ส่งของขวัญมงคลทางไปรษณีย์ข้ามจังหวัดหรือข้ามประเทศ มีข้อห้ามเรื่องฤกษ์การจัดส่งไหม

การส่งของขวัญมงคลทางไปรษณีย์ไม่มีข้อห้ามตายตัวเรื่องฤกษ์วันส่ง เพราะความเชื่อไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับฤกษ์วันที่ผู้รับได้รับและเปิดของขวัญมากกว่าวันที่ผู้ให้กดส่งพัสดุ ดังนั้นถ้าอยากให้ตรงฤกษ์จริง ๆ ควรคำนวณเผื่อเวลาขนส่งแล้วเลือกวันส่งย้อนกลับให้ของถึงมือผู้รับในวันฤกษ์ดี แทนที่จะยึดว่าวันส่งต้องเป็นฤกษ์
ส่งของขวัญมงคลทางไปรษณีย์ไม่มีข้อห้ามตายตัวเรื่องฤกษ์วันส่ง เพราะความเชื่อไทยส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับฤกษ์วันที่ผู้รับได้รับและเปิดของขวัญ ไม่ใช่วันที่กดส่งพัสดุออกจากมือ
คนที่ซื้อของขวัญมงคลให้ญาติต่างจังหวัดหรือเพื่อนต่างประเทศเตรียมไว้พร้อมแล้ว แต่พอจะไปส่งพัสดุจริงกลับลังเลว่าวันนี้เป็นวันดีพอไหม บางคนถึงกับเปิดปฏิทินโหราศาสตร์เช็กฤกษ์ก่อนไปที่ทำการไปรษณีย์ด้วยซ้ำ ทั้งที่ของขวัญมงคลหลายอย่างอย่างพระเครื่อง กำไล หรือของไหว้มงคลต่าง ๆ มักถูกให้ความสำคัญเรื่องฤกษ์เวลาอยู่แล้ว คำถามที่ตามมาคือถ้าของถึงช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ จะแก้สถานการณ์ยังไงได้บ้าง
ส่งของขวัญมงคลทางไปรษณีย์ ต้องดูฤกษ์วันส่งจริงไหม
ตามความเชื่อไทยที่ให้ความสำคัญกับฤกษ์ยาม จุดที่ถือว่าสำคัญที่สุดของการให้ของขวัญมงคลคือ "วินาทีที่ผู้รับได้รับและเปิดของขวัญ" ไม่ใช่วินาทีที่ผู้ให้ส่งของออกจากมือ เพราะช่วงเวลานั้นคือจุดที่พรและเจตนาดีถูกส่งต่อถึงผู้รับจริง ๆ
ดังนั้นการยึดฤกษ์วันส่งอย่างเดียวโดยไม่คำนวณเผื่อระยะเวลาขนส่งจึงไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าที่ควร เพราะต่อให้ส่งตรงวันฤกษ์ดี แต่ถ้าพัสดุใช้เวลาเดินทางหลายวันกว่าจะถึงมือผู้รับ วันที่ผู้รับเปิดของขวัญจริงอาจไม่ตรงกับฤกษ์ที่ตั้งใจไว้เลยก็ได้
ฤกษ์วันส่งกับฤกษ์วันถึง อันไหนสำคัญกว่ากันตามความเชื่อ
ถ้าให้เลือกระหว่างสองฤกษ์นี้ คนที่ถือเรื่องฤกษ์ยามอย่างจริงจังส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ "ฤกษ์วันถึง" มากกว่า เพราะเป็นวันที่พิธีการส่งต่อความหมายมงคลเกิดขึ้นจริง วิธีที่ทำได้จริงคือคำนวณย้อนกลับจากวันฤกษ์ดีที่ตั้งใจให้ของถึง แล้วเผื่อระยะเวลาขนส่งตามบริการที่เลือกใช้ เช่น ถ้าอยากให้ของถึงตรงวันเกิดของผู้รับ ควรสอบถามระยะเวลาจัดส่งโดยประมาณจากผู้ให้บริการขนส่งล่วงหน้า แล้วเผื่อเวลาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวันสำหรับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นได้
สำหรับคนที่ไม่ได้ถือฤกษ์ยามเคร่งครัดมาก การเลือกวันส่งให้เป็นวันที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับตัวของขวัญเองก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องฤกษ์ทั้งสองจุดพร้อมกัน
