ออมเงินตามวันเกิดแต่ละวันได้ผลจริงหรือไม่

วันเกิดเองไม่ได้กำหนดว่าใครจะออมเงินสำเร็จหรือไม่ แต่ใช้เป็นกรอบสังเกตนิสัยการใช้เงินคร่าว ๆ ได้ เช่น คนที่ใช้เงินตามอารมณ์ควรเลือกเทคนิคออมแบบตัดอัตโนมัติ ส่วนคนที่ใจกว้างเผื่อแผ่ควรตั้งขอบเขตการให้ชัดเจน สิ่งที่ตัดสินผลจริง ๆ คือเทคนิคที่เลือกใช้ ไม่ใช่วันเกิด
เพื่อนสนิทสองคนของฉันเกิดห่างกันแค่สามวัน คนหนึ่งเกิดวันศุกร์ อีกคนเกิดวันพฤหัสบดี แต่นิสัยใช้เงินต่างกันคนละขั้ว คนที่เกิดวันศุกร์เห็นของสวย ๆ ในร้านแล้วซื้อทันทีโดยไม่คิดมาก ส่วนอีกคนคำนวณทุกบาททุกสตางค์ก่อนควักกระเป๋าเสมอ วันหนึ่งเราคุยกันเล่น ๆ ว่าเป็นเพราะวันเกิดหรือเปล่า แล้วก็เริ่มสงสัยจริงจังว่าถ้าจับนิสัยแบบนี้มาคู่กับเทคนิคออมเงินที่เหมาะสม จะช่วยให้ออมเงินได้ดีขึ้นจริงไหม
คำตอบตรง ๆ คือวันเกิดไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าใครจะรวยหรือจน ใครจะออมเงินเก่งหรือไม่เก่ง แต่ความเชื่อไทยที่ผูกนิสัยไว้กับวันเกิดในสัปดาห์นั้นพอใช้เป็นกรอบสังเกตตัวเองได้ในระดับหนึ่ง เพราะหลายคนอ่านแล้วรู้สึกว่า "เออ ใช่เรานี่แหละ" บทความนี้จะพาไปดูว่านิสัยการเงินแบบต่าง ๆ ที่ผูกกับวันเกิดแต่ละวันมีอะไรบ้าง แล้วเทคนิคออมเงินแบบไหนที่เข้ากับแต่ละนิสัยจริง ๆ โดยเน้นย้ำตั้งแต่ต้นว่าเทคนิคที่เลือกใช้สำคัญกว่าวันเกิดเสมอ
ความเชื่อเรื่องวันเกิดกับนิสัยการเงินมาจากไหน
ความเชื่อเรื่องนี้ผูกอยู่กับตำราโหราศาสตร์ไทยที่มองว่าดาวเจ้าเรือนประจำวันเกิดแต่ละวันส่งผลต่อบุคลิกบางด้าน เช่น วันอาทิตย์เชื่อมโยงกับความใจกว้าง วันจันทร์เชื่อมโยงกับอารมณ์ที่อ่อนไหวง่าย วันอังคารเชื่อมโยงกับความกล้าตัดสินใจ เป็นต้น ความเชื่อแบบนี้สืบทอดกันมานานในสังคมไทยและมักถูกพูดถึงเวลาทำนายดวงชะตาโดยรวม ไม่ได้เจาะจงเรื่องการเงินเป็นการเฉพาะตั้งแต่ต้น
สิ่งที่บทความนี้ทำคือหยิบเอาลักษณะนิสัยกว้าง ๆ ที่ผูกกับวันเกิดมาปรับใช้กับพฤติกรรมการเงินในชีวิตจริง เพราะนิสัยเรื่องความใจกว้าง ความรอบคอบ หรือความกล้าได้กล้าเสีย ล้วนส่งผลต่อวิธีใช้เงินของคนจริง ๆ อยู่แล้วไม่ว่าจะเชื่อเรื่องวันเกิดหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นแม้จะไม่เชื่อเรื่องโหราศาสตร์เลย ก็ยังอ่านบทความนี้ต่อได้ในฐานะการจับคู่นิสัยกับเทคนิคออมเงิน เพียงแต่เปลี่ยนจาก "หาว่าตัวเองเกิดวันไหน" เป็น "หาว่าตัวเองมีนิสัยแบบไหน" แทน ถ้าสนใจความเชื่อเรื่องวันเกิดกับการเงินในมุมอื่นด้วย เช่น สีของกระเป๋าสตางค์ที่มักผูกกับวันเกิด สามารถอ่านเพิ่มได้ในสีกระเป๋าสตางค์ตามวันเกิด
เช็ก 7 วันเกิด นิสัยการเงินแบบไหนตรงกับคุณบ้าง
ตารางด้านล่างสรุปนิสัยการเงินที่มักผูกกับวันเกิดแต่ละวันตามความเชื่อไทย เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนไปดูเทคนิคออมเงินที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มในหัวข้อถัดไป
