มงคล
ตัวเลขมงคล

ทำไมร้านค้าไทยตั้งราคาลงท้ายด้วยเลข 9 แล้วเลี่ยงเลข 4 มีเหตุผลอะไรบ้าง

กองบรรณาธิการมงคลเผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 10 นาที
ป้ายราคาสินค้าลงท้ายด้วยเลข 9 บนชั้นวางร้านค้า
คำตอบสั้น ๆ

ร้านค้าไทยนิยมตั้งราคาลงท้ายด้วยเลข 9 เพราะหลักจิตวิทยาการตั้งราคาที่เรียกว่า charm pricing ซึ่งทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าราคาถูกกว่าความเป็นจริงเพราะสมองอ่านตัวเลขซ้ายสุดก่อน เช่น 99 บาทให้ความรู้สึกใกล้เคียง 90 มากกว่า 100 ส่วนการเลี่ยงราคาลงท้ายด้วยเลข 4 มาจากความเชื่อเรื่องเลขมงคลที่ได้รับอิทธิพลจากภาษาจีน เพราะเลข 4 ออกเสียงพ้องกับคำว่าตาย ทั้งสองเหตุผลนี้เป็นคนละเรื่องกันที่บังเอิญมาบรรจบกันในพฤติกรรมการตั้งราคาของร้านค้าไทย

ป้ายราคา 99 บาทกับ 100 บาทต่างกันแค่หนึ่งบาท แต่ร้านค้าแทบทุกแห่งเลือกตั้งราคาแบบแรก ในขณะเดียวกันก็แทบไม่เจอร้านไหนตั้งราคาสินค้าที่ 44 บาทหรือ 400 บาทเท่าไหร่นัก ปรากฏการณ์ทั้งสองนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในธุรกิจไทย แต่มาจากคนละเหตุผลกัน

บทความนี้จะแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันให้ชัด เพื่อให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจว่ากำลังใช้หลักจิตวิทยาการตลาดหรือความเชื่อเรื่องเลขมงคลอยู่กันแน่ในแต่ละสถานการณ์

ราคาลงท้ายด้วย 9 ทำไมถึงขายดีกว่าราคาลงท้าย 0

เหตุผลหลักมาจากวิธีที่สมองมนุษย์อ่านตัวเลข โดยทั่วไปคนจะอ่านตัวเลขจากซ้ายไปขวาและให้น้ำหนักกับหลักซ้ายสุดมากที่สุดก่อนจะประมวลผลหลักถัดไป เมื่อเห็นราคา 99 บาท สมองจะจับภาพหลักแรกคือ "9" ก่อน ทำให้รู้สึกว่าราคาใกล้เคียงกับ 90 บาทมากกว่า 100 บาท ทั้งที่ต่างกันเพียงหนึ่งบาทเท่านั้น

ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกในวงการการตลาดว่า charm pricing หรือการตั้งราคาแบบมีเสน่ห์ เป็นเทคนิคที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก ไม่ใช่เทคนิคที่เกิดขึ้นเฉพาะในไทย

หลักการนี้ใช้ได้กับราคาแทบทุกระดับ ไม่ใช่แค่สินค้าราคาหลักสิบ เช่น ก๋วยเตี๋ยวชามละ 39 บาทเทียบกับ 40 บาท เสื้อผ้าราคา 590 บาทเทียบกับ 600 บาท หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าราคา 15,900 บาทเทียบกับ 16,000 บาท สมองก็ยังจับหลักซ้ายสุดเป็นตัวตั้งเหมือนเดิม ทำให้ราคาที่ลงท้ายด้วย 9 ให้ความรู้สึก "ถูกกว่า" อยู่เสมอไม่ว่าสินค้าจะมีมูลค่าเท่าไหร่ก็ตาม

นี่คือจิตวิทยาราคา (charm pricing) ไม่ใช่ความเชื่อมงคลเพียงอย่างเดียว

ข้อสำคัญที่ควรแยกให้ชัดคือการตั้งราคาลงท้ายด้วยเลข 9 มีรากฐานมาจากหลักจิตวิทยาราคาที่เรียกว่า left-digit effect คือสมองจับตัวเลขซ้ายสุดเป็นตัวตั้งก่อนแล้วรู้สึกว่าราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเล็กน้อย ไม่ได้เกิดจากความเชื่อเรื่องเลขมงคลเพียงอย่างเดียว แม้พ่อค้าแม่ค้าไทยหลายคนจะรู้สึกว่าเลข 9 เป็นเลขมงคลไปพร้อมกันด้วยตามที่อธิบายไว้ในความหมายของเลข 0-9 ตามความเชื่อไทย แต่เหตุผลหลักที่ธุรกิจทั่วโลกใช้ราคาแบบนี้คือผลทางจิตวิทยาที่วัดผลได้จริงจากยอดขาย

