ฤกษ์ยกน้ำชา พิธีไหว้บรรพบุรุษก่อนวันแต่ง ดูวันอย่างไรตามธรรมเนียมจีน

ฤกษ์ยกน้ำชามักดูตามปฏิทินจีน (ทงซู) แยกต่างหากจากฤกษ์แต่งงานหลักที่คู่บ่าวสาวเชื้อสายไทยทั่วไปใช้ปฏิทินไทย เพราะพิธีนี้เป็นการไหว้และรับรองบรรพบุรุษฝ่ายจีนของทั้งสองตระกูล ส่วนใหญ่จัดในเช้าวันเดียวกับพิธีแต่งงานหลักแต่บางครอบครัวก็แยกทำคนละวันตามความสะดวกของญาติผู้ใหญ่ที่ต้องมาครบ
คู่บ่าวสาวหลายคู่ที่มีเชื้อสายจีนอาจเคยได้ยินญาติผู้ใหญ่พูดถึง "ฤกษ์ยกน้ำชา" แยกจากฤกษ์แต่งงานที่คุยกับผู้รู้ฝ่ายไทยไปแล้ว หลายคนงงว่าทำไมต้องมีฤกษ์อีกชุดหนึ่ง และปฏิทินที่ใช้ก็ดูไม่เหมือนกันด้วย บทความนี้อธิบายว่าพิธีนี้คืออะไรและควรดูวันอย่างไร
พิธียกน้ำชาคือขั้นตอนไหนของงานแต่ง
พิธียกน้ำชาเป็นธรรมเนียมของคู่บ่าวสาวเชื้อสายจีนที่คู่บ่าวสาวจะยกถ้วยชาให้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายดื่มตามลำดับอาวุโส เป็นการแสดงความเคารพและขอพรจากผู้ใหญ่อย่างเป็นทางการ ต่างจากพิธีสงฆ์หรือพิธีรดน้ำสังข์ที่เป็นธรรมเนียมไทยพุทธ พิธีนี้จึงมักจัดแทรกอยู่ในเช้าวันแต่งงาน หรือบางครอบครัวจัดแยกต่างหากตามความสะดวก
จุดสำคัญของพิธีนี้ไม่ใช่แค่การดื่มชา แต่คือการที่ญาติผู้ใหญ่มอบของขวัญหรือซองอั่งเปาให้คู่บ่าวสาวหลังรับชา ถือเป็นการรับรองอย่างเป็นทางการว่าครอบครัวยอมรับคู่บ่าวสาวเข้าสู่ตระกูลแล้ว
ของตอบแทนที่ญาติผู้ใหญ่มอบให้หลังรับชาไม่ได้จำกัดแค่ซองอั่งเปาเสมอไป บางครอบครัวใส่เครื่องประดับทองหรือหยกลงไปแทน โดยเฉพาะจากปู่ย่าตายายที่ต้องการมอบของที่มีความหมายผูกพันมากกว่าเงินสด ระดับความหรูหราของของตอบแทนมักสะท้อนฐานะและธรรมเนียมเฉพาะของแต่ละตระกูล ไม่มีมาตรฐานตายตัวว่าต้องให้เท่าไรหรือให้อะไร
| ผู้ให้ | ของตอบแทนที่พบบ่อย |
|---|---|
| พ่อแม่ทั้งสองฝ่าย | เครื่องประดับทองหรือหยกชิ้นสำคัญ บางบ้านให้เป็นสร้อยคอหรือกำไล |
| ปู่ย่าตายาย | ของเก่าแก่ที่ส่งต่อในตระกูล เช่น แหวนหรือของมงคลที่มีเรื่องราว |
| ลุงป้าน้าอา | ซองอั่งเปาเป็นหลัก จำนวนแล้วแต่ความสัมพันธ์และธรรมเนียมของครอบครัว |
| ญาติผู้ใหญ่ท่านอื่น | ซองอั่งเปาจำนวนพอเหมาะ หรือของขวัญเล็กน้อยตามความสนิทสนม |
ทำไมฤกษ์ยกน้ำชาถึงดูแยกจากฤกษ์แต่งงานหลัก
ฤกษ์แต่งงานหลักของคู่บ่าวสาวไทยส่วนใหญ่อิงปฏิทินไทยและวันธงชัย วันอธิบดี ตามความเชื่อไทยพุทธ ส่วนพิธียกน้ำชาผูกกับความเชื่อจีนที่ให้ความสำคัญกับปฏิทินจีนหรือที่เรียกว่าทงซู ซึ่งมีระบบการนับวันดีวันร้ายที่ต่างจากปฏิทินไทยโดยสิ้นเชิง