| วันเกิด | นิสัยการเงินที่มักผูกไว้ | จุดแข็ง | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| อาทิตย์ | ใจกว้าง ชอบเลี้ยงคนอื่น | เอื้อเฟื้อ มีเครดิตทางสังคม | ให้คนอื่นบ่อยจนลืมเก็บให้ตัวเอง |
| จันทร์ | อ่อนไหวตามอารมณ์ | ตัดสินใจไว รู้ใจตัวเอง | ซื้อของตามความรู้สึกโดยไม่วางแผน |
| อังคาร | กล้าได้กล้าเสีย | กล้าลงทุน ไม่กลัวความเสี่ยง | เสี่ยงเกินตัวจนขาดเงินสำรอง |
| พุธ | ละเอียด ช่างสังเกต | คำนวณเก่ง เปรียบเทียบราคาเป็น | คิดมากจนไม่กล้าตัดสินใจ |
| พฤหัสบดี | มีระเบียบ ทำตามแผน | ทำตามเป้าหมายได้ต่อเนื่อง | เคร่งเกินไปจนเครียดเรื่องเงิน |
| ศุกร์ | รักสวยงาม ใช้เงินเพื่อความสุข | รู้จักให้รางวัลตัวเอง | ซื้อของเพราะสวยมากกว่าจำเป็น |
| เสาร์ | ตัดสินใจเด็ดขาด | ตัดใจเลิกทำสิ่งที่ไม่คุ้มได้เร็ว | ตัดสินใจเร็วเกินไปโดยไม่ทบทวน |
ขอย้ำอีกครั้งว่านี่คือกรอบกว้าง ๆ ตามความเชื่อ ไม่ใช่กฎตายตัว บางคนเกิดวันพฤหัสบดีแต่ใช้เงินตามอารมณ์มากก็มี บางคนเกิดวันจันทร์แต่วางแผนการเงินละเอียดยิบก็มีเช่นกัน สิ่งสำคัญคืออ่านแล้วเทียบกับพฤติกรรมจริงของตัวเอง ไม่ใช่ท่องจำว่าวันเกิดตัวเองต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้เท่านั้น
สายใช้เงินตามอารมณ์ (จันทร์ ศุกร์) ควรออมด้วยเทคนิคดักตัวเองล่วงหน้า
คนกลุ่มนี้ตัดสินใจซื้อของเร็วเมื่อเห็นแล้วถูกใจ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจ เพราะหลายคนตั้งใจออมเงินจริงจังทุกเดือนต้น แต่พอถึงกลางเดือนเห็นของที่ชอบก็ใช้เงินก้อนที่ตั้งใจจะเก็บไปจนหมด เทคนิคที่เหมาะกับกลุ่มนี้คือ "ดักตัวเองล่วงหน้า" ไม่ใช่พยายามอดใจตอนเห็นของ เพราะรู้อยู่แล้วว่าอดใจยาก
วิธีที่ได้ผลจริงคือตั้งระบบตัดเงินออมอัตโนมัติทันทีที่เงินเดือนเข้า ก่อนที่เงินจะไปอยู่ในบัญชีที่ใช้จ่ายประจำวัน เพราะเงินที่ไม่เห็นอยู่ในบัญชีใช้จ่าย มักไม่ถูกนำไปใช้ซื้อของตามอารมณ์ นอกจากนี้ควรมีกฎง่าย ๆ ให้ตัวเอง เช่น ของที่ราคาเกินหนึ่งพันบาทต้องรอ 24 ชั่วโมงก่อนตัดสินใจซื้อ วิธีนี้ไม่ได้ห้ามซื้อของที่ชอบ แต่สร้างช่องว่างให้อารมณ์ตอนเห็นของครั้งแรกจางลงก่อน ถ้าผ่านไปหนึ่งวันแล้วยังอยากได้อยู่ค่อยซื้อ ถ้าอยากเห็นภาพชัดว่าเงินไหลไปไหนบ้างในแต่ละเดือน การจดสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายมงคลควบคู่กันช่วยให้เห็นจุดรั่วไหลได้เร็วขึ้น
สายกล้าได้กล้าเสีย (อังคาร) ควรออมด้วยเทคนิคที่ยังปลดปล่อยพลังลงทุนได้
คนที่กล้าได้กล้าเสียมักรู้สึกอึดอัดกับการออมแบบฝากประจำเฉย ๆ เพราะรู้สึกว่าเงินไม่ได้ทำงานอะไร การบังคับให้ออมแบบเก็บนิ่ง ๆ อย่างเดียวมักไม่ยั่งยืนสำหรับคนกลุ่มนี้ เพราะสุดท้ายมักหาเหตุผลถอนเงินออกมาลองทำอะไรใหม่ ๆ อยู่ดี
