธีนี้ยังช่วยแบ่งความกดดันออกเป็นสองช่วง แทนที่จะต้องให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบพร้อมกันในวันเดียว อ่านเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดร้านโดยรวมเพิ่มเติมได้ที่การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดร้าน และถ้าร้านเคยปิดปรับปรุงมาก่อนแล้วกำลังจะเปิดใหม่ อ่านเปรียบเทียบได้ที่ฤกษ์เปิดร้านใหม่หลังปิดปรับปรุง
สรุป
วันเปิดร้านและวันที่สินค้าจากซัพพลายเออร์มาครบไม่จำเป็นต้องเป็นวันเดียวกันเสมอไป ถ้าของมาช้ากว่ากำหนด ทางเลือกที่ใช้ได้จริงคือเลื่อนวันเปิดใหญ่ออกไปรอความพร้อม หรือเปิดแบบซอฟต์โอเพนนิ่งด้วยสินค้าเท่าที่มีในวันฤกษ์เดิมก่อน แล้วค่อยจัดวันเปิดใหญ่อย่างเป็นทางการเมื่อทุกอย่างพร้อม สิ่งสำคัญคือสื่อสารกับลูกค้าตามจริงเสมอ ไม่ปล่อยให้ลูกค้าผิดหวังโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า