ครอบครัวที่ยึดธรรมเนียมจีนอย่างเข้มข้นจึงมักปรึกษาซินแสแยกต่างหากสำหรับพิธียกน้ำชา แม้จะจัดในวันเดียวกับพิธีแต่งงานหลักก็ตาม เพราะเชื่อว่าช่วงเวลาที่ดีของสองระบบความเชื่ออาจไม่ตรงกันเป๊ะ บางครอบครัวจึงเลือกช่วงเช้าตรู่สำหรับยกน้ำชาตามฤกษ์จีน แล้วค่อยไปต่อพิธีอื่นตามฤกษ์ไทยในช่วงสาย
ช่วงเวลาที่นิยมที่สุดสำหรับพิธียกน้ำชาคือช่วงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเต็มที่ ประมาณตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้า เพราะถือเป็นช่วงพลังหยางเริ่มเข้มแข็งตามความเชื่อจีน เหมาะกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่และการรับรองสมาชิกใหม่ของตระกูล นอกจากเรื่องช่วงเวลาในแต่ละวันแล้ว ครอบครัวเชื้อสายจีนที่ยึดธรรมเนียมเข้มงวดยังหลีกเลี่ยงการจัดงานแต่งงานทั้งพิธีในช่วงเดือนเจ็ดตามปฏิทินจีน หรือที่เรียกกันว่าเดือนผี เพราะเชื่อว่าเป็นช่วงที่ประตูภพเปิดและไม่เหมาะกับงานมงคลใด ๆ ซึ่งเป็นข้อห้ามที่ต่างจากความเชื่อไทยพุทธโดยสิ้นเชิง และเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ต้องดูปฏิทินจีนแยกต่างหากจากปฏิทินไทย
ลำดับการยกน้ำชาให้ญาติผู้ใหญ่ที่ควรรู้ก่อนวันจริง
- เริ่มจากพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว
- ตามด้วยปู่ย่าตายายที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้ามีมากกว่าหนึ่งคู่ให้เรียงตามอาวุโส
- ต่อด้วยลุงป้าน้าอาที่เป็นพี่น้องของพ่อแม่ เรียงจากคนโตไปคนเล็ก
- ปิดท้ายด้วยญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นที่ครอบครัวให้ความเคารพเป็นพิเศษ
การจัดลำดับผิดถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับครอบครัวที่ยึดธรรมเนียมจีนเข้มงวด จึงควรให้ผู้อาวุโสในบ้านช่วยตรวจลำดับรายชื่อก่อนวันจริง เพื่อไม่ให้เกิดความอึดอัดใจกลางพิธี
ครอบครัวที่มีโครงสร้างซับซ้อนกว่าปกติต้องคิดเรื่องลำดับล่วงหน้าให้รอบคอบเป็นพิเศษ เช่น กรณีพ่อแม่หย่าร้างและแต่งงานใหม่ทั้งคู่ คำถามที่ตามมาคือควรยกชาให้ทั้งพ่อแม่แท้ ๆ และพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงหรือไม่ ทางออกที่หลายครอบครัวใช้คือยกชาให้พ่อแม่แท้ ๆ ก่อนตามลำดับอาวุโสปกติ แล้วจึงยกให้พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงต่อจากนั้นในฐานะสมาชิกครอบครัวที่ยังอยู่ร่วมบ้าน โดยเจ้าบ่าวเจ้าสาวควรคุยกับทุกฝ่ายล่วงหน้าว่าทุกคนสบายใจกับการจัดลำดับแบบนี้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สบายใจกลางพิธีต่อหน้าแขก
