สีปากกาเซ็นสัญญาสำคัญมงคล ใช้ตอนเซ็นสัญญาธุรกิจหรืองานแต่งงาน

สีหมึกที่ความเชื่อไทยส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้เซ็นสัญญาสำคัญคือสีน้ำเงินหรือสีดำ เพราะให้ความรู้สึกมั่นคงเป็นทางการและเป็นสีที่หน่วยงานราชการและธนาคารยอมรับในเอกสารทางกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนสีแดงเป็นสีที่ควรเลี่ยงเซ็นชื่อตัวเองในสัญญาสำคัญตามความเชื่อไทยเพราะเชื่อมโยงกับการตัดขาดความสัมพันธ์ ด้ามปากกาเลือกสีตามวันเกิดผู้เซ็นเป็นสีเสริมได้ตามสะดวก
วันเซ็นสัญญาซื้อขายกิจการหรือวันจดทะเบียนสมรสมักมีการเช็กฤกษ์วันและเวลากันอย่างละเอียด แต่พอถึงขั้นตอนหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นจริง หลายคนกลับหยิบปากกาด้ามไหนก็ได้ที่อยู่ใกล้มือโดยไม่ทันคิดเรื่องสี ทั้งที่ความเชื่อไทยเชื้อสายจีนให้ความสำคัญกับสีหมึกที่ใช้เซ็นเอกสารสำคัญไม่น้อยไปกว่าฤกษ์วันเลย
ของใช้ชิ้นเล็กอย่างปากกาอาจดูไม่สำคัญเมื่อเทียบกับเนื้อหาสัญญาหรือฤกษ์วันที่เลือกไว้อย่างดี แต่ในทางความเชื่อ ปากกาคือสิ่งที่สัมผัสกับลายมือชื่อโดยตรง ซึ่งถือเป็นตัวแทนของตัวบุคคลในเอกสารนั้น บทความนี้จะพาไปดูว่าสีปากกาสำหรับเซ็นสัญญาสำคัญควรเลือกยังไง ทั้งสัญญาธุรกิจและเอกสารสำคัญอย่างทะเบียนสมรส
ทำไมสีหมึกและด้ามปากกาเซ็นสัญญาถึงถูกให้ความสำคัญมากกว่าปากกาทั่วไป
ปากกาที่ใช้เขียนโน้ตประจำวันไม่มีข้อจำกัดเรื่องสีตามความเชื่อ เพราะเป็นการใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้ผูกกับเหตุการณ์สำคัญ แต่ปากกาที่ใช้เซ็นชื่อในสัญญาสำคัญต่างออกไป เพราะลายมือชื่อคือจุดที่ผูกพันธะทางกฎหมายและถือเป็นสัญลักษณ์แทนตัวบุคคลในเอกสารนั้นตลอดไป
ความเชื่อไทยเชื้อสายจีนจึงมองว่าสีหมึกที่ใช้เซ็นมีผลต่อ "พลังงาน" ของข้อตกลงที่เกิดขึ้น ไม่ต่างจากการเลือกฤกษ์วันหรือทิศทางการนั่งเซ็นสัญญา เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะสมกันเข้าไปเสริมความรู้สึกมั่นใจและเป็นมงคลให้กับข้อตกลงที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้จะไม่มีผลทางกฎหมายโดยตรงก็ตาม
สีหมึกที่ควรเลี่ยงเวลาเซ็นเอกสารสำคัญ
สีที่ความเชื่อไทยเชื้อสายจีนแนะนำให้เลี่ยงมากที่สุดคือหมึกสีแดง เพราะในธรรมเนียมจีนสีแดงใช้เขียนชื่อคนที่เสียชีวิตแล้วบนป้ายวิญญาณหรือเอกสารที่เกี่ยวกับการตัดขาดความสัมพันธ์ การใช้หมึกแดงเซ็นชื่อตัวเองในสัญญาที่ยังมีชีวิตอยู่จึงถือเป็นเรื่องไม่เป็นมงคลตามความเชื่อนี้ แม้ในทางปฏิบัติเอกสารราชการและธนาคารส่วนใหญ่ก็ไม่รับหมึกสีแดงอยู่แล้วเพราะถือเป็นสีที่ใช้สำหรับการแก้ไขหรือตรวจทานเอกสาร ไม่ใช่สีสำหรับลงลายมือชื่อจริง
สีที่ควรเลี่ยงรองลงมาคือหมึกสีจางหรือสีที่ซีดจนอ่านไม่ชัด เพราะนอกจากจะดูไม่เป็นทางการแล้ว ยังเสี่ยงต่อปัญหาการยืนยันตัวตนหากต้องนำเอกสารไปใช้อ้างอิงในอนาคต ควรเลือกหมึกที่มีความเข้มพอเหมาะและไม่ซีดจางเมื่อเวลาผ่านไป
เลือกสีด้ามปากกาให้เหมาะกับสัญญาธุรกิจหรือสัญญาสมรส