การเข้าใจความต่างนี้มีประโยชน์กับเจ้าของธุรกิจ เพราะช่วยให้ตัดสินใจตั้งราคาได้อย่างมีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ทำตามความเชื่อเพียงอย่างเดียวโดยไม่รู้ที่มา

อีกมุมหนึ่งที่นักการตลาดพูดถึงกันคือราคาลงท้าย 9 มักถูกใช้คู่กับป้ายลดราคาหรือโปรโมชั่นบ่อยครั้ง จนผู้บริโภคบางส่วนเชื่อมโยงราคาแบบนี้กับความรู้สึกว่า "กำลังลดราคาอยู่" โดยอัตโนมัติ แม้ร้านจะตั้งเป็นราคาปกติตั้งแต่แรกก็ตาม นี่คือเหตุผลที่ร้านค้าปลีกจำนวนมากติดราคาแบบนี้ไว้ตลอด ไม่ใช่แค่ช่วงลดราคาเท่านั้น

ทำไมร้านค้าไทยเลี่ยงราคาลงท้ายด้วยเลข 4

ในทางกลับกัน การเลี่ยงราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 4 มาจากความเชื่อเรื่องเลขมงคลล้วน ๆ ไม่ได้มีหลักฐานทางจิตวิทยาการตลาดรองรับเหมือนกรณีเลข 9 ที่มาของความเชื่อนี้มาจากภาษาจีน เพราะเลข 4 ออกเสียงพ้องกับคำว่าตายในหลายสำเนียงจีน ความเชื่อนี้แพร่หลายเข้ามาในสังคมไทยผ่านชุมชนชาวจีนที่ทำธุรกิจการค้ามานาน

ร้านค้าจำนวนหนึ่งจึงหลีกเลี่ยงการตั้งราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 4 โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ ของขวัญ หรือสินค้าสำหรับโอกาสมงคลอย่างงานแต่งงานหรือขึ้นบ้านใหม่ เพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่เห็นป้ายราคา แม้จะไม่มีผลต่อคุณภาพสินค้าจริงแต่อย่างใด

ความเชื่อเรื่องเลข 4 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หลักสุดท้ายของราคาเท่านั้น บางกิจการ เช่น โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งหรือธุรกิจจัดงานแต่งงาน ยังระมัดระวังไม่ให้เลข 4 ปรากฏเด่นชัดในรายการราคาแพ็กเกจเลย แม้จะอยู่กลางตัวเลขก็ตาม เช่น หลีกเลี่ยงแพ็กเกจราคา 24,000 บาท โดยปรับเป็น 23,900 หรือ 25,000 บาทแทน สะท้อนว่าความอ่อนไหวต่อเลข 4 ในธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพหรือโอกาสสำคัญของชีวิตมีมากกว่าธุรกิจทั่วไป

ราคาลงท้าย 8 หรือ 9 กับความเชื่อเรื่องเลขมงคลจีนที่ปนเข้ามา

นอกจากเลข 9 ที่มีเหตุผลด้านจิตวิทยาราคารองรับแล้ว ราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 8 ก็เป็นอีกตัวเลขที่ร้านค้าไทยเชื้อสายจีนนิยมใช้ เพราะเลข 8 ออกเสียงพ้องกับคำว่ารุ่งเรืองหรือร่ำรวยในภาษาจีน ทำให้บางร้านตั้งใจตั้งราคาสินค้าชิ้นสำคัญให้ลงท้ายด้วยเลข 8 โดยเฉพาะ เช่น 888 บาท หรือ 1,888 บาท ซึ่งเป็นกรณีที่ความเชื่อเรื่องเลขมงคลเข้ามามีบทบาทมากกว่าจิตวิทยาราคาทั่วไป

จุดนี้ทำให้เห็นว่าราคาสินค้าในตลาดไทยเป็นการผสมผสานระหว่างสองเหตุผลที่แยกจากกัน บางครั้งมาบรรจบกันพอดี เช่น 99 บาทที่ทั้งดูถูกทางจิตวิทยาและเป็นเลขมงคลไปพร้อมกัน แต่บางครั้งก็แยกกันชัดเจน เช่น การเลี่ยงเลข 4 ที่ไม่มีเหตุผลด้านจิตวิทยาราคารองรับเลย