อีกกรณีที่พบได้คือครอบครัวที่ไม่มีปู่ย่าตายายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีชีวิตอยู่แล้ว ในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องหาใครมาแทนที่ตำแหน่งนั้น เพียงข้ามลำดับนั้นไปตามความเป็นจริง หรือบางครอบครัวเลือกจุดธูปเทียนรำลึกถึงผู้ล่วงลับก่อนเริ่มพิธียกน้ำชา เป็นการให้เกียรติโดยไม่ต้องฝืนสร้างพิธีที่ไม่มีอยู่จริง
สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับพิธียกน้ำชา
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชุดน้ำชาสีแดงหรือสีมงคล | ถ้วยชาคู่ พร้อมกาชาที่ใช้เฉพาะพิธี มักเลือกสีแดงหรือสีทองตามความเชื่อจีน |
| หมอนรองคุกเข่า | สำหรับคู่บ่าวสาวคุกเข่าขณะยกชาให้ญาติผู้ใหญ่ที่อาวุโสมากด้วยความเคารพ |
| รายชื่อญาติผู้ใหญ่พร้อมลำดับ | ควรเขียนเป็นลิสต์ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้พลาดใครหรือเรียงลำดับผิด |
| ผู้ประกาศลำดับ | มักเป็นญาติที่คุ้นเคยกับธรรมเนียมคอยบอกชื่อทีละคนให้คู่บ่าวสาวยกชาถูกคน |
เมื่อยกน้ำชาแยกวันกับพิธีแต่งงานหลัก
บางครอบครัวที่ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายจีนอาศัยอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ อาจเลือกจัดพิธียกน้ำชาแยกจากวันแต่งงานหลักไปเลย เช่น จัดในช่วงที่ญาติกลับมาเยี่ยมบ้านพอดี วิธีนี้ช่วยให้ญาติผู้ใหญ่ทุกคนมาร่วมได้ครบโดยไม่ต้องเร่งรีบเดินทางมาให้ทันวันเดียวกับงานใหญ่
ในกรณีนี้ ฤกษ์ของพิธียกน้ำชาจะกลายเป็นฤกษ์อิสระที่ต้องดูแยกต่างหาก ไม่ต้องผูกกับฤกษ์แต่งงานหลักเลย ขอเพียงเป็นวันที่ญาติผู้ใหญ่มาครบและซินแส (ถ้าปรึกษา) เห็นว่าเป็นวันที่เหมาะสม
การแยกวันแบบนี้ยังมีข้อดีแฝงอยู่ คือทำให้พิธียกน้ำชาได้รับความสนใจเต็มที่โดยไม่ต้องแข่งเวลากับกำหนดการอื่นของงานแต่งงานใหญ่ หลายครอบครัวที่เคยจัดรวมวันเดียวเล่าว่าพิธียกน้ำชาต้องรีบเร่งเพราะต้องแบ่งเวลาไปกับการแต่งหน้าทำผมและถ่ายภาพ พอแยกจัดต่างหากแล้วบรรยากาศจะผ่อนคลายกว่า ทุกคนได้พูดคุยและถ่ายรูปร่วมกันแบบไม่ต้องรีบ
ชงชาแบบไหนถึงเรียกว่าถูกต้องตามธรรมเนียม
รายละเอียดที่หลายคู่มองข้ามคือชาที่ใช้ในพิธีไม่ใช่ชาชนิดไหนก็ได้ ธรรมเนียมจีนดั้งเดิมนิยมใช้ชาแดง (อู่หลงคั่วเข้มหรือชาผู่เอ๋อร์) เพราะสีเข้มเข้ากับธีมสีมงคลของงานแต่ง และรสชาติเข้มพอที่จะไม่จืดชืดเมื่อต้องรินให้ญาติหลายสิบคนดื่มต่อเนื่องกัน บางครอบครัวใส่พุทราแดงหรือลูกบัวลงไปต้มรวมกับชา เพราะพ้องเสียงกับคำอวยพรเรื่องความหวานชื่นและการมีบุตรหลานสืบสกุล ส่วนน้ำตาลที่ใส่ในถ้วยมักเป็นน้ำตาลกรวดสีแดงหรือเหลืองทอง ไม่ใช้น้ำตาลทรายขาวธรรมดา เพราะสีขาวล้วนถือเป็นสีที่เกี่ยวข้องกับงานศพในความเชื่อจีน