สัญญาธุรกิจที่เน้นเรื่องความมั่งคั่งและความสำเร็จ หลายคนนิยมเลือกด้ามปากกาสีทองหรือสีเงินเพราะเชื่อมโยงกับความเจริญรุ่งเรืองทางการเงิน บางคนถึงกับเตรียมปากกาด้ามพิเศษเก็บไว้ใช้เฉพาะโอกาสเซ็นสัญญาสำคัญเท่านั้น ไม่ปะปนกับปากกาที่ใช้เขียนงานทั่วไป เพราะเชื่อว่าจะช่วยรักษาพลังงานมงคลของปากกาด้ามนั้นไว้
ส่วนเอกสารที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์อย่างทะเบียนสมรสหรือสัญญาหมั้น สีที่นิยมมักเป็นด้ามปากกาสีชมพูอ่อนหรือสีทองซึ่งสื่อถึงความรักและความมั่นคง คู่บ่าวสาวบางคู่ถึงกับเลือกซื้อปากกาคู่สีเดียวกันไว้เซ็นทะเบียนสมรสพร้อมกัน เพื่อความหมายที่ว่าทั้งคู่เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยสิ่งเดียวกัน
ปากกาเซ็นสัญญาสีมงคลตามวันเกิดผู้เซ็น เลือกยังไง
นอกจากความหมายตามประเภทสัญญาแล้ว บางคนยังนำหลักสีเสริมประจำวันเกิดมาปรับใช้กับด้ามปากกาด้วย เช่น คนเกิดวันอาทิตย์เลือกด้ามสีแดงหรือสีทองแดง คนเกิดวันจันทร์เลือกด้ามสีขาวหรือสีเหลืองนวล คนเกิดวันพุธกลางวันเลือกด้ามสีเขียว และคนเกิดวันศุกร์เลือกด้ามสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน หลักการเดียวกับที่ใช้เลือกสีเสื้อผ้าหรือของใช้ประจำตัวอื่น ๆ
ข้อควรระวังคือสีด้ามปากกาไม่ควรขัดกับสีหมึกที่แนะนำให้ใช้ เช่น แม้คนเกิดวันอาทิตย์จะเสริมด้วยสีแดง แต่ก็ยังควรเลือกหมึกสีน้ำเงินหรือดำสำหรับเซ็นชื่อจริง แล้วให้สีแดงอยู่แค่ที่ตัวด้ามปากกาแทน เพราะหมึกสีแดงยังคงเป็นสีที่ควรเลี่ยงในการลงลายมือชื่อไม่ว่าจะเกิดวันไหนก็ตาม
ยืมปากกาคนอื่นเซ็นสัญญาสำคัญ มีข้อควรระวังไหม
ในสถานการณ์ที่ลืมเตรียมปากกาไปเองแล้วต้องยืมปากกาจากคู่สัญญาหรือเจ้าหน้าที่ ณ จุดเซ็นเอกสาร ความเชื่อส่วนใหญ่มองว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายร้ายแรง เพราะเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ขอเพียงตรวจดูว่าหมึกที่ยืมมาไม่ใช่สีแดงก็เพียงพอแล้วสำหรับความสบายใจ
อย่างไรก็ตาม คนที่ถือเรื่องนี้จริงจังมักเตรียมปากกาส่วนตัวไปเองเสมอเมื่อรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการเซ็นสัญญาสำคัญ เพราะปากกาที่เตรียมมาเองสามารถเลือกทั้งสีหมึกและสีด้ามให้ตรงตามความเชื่อที่ต้องการได้เต็มที่ ไม่ต้องเสี่ยงกับสีที่ไม่ได้ตั้งใจเลือกไว้แต่แรก
เตรียมปากกาสำรองไว้ก่อนวันเซ็นสัญญาจริง
การเตรียมปากกาสำรองอย่างน้อยหนึ่งด้ามเป็นเรื่องที่แนะนำในทางปฏิบัติไม่ต่างจากเรื่องความเชื่อ เพราะปากกาหมึกหมดหรือเขียนไม่ติดกลางคันระหว่างเซ็นสัญญาเป็นสถานการณ์ที่สร้างความอึดอัดใจได้พอสมควร โดยเฉพาะในโอกาสสำคัญที่มีคนร่วมสังเกตการณ์หลายฝ่าย
ปากกาสำรองควรเป็นสีหมึกเดียวกันกับด้ามหลักเพื่อไม่ให้ลายมือชื่อในเอกสารชุดเดียวกันมีสีต่างกัน เพราะบางหน่วยงานถือว่าเป็นข้อสังเกตที่อาจถูกตั้งคำถามภายหลังได้หากต้องนำเอกสารไปอ้างอิงในอนาคต ควรทดลองเขียนบนกระดาษทดก่อนวันจริงว่าหมึกไม่จางหรือขาดช่วงระหว่างเขียน