เทคนิคที่เหมาะกว่าคือแบ่งเงินออมเป็นสองส่วนตั้งแต่ต้น ส่วนแรกเป็น "เงินสำรองที่แตะไม่ได้" อย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เก็บไว้ในกระปุกหรือบัญชีที่แยกออกจากบัญชีหลักชัดเจนเพื่อไม่ให้เผลอนำไปลงทุน (ดูวิธีเลือกภาชนะเก็บเงินที่ช่วยกันตัวเองไม่ให้ถอนง่ายเกินไปได้ในกระปุกออมสินมงคล เลือกแบบไหนช่วยให้ออมเงินได้จริง) ส่วนที่สองคือ "เงินสำหรับทดลอง" ที่จัดสรรไว้ต่างหากให้นำไปลองลงทุนหรือทำสิ่งใหม่ ๆ ได้ตามที่ต้องการ วิธีนี้ทำให้คนกล้าได้กล้าเสียยังรู้สึกว่าเงินได้ทำงาน ในขณะที่เงินสำรองส่วนสำคัญยังปลอดภัยไม่ถูกดึงไปเสี่ยงจนหมด
สายละเอียดรอบคอบ (พุธ พฤหัสบดี) ควรใช้เทคนิคที่ไม่ทำให้เครียดเกินไป
คนกลุ่มนี้มักไม่มีปัญหาเรื่องวินัยการออม เพราะคำนวณเก่งและทำตามแผนได้ต่อเนื่องอยู่แล้ว ปัญหาที่พบบ่อยกลับเป็นเรื่องเครียดเกินไปกับตัวเลข บางคนถึงขั้นเช็กยอดเงินในบัญชีทุกวันจนกลายเป็นความกังวลที่กระทบชีวิตประจำวัน หรือตั้งเป้าออมสูงเกินจริงจนพลาดแล้วรู้สึกผิดกับตัวเองหนักเกินเหตุ
เทคนิคที่เหมาะกับกลุ่มนี้คือกำหนดรอบตรวจสอบบัญชีให้ชัดเจน เช่น สัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งพอ แทนที่จะเช็กทุกวัน และตั้งเป้าออมแบบมีช่วง เช่น 15-20% ของรายได้ แทนตัวเลขตายตัวที่พลาดไม่ได้เลย เพราะบางเดือนมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเข้ามาแทรกได้เสมอ การให้ตัวเองมีช่วงยืดหยุ่นบ้างช่วยลดความเครียดโดยไม่ทำให้วินัยการออมหายไป
สายใจกว้างเผื่อแผ่ (อาทิตย์ เสาร์) ควรตั้งขอบเขตการให้ให้ชัดเจน
คนกลุ่มนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องใช้เงินฟุ่มเฟือยกับตัวเอง แต่มักใช้เงินไปกับการเลี้ยงดูหรือช่วยเหลือคนรอบข้างจนลืมเก็บให้ตัวเอง เพื่อนชวนกินข้าวก็จ่ายให้ก่อนเสมอ ญาติขอยืมเงินก็ให้ยืมโดยไม่ได้วางแผนว่าจะกระทบเงินเก็บของตัวเองแค่ไหน พอสิ้นเดือนมาดูอีกทีเงินที่ตั้งใจจะออมหายไปกับการช่วยเหลือคนอื่นเกือบหมด
เทคนิคที่เหมาะกับกลุ่มนี้คือกันเงินออมออกจากบัญชีหลักตั้งแต่ต้นเดือนเหมือนกลุ่มแรก แต่เพิ่มอีกขั้นคือตั้ง "งบสำหรับช่วยเหลือคนอื่น" แยกไว้ต่างหากเป็นจำนวนที่ยอมรับได้ในแต่ละเดือน เมื่องบก้อนนี้หมดแล้วให้บอกตรง ๆ กับคนรอบข้างว่าเดือนนี้ช่วยไม่ได้แล้ว ไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะการตั้งขอบเขตแบบนี้ไม่ได้แปลว่าใจแคบลง แต่ทำให้ช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวมากกว่าการให้จนตัวเองไม่เหลือเงินเก็บเลย
ถ้าเทคนิคที่จับคู่ไว้ยังไม่เวิร์ก ควรทำอย่างไร
บางคนลองเทคนิคตามกลุ่มวันเกิดของตัวเองแล้วรู้สึกว่าไม่ตรงกับชีวิตจริงเลย นั่นเป็นเรื่องปกติ เพราะอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่าวันเกิดเป็นเพียงกรอบสังเกตนิสัยกว้าง ๆ ไม่ใช่สูตรตายตัว สิ่งที่ควรทำต่อคือกลับไปดูตารางนิสัยการเงินในหัวข้อก่อนหน้าอีกครั้ง แล้วเลือกกลุ่มที่ตรงกับพฤติกรรมจริงของตัวเองมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มเดียวกับวันเกิด