ก่อนวันจริงควรลองชงชาสูตรที่จะใช้จริงล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพราะบางสูตรเข้มเกินไปจนขมเมื่อชงปริมาณมาก หรือหวานเกินจนติดคอเวลาต้องดื่มต่อเนื่องหลายถ้วยในเวลาสั้น ๆ ญาติผู้ใหญ่บางท่านมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือความดัน ครอบครัวที่รอบคอบมักเตรียมน้ำเปล่าหรือชาอ่อนสำรองไว้เผื่อกรณีนี้ด้วย โดยไม่ต้องประกาศให้เป็นเรื่องใหญ่ต่อหน้าแขก เพียงแจ้งผู้ประกาศลำดับให้รู้ล่วงหน้าว่าท่านใดต้องใช้ถ้วยสำรอง
ค่าใช้จ่ายและของที่ต้องเตรียมเพิ่มจากงบงานแต่งงานหลัก
พิธียกน้ำชาไม่ได้มีค่าใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับงบรวมของงานแต่งงาน แต่เป็นรายการที่มักถูกลืมตอนทำงบประมาณตั้งแต่ต้น เพราะหลายคู่นึกถึงแต่ค่าฮอลล์ ค่าอาหาร และค่าถ่ายภาพ
- ชุดน้ำชาสีแดงหรือสีทองพร้อมถาด ราคาต่างกันมากตามวัสดุ ตั้งแต่ชุดกระเบื้องธรรมดาไปจนถึงชุดทองเหลืองแกะลาย ครอบครัวส่วนใหญ่เลือกซื้อไว้เป็นของใช้ในบ้านต่อได้หลังงาน ไม่ใช่ของใช้ครั้งเดียวทิ้ง
- ชาคุณภาพดีสำหรับต้มปริมาณมาก ควรกันงบไว้ต่างหากจากชาที่ใช้ดื่มในงานเลี้ยง เพราะรสชาติและความเข้มข้นที่ต้องการไม่เหมือนกัน
- ชุดกี่เพ้าหรือชุดจีนสำหรับคู่บ่าวสาวใส่เฉพาะพิธีนี้ บางคู่เช่า บางคู่ตัดใหม่เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก
- ซองอั่งเปาเปล่าสำหรับคู่บ่าวสาวเตรียมมอบคืนให้ญาติผู้ใหญ่บางตำแหน่งตามธรรมเนียมของครอบครัว (บางบ้านมีธรรมเนียมมอบคืนเล็กน้อยเป็นการตอบแทน)
ค่าใช้จ่ายรวมของพิธีนี้จึงอยู่ที่หลักพันถึงหลักหมื่นบาทแล้วแต่ความหรูหราที่ครอบครัวต้องการ ไม่ใช่รายการที่ต้องทุ่มงบมากเท่าพิธีหลัก แต่ควรวางแผนล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ชนกับงบส่วนอื่นในนาทีสุดท้าย
สรุป
ฤกษ์ยกน้ำชาไม่ใช่แค่พิธีเสริมที่แทรกอยู่ในวันแต่งงาน แต่เป็นพิธีที่มีระบบความเชื่อของตัวเองแยกจากฤกษ์แต่งงานหลัก คู่บ่าวสาวที่มีเชื้อสายจีนควรคุยกับผู้อาวุโสในครอบครัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าฝ่ายบ้านยึดธรรมเนียมระดับไหน จะได้เตรียมทั้งเรื่องฤกษ์และลำดับการยกน้ำชาได้ถูกต้อง ไม่ให้เป็นเรื่องเร่งรีบในนาทีสุดท้ายก่อนวันงาน