สรุปเป็นตารางเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าเลขท้ายราคาแต่ละตัวมีที่มาจากด้านไหนบ้าง:

เลขท้ายราคาเกี่ยวข้องกับจิตวิทยาราคา (charm pricing)ความเชื่อมงคลที่เกี่ยวข้องตัวอย่างที่พบได้จริง
9เกี่ยวข้องโดยตรง (left-digit effect)บางความเชื่อไทยมองเป็นเลขก้าวหน้า99, 299, 1,990 บาท
8ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงเลขมงคลจีน พ้องเสียงคำว่ารุ่งเรือง/ร่ำรวย888, 1,688, 6,800 บาท
4ไม่เกี่ยวข้องเลขที่หลีกเลี่ยง พ้องเสียงคำว่าตายในภาษาจีนแทบไม่พบราคาที่ลงท้ายด้วย 4 โดยตั้งใจ
0เกี่ยวข้องทางอ้อม (ราคากลม นิยมใช้กับสินค้าพรีเมียม)เป็นกลาง ไม่มีความหมายมงคล/อัปมงคลชัดเจน500, 1,000, 10,000 บาท
3ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่มีความเชื่อมงคลหรืออัปมงคลที่ชัดเจนเป็นพิเศษในบริบทการตั้งราคาพบได้ทั่วไปแบบไม่มีนัยพิเศษ

ตารางนี้แสดงให้เห็นว่าเลขท้ายราคาแต่ละตัวมีที่มาต่างกันไปคนละทาง บางตัวมีทั้งเหตุผลด้านจิตวิทยาและความเชื่อมงคลซ้อนกันอยู่ บางตัวมีแค่เหตุผลเดียวชัดเจน

ตั้งราคาตามความเชื่อแล้วขายดีขึ้นจริงไหม

คำถามที่เจ้าของธุรกิจมักสงสัยคือการตั้งราคาตามความเชื่อเรื่องเลขมงคลจะช่วยให้ขายดีขึ้นจริงหรือไม่ คำตอบตรงไปตรงมาคือยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ชัดเจนว่าราคาที่ลงท้ายด้วยเลขมงคลทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นโดยตรง เพราะปัจจัยที่มีผลต่อยอดขายจริงมีหลายอย่างประกอบกัน ทั้งคุณภาพสินค้า การบริการ ทำเลร้าน และกลยุทธ์การตลาดโดยรวม

สิ่งที่อธิบายพฤติกรรมนี้ได้ชัดเจนกว่าคือหลักจิตวิทยาราคาแบบ charm pricing คือคนอ่านตัวเลขซ้ายสุดก่อนแล้วรู้สึกว่าราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเล็กน้อย ส่วนความเชื่อเรื่องเลขมงคลควรมองเป็นส่วนเสริมความสบายใจของผู้ขายและลูกค้าบางกลุ่ม ไม่ใช่กลยุทธ์หลักที่รับประกันยอดขาย

ตั้งราคาแบบไหนเหมาะกับธุรกิจแบบไหน

ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่ควรใช้ราคาลงท้ายด้วยเลข 9 เสมอไป ธุรกิจค้าปลีกทั่วไปที่เน้นปริมาณการขายและอยากให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ราคาคุ้มค่าเหมาะกับ charm pricing เพราะกระตุ้นการตัดสินใจซื้อแบบไม่ต้องคิดนาน แต่ธุรกิจที่วางตำแหน่งเป็นสินค้าพรีเมียมหรือหรูหรากลับมักหลีกเลี่ยงราคาแบบนี้ เพราะราคาลงท้ายด้วย 9 อาจทำให้ดูเหมือนสินค้าลดราคาหรือสินค้าทั่วไป ไม่สมกับภาพลักษณ์ระดับบน

แบรนด์หรูหลายแบรนด์จึงเลือกใช้ราคากลม เช่น 3,000 บาทแทนที่จะเป็น 2,990 บาท เพื่อสื่อถึงความมั่นใจในคุณค่าสินค้าโดยไม่ต้องพึ่งกลเม็ดทางจิตวิทยาราคาแบบร้านค้าทั่วไป แนวคิดนี้เรียกว่า prestige pricing ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ charm pricing โดยสิ้นเชิง

ก่อนตัดสินใจว่าจะตั้งราคาแบบไหน ลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้:

  • ธุรกิจของเราเน้นขายปริมาณมากหรือเน้นภาพลักษณ์ระดับบน
  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมายไวต่อราคาที่ "ดูถูกกว่า" มากแค่ไหน
  • คู่แข่งในตลาดเดียวกันใช้กลยุทธ์ราคาแบบไหนอยู่
  • ราคาที่ตั้งไว้ยังคุ้มทุนและมีกำไรตามเป้าหมายหรือไม่ ไม่ว่าจะลงท้ายด้วยเลขอะไร

คำตอบจากคำถามเหล่านี้มีน้ำหนักต่อผลประกอบการจริงมากกว่าเรื่องเลขมงคลเพียงอย่างเดียว

ในทางปฏิบัติ ร้านค้าจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ทั้งสองแนวทางผสมกันตามหมวดสินค้า เช่น ร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งอาจตั้งราคาขนมชิ้นเล็กที่ 35 บาทหรือ 39 บาทเพื่อดึงดูดการซื้อไม่คิดนาน แต่ตั้งราคาเค้กวันเกิดสั่งพิเศษที่ 1,500 บาทหรือ 2,000 บาทแบบราคากลม เพราะมองว่าเป็นสินค้าที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความประณีตมากกว่าความคุ้มค่าต่อบาท การผสมกลยุทธ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดหลักการ ตราบใดที่เจ้าของร้านเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังของแต่ละกลุ่มสินค้าอย่างชัดเจน

สรุป

ราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 9 กับการเลี่ยงราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 4 มาจากคนละเหตุผลกัน แบบแรกคือจิตวิทยาการตั้งราคาที่พิสูจน์ผลได้จากพฤติกรรมผู้บริโภค ส่วนแบบหลังคือความเชื่อเรื่องเลขมงคลที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีน เจ้าของธุรกิจที่เข้าใจความต่างนี้จะตัดสินใจตั้งราคาได้อย่างมีเหตุผลรองรับมากขึ้น แทนที่จะทำตามกระแสความเชื่อโดยไม่รู้ว่าอะไรคือเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลัง

คำถามที่พบบ่อย

เพราะสมองมนุษย์มักอ่านตัวเลขจากซ้ายไปขวาและให้น้ำหนักกับหลักซ้ายสุดมากที่สุด ราคา 99 บาทจึงถูกรับรู้ว่าใกล้เคียง 90 บาทมากกว่า 100 บาท ทั้งที่ต่างกันแค่หนึ่งบาท ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า charm pricing และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในไทย

ที่มาของเนื้อหาส่วนความเชื่อ

เนื้อหาส่วนความเชื่อในหน้านี้อิงธรรมเนียมที่บอกต่อกันมาในสังคมไทย ไม่มีเอกสารต้นทางฉบับใดฉบับหนึ่งที่อ้างอิงได้ และไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ส่วนที่เป็นข้อกฎหมาย ขั้นตอนราชการ ค่าธรรมเนียม หรือข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้ กองบรรณาธิการจะระบุแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ไว้ให้ และผู้อ่านควรตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องอีกครั้ง หน้านี้ไม่มีข้อมูลที่ต้องอ้างอิงเอกสารภายนอก จึงไม่มีรายการแหล่งอ้างอิง

  • หลักจิตวิทยาการตั้งราคาแบบ charm pricing ในธุรกิจค้าปลีก — ใช้อธิบายเหตุผลเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ทำให้ราคาลงท้ายด้วยเลข 9 ถูกรับรู้ว่าถูกกว่าความเป็นจริง
  • ความเชื่อเรื่องเลขมงคลตามธรรมเนียมจีนที่แพร่หลายในสังคมไทย — ใช้อธิบายที่มาของการเลี่ยงเลข 4 ในการตั้งราคาสินค้าของร้านค้าไทย
แชร์บทความนี้

เว็บไซต์ “มงคล” นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความเชื่อ โหราศาสตร์ และแนวทางการใช้ชีวิต เพื่อการศึกษาและความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ กฎหมาย การเงิน หรือวิชาชีพอื่น ผู้ใช้งานควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบและใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล

บทความที่เกี่ยวข้อง

ป้ายหน้าร้านค้ามีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อชัดเจนตัวเลขมงคล

เลขมงคลสำหรับคนทำธุรกิจ

เลขมงคลธุรกิจดูจากอะไร และเบอร์ร้านที่จำง่ายสำคัญอย่างไรในมุมการตลาด บทความนี้เทียบให้เห็นทั้งสองมุมมองก่อนตัดสินใจเลือกเบอร์ธุรกิจ