อีกวิธีที่ช่วยได้คือลองผสมเทคนิคจากหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน เช่น คนที่ใช้เงินตามอารมณ์บางช่วงแต่ก็ใจกว้างเผื่อแผ่ในบางช่วง อาจใช้ทั้งระบบตัดเงินออมอัตโนมัติและงบสำหรับช่วยเหลือคนอื่นควบคู่กันได้ เพราะคนจริง ๆ ไม่ได้มีนิสัยเดียวตายตัวตลอดชีวิต การทดลองปรับเทคนิคให้เข้ากับตัวเองสำคัญกว่าการยึดติดว่าต้องทำตามกลุ่มวันเกิดของตัวเองเป๊ะ ๆ เสมอ ถ้าอยากวางเป้าหมายให้ชัดกว่านี้ ลองอ่านตั้งเป้าหมายการเงินอย่างไรให้ไปถึงจริงประกอบ เพราะการมีเป้าหมายชัดเจนช่วยให้เทคนิคที่เลือกใช้มีทิศทางมากขึ้น
ข้อควรระวังเมื่อใช้กรอบวันเกิดเรื่องการเงิน
- อย่าใช้วันเกิดเป็นข้ออ้างไม่ลงมือทำ เช่น คิดว่าตัวเองเกิดวันที่ "ใช้เงินเก่งอยู่แล้ว" แล้วเลยไม่ตั้งเป้าออมจริงจัง เพราะนิสัยตามความเชื่อไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ทางการเงินจะดีเองโดยอัตโนมัติ
- อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นที่เกิดวันเดียวกันแล้วรู้สึกแย่ เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานรายได้ ภาระ และสถานการณ์ชีวิตต่างกัน นิสัยตามวันเกิดเป็นแค่กรอบกว้าง ๆ ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จ
- อย่าเปลี่ยนเทคนิคบ่อยเกินไปจนไม่เห็นผล ให้เวลาเทคนิคที่เลือกอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนตัดสินว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกับตัวเอง
- อย่าลืมว่าปัจจัยที่กระทบเงินออมจริง ๆ อย่างรายได้ ภาระหนี้ และค่าใช้จ่ายจำเป็น สำคัญกว่านิสัยตามวันเกิดมาก การวางแผนการเงินพื้นฐานยังจำเป็นอยู่เสมอไม่ว่าจะเกิดวันไหน
ถ้าลองแล้วยังรู้สึกไม่มั่นใจเรื่องการเงินโดยรวม ไม่ใช่แค่เรื่องออม ลองอ่านวิธีเสริมกำลังใจด้านการเงินตามความเชื่อไทยเพิ่มเติม เพราะบางครั้งอุปสรรคไม่ได้อยู่ที่เทคนิค แต่อยู่ที่ความมั่นใจในการเริ่มลงมือทำ
สรุป
วันเกิดไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าใครจะออมเงินสำเร็จหรือล้มเหลว แต่ลักษณะนิสัยที่ผูกกับวันเกิดตามความเชื่อไทยพอใช้เป็นจุดเริ่มต้นให้สังเกตพฤติกรรมใช้เงินของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นสายใช้เงินตามอารมณ์ที่ควรดักตัวเองด้วยระบบตัดเงินออมอัตโนมัติ สายกล้าได้กล้าเสียที่ควรแบ่งเงินสำรองกับเงินทดลองให้ชัด สายละเอียดรอบคอบที่ควรผ่อนความเครียดลงบ้าง หรือสายใจกว้างที่ควรตั้งขอบเขตการให้ให้ชัดเจน สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์จริง ๆ ไม่ใช่วันเกิด แต่คือความสม่ำเสมอในการทำเทคนิคที่เลือกใช้ต่อเนื่อง ลองอ่านตารางนิสัยอีกครั้ง เลือกเทคนิคที่ใกล้เคียงกับตัวเองที่สุด แล้วเริ่มทำตั้งแต่เดือนนี้เลยดีกว่ารอวันเกิดหรือฤกษ์งามยามดีใด ๆ