ข้อควรระวังเชิงปฏิบัติเมื่อส่งของมงคลข้ามจังหวัดหรือข้ามประเทศ
การส่งของขวัญมงคลข้ามจังหวัดในประเทศไทยมักไม่มีข้อจำกัดพิเศษ นอกจากการเลือกบริการขนส่งที่มีระบบติดตามสถานะพัสดุ เพื่อให้รู้ว่าของถึงมือผู้รับเมื่อไหร่แน่นอน แต่ถ้าเป็นการส่งข้ามประเทศ ควรตรวจสอบก่อนว่าของมงคลชิ้นนั้นมีข้อจำกัดด้านศุลกากรของประเทศปลายทางหรือไม่ โดยเฉพาะของที่ทำจากวัสดุธรรมชาติบางชนิด เครื่องประดับมูลค่าสูง หรือของที่มีส่วนประกอบที่บางประเทศควบคุมการนำเข้า ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้ให้บริการขนส่งหรือหน่วยงานศุลกากรของประเทศปลายทางโดยตรง เพราะกฎระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงและแตกต่างกันในแต่ละประเทศ
อีกจุดที่ควรระวังคือการสำแดงมูลค่าสินค้าให้ตรงตามความเป็นจริง เพราะของขวัญมงคลบางชิ้นอย่างพระเครื่องหรือเครื่องประดับทองอาจมีมูลค่าสูงกว่าที่คิด การสำแดงมูลค่าผิดอาจทำให้พัสดุติดปัญหาที่ด่านศุลกากรและล่าช้ากว่าที่วางแผนไว้มาก
ของมงคลบางชนิดที่ส่งไปรษณีย์ต้องระวังเป็นพิเศษ
พระเครื่องและวัตถุมงคลที่มีวัสดุเปราะบางอย่างแก้วหรือเซรามิกต้องห่อด้วยวัสดุกันกระแทกหลายชั้น เพราะแรงกระแทกระหว่างขนส่งเป็นสาเหตุความเสียหายที่พบบ่อยที่สุด ไม่ใช่เรื่องพลังหรือความเป็นมงคลของตัววัตถุแต่อย่างใด
เครื่องประดับทองหรือของมีมูลค่าสูงควรเลือกบริการขนส่งที่มีการประกันความเสียหายและระบบติดตามพัสดุ เพื่อป้องกันปัญหาสูญหายระหว่างทาง ส่วนของไหว้มงคลที่เป็นของสดหรือของที่เสื่อมสภาพได้ง่าย เช่น ดอกไม้หรือผลไม้มงคลบางชนิด ไม่แนะนำให้ส่งทางไปรษณีย์ระยะไกล เพราะระยะเวลาขนส่งมักทำให้ของเสียก่อนถึงมือผู้รับ
ถ้าส่งของถึงช้ากว่าฤกษ์ที่ตั้งใจ แก้ยังไงได้บ้าง
ความล่าช้าจากระบบขนส่งเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ทั้งหมด ต่อให้วางแผนดีแค่ไหนก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ วิธีที่ช่วยรักษาความหมายมงคลไว้คือโทรหรือส่งข้อความอวยพรถึงผู้รับในวันฤกษ์เดิมที่ตั้งใจไว้ก่อน แล้วให้ของขวัญตามไปทีหลังเมื่อถึงมือจริง เพราะคำอวยพรและเจตนาดีที่ส่งถึงตรงเวลาคือแก่นสำคัญของความเป็นมงคล ไม่ใช่ตัววัตถุที่มาถึงช้าหรือเร็ว
สรุป
การส่งของขวัญมงคลทางไปรษณีย์ไม่มีข้อห้ามตายตัวเรื่องฤกษ์วันส่ง สิ่งที่ควรให้ความสำคัญจริง ๆ คือฤกษ์วันที่ของถึงมือผู้รับ ซึ่งต้องคำนวณเผื่อเวลาขนส่งล่วงหน้า ส่วนเรื่องความปลอดภัยของตัววัตถุอย่างการห่อกันกระแทกและการเลือกบริการขนส่งที่ติดตามได้สำคัญไม่แพ้เรื่องฤกษ์ยาม เพราะถ้าของชำรุดระหว่างทาง ต่อให้ฤกษ์ดีแค่ไหนก็เสียความรู้สึกทั้งผู้ให้และผู้รับ และถ้าสุดท้ายของถึงช้ากว่าที่ตั้งใจ คำอวยพรที่ส่งถึงตรงเวลายังคงรักษาความหมายมงคลไว้ได้เสมอ