11 กรกฎาคม 2569อ่าน 6 นาที
ตารางเปรียบเทียบระบบเลขศาสตร์วางคู่กับเครื่องคิดเลขตัวเลขมงคล

เลขศาสตร์ที่คนไทยใช้มีกี่แบบ ผลรวมเลข เลขนำโชคจีน เลขศาสตร์ตะวันตก ต่างกันตรงไหน

ทำไมเพื่อนคนหนึ่งบอกว่าเลข 9 ดีที่สุด อีกคนบอกว่าต้องนับผลรวมให้ได้เลข 1 เท่านั้น เพราะทั้งสองกำลังพูดถึงคนละระบบเลขศาสตร์กันอยู่

17 สิงหาคม 2569อ่าน 9 นาที
ตัวเลข 0 ถึง 9 จัดเรียงเป็นตัวอักษรตกแต่งผนังตัวเลขมงคล

ความหมายของเลข 0–9 ตามความเชื่อไทย

เปิดความหมายเลข 0 ถึง 9 ตามความเชื่อไทยแบบครบทุกตัว พร้อมวิธีอ่านเลขในเบอร์โทรหรือทะเบียนรถอย่างเข้าใจบริบท ไม่ตัดสินจากเลขตัวเดียว

4 กรกฎาคม 2569อ่าน 8 นาที
เอกสารจดทะเบียนบริษัทพร้อมเครื่องคิดเลขวางบนโต๊ะตัวเลขมงคล

ทุนจดทะเบียนบริษัทตั้งเป็นตัวเลขมงคลได้ไหม ต่างจากเลขทะเบียนที่เลือกเองไม่ได้ยังไง

ในบรรดาตัวเลขทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทุนจดทะเบียนเป็นไม่กี่ตัวเลขที่เจ้าของธุรกิจเลือกเองได้จริง แต่ก่อนจะตั้งเป็นเลขมงคล ควรรู้ผลทางกฎหมายที่ตามมาด้วย

17 สิงหาคม 2569อ่าน 10 นาที

บทความอัปเดตล่าสุด

กล่องของขวัญห่อสวยงามพร้อมล็อกเก็ตคู่วางอยู่ข้างกันความรัก

ให้ของมงคลเสริมความรักเป็นของขวัญวันครบรอบ ต่างจากให้ตอนเริ่มคบกันอย่างไร

ของมงคลเสริมความรักให้ตอนเริ่มคบกับให้ตอนครบรอบ ความหมายต่างกันตรงไหน

1 ตุลาคม 2569อ่าน 8 นาที
ผู้บริหารสองบริษัทจับมือกันในห้องประชุมช่วงลงนามควบรวมกิจการงานและธุรกิจ

บริษัทควบรวมกิจการ (M&A) ตั้งชื่อใหม่จากสองบริษัทเดิม ดูมงคลอย่างไรให้ทั้งสองฝ่ายพอใจ

M&A ต้องตั้งชื่อใหม่จากสองแบรนด์เดิม ต่างจากตั้งชื่อบริษัทใหม่ตั้งแต่ศูนย์ เทคนิคผสมชื่อให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมและยังมงคล

1 ตุลาคม 2569อ่าน 8 นาที
วัตถุมงคลโลหะที่มีคราบสนิมสีน้ำตาลแดงบนผิวเครื่องรางและของมงคล

ของมงคลที่เป็นโลหะขึ้นสนิมเพราะเก็บในที่ชื้น แก้ไขได้อย่างไรโดยไม่เสียของ

อากาศชื้นในบ้านไทยทำให้ของมงคลโลหะขึ้นสนิมได้ง่ายกว่าที่คิด บทความนี้แยกวิธีแก้สนิมผิวกับสนิมกัดลึก และวิธีเก็บรักษาป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

1 ตุลาคม 2569อ่าน 7 นาที
มุมตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลมีของมงคลชิ้นเล็กวางกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์สีเรียบบ้านและที่อยู่อาศัย

ของมงคลแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ไม่อยากให้ดูรกหรือขัดกับธีมตกแต่งที่เลือกไว้

บ้านมินิมอลก็มีของมงคลได้โดยไม่ดูขัดธีม แค่รู้จักจับคู่กับโทนสีและวัสดุที่มีอยู่แล้วในบ้าน

1 ตุลาคม 2569อ่าน 8 นาที