ปากกาหมึกซึมกับปากกาลูกลื่น มีผลต่อความเชื่อเรื่องสีไหม
ชนิดของปากกาไม่ได้เปลี่ยนหลักความเชื่อเรื่องสีหมึกที่ควรใช้หรือควรเลี่ยง แต่มีผลต่อความรู้สึกและภาพลักษณ์ของลายมือชื่อในเอกสาร ปากกาหมึกซึมให้เส้นที่มีน้ำหนักและความสม่ำเสมอมากกว่า เหมาะกับคนที่อยากให้ลายมือชื่อดูภูมิฐานเป็นทางการ หลายคนที่ทำธุรกิจจึงนิยมใช้ปากกาหมึกซึมสำหรับเซ็นสัญญาโดยเฉพาะ ต่างจากปากกาที่ใช้เขียนงานทั่วไป
ปากกาลูกลื่นเป็นตัวเลือกที่หาซื้อง่ายและราคาย่อมเยากว่า เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องเซ็นเอกสารหลายฉบับต่อเนื่องกันโดยไม่อยากเสี่ยงหมึกซึมเลอะกระดาษ ในแง่ความเชื่อใช้หลักเดียวกับปากกาหมึกซึมได้ทุกประการ คือเลือกสีน้ำเงินหรือดำเป็นหลัก ส่วนปากกาเจลที่ให้เส้นคมชัดและแห้งเร็วก็เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะลดปัญหาหมึกเลอะเวลาต้องพลิกหน้าเอกสารต่อทันทีหลังเซ็น
เก็บรักษาปากกาเซ็นสัญญามงคลให้ใช้ได้นาน
ปากกาที่เลือกไว้เฉพาะสำหรับเซ็นสัญญาสำคัญควรเก็บแยกจากปากกาที่ใช้งานทั่วไป เพื่อป้องกันการสูญหายหรือถูกหยิบไปใช้ผิดโอกาสโดยไม่ตั้งใจ กล่องใส่ปากกาหรือซองหนังขนาดพอดีเป็นตัวเลือกที่ช่วยรักษาสภาพด้ามปากกาให้ดูใหม่อยู่เสมอ โดยเฉพาะด้ามที่มีการชุบสีทองหรือสีเงินซึ่งบอบบางต่อรอยขีดข่วนมากกว่าด้ามพลาสติกทั่วไป
สำหรับปากกาหมึกซึม ควรทำความสะอาดปลายปากกาเป็นระยะและเปลี่ยนหมึกก่อนที่จะหมดสนิท เพราะหมึกที่ใกล้หมดมักให้เส้นที่จางและไม่สม่ำเสมอ ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้เซ็นเอกสารสำคัญที่ต้องการความชัดเจนตลอดทั้งฉบับ การตรวจเช็กสภาพปากกาก่อนวันสำคัญจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรข้าม ไม่ต่างจากการเตรียมเอกสารอื่น ๆ ให้พร้อม
เช็กลิสต์ก่อนวันเซ็นสัญญาสำคัญ
- เตรียมปากกาหมึกสีน้ำเงินหรือสีดำเป็นหลัก ไม่ใช่หมึกสีแดง
- เลือกด้ามปากกาสีที่เหมาะกับประเภทสัญญา เช่น สีทองสำหรับสัญญาธุรกิจ
- ถ้าอยากเสริมตามวันเกิด เลือกสีด้ามตามสีเสริมประจำวัน แต่คงหมึกสีน้ำเงินหรือดำไว้
- ทดลองเขียนบนกระดาษทดก่อนวันจริงว่าหมึกไม่จางหรือขาดช่วง
- เตรียมปากกาสำรองสีหมึกเดียวกันไว้อย่างน้อยหนึ่งด้าม
- ถ้าต้องยืมปากกาคนอื่นกะทันหัน ตรวจให้แน่ใจว่าไม่ใช่หมึกสีแดง
สรุป
สีปากกาเป็นเรื่องเล็กที่ส่งผลใหญ่ต่อความสบายใจในวันสำคัญ เตรียมให้พร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ ย่อมดีกว่ามาแก้ปัญหาหน้างาน แม้จะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มักถูกมองข้าม แต่ในทางความเชื่อถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวให้ข้อตกลงเริ่มต้นอย่างเป็นมงคล หลักที่จำง่ายที่สุดคือใช้หมึกสีน้ำเงินหรือสีดำเสมอ เลี่ยงหมึกสีแดงไม่ว่ากรณีใด ส่วนสีด้ามปากกาเลือกได้ตามประเภทสัญญาหรือสีเสริมประจำวันเกิดของผู้เซ็นตามสะดวก ที่สำคัญไม่แพ้กันคือเตรียมปากกาสำรองไว้เสมอ เพราะความราบรื่นในวันเซ็นสัญญาจริงสำคัญกว่ารายละเอียดเรื่องสีเพียงอย่างเดียว







