สีแปรงสีฟันหรือหวีที่ใช้ทุกเช้า ของใช้ชิ้นจิ๋วที่คนมักไม่นึกถึงเรื่องสีมงคล

ของใช้ชิ้นจิ๋วอย่างแปรงสีฟันและหวีไม่จำเป็นต้องเลือกตามสีมงคลวันเกิดอย่างเข้มงวด เพราะเป็นของใช้ส่วนตัวที่ไม่มีใครเห็นนอกจากตัวเอง และเป็นของสิ้นเปลืองที่เปลี่ยนบ่อยตามอายุการใช้งาน แต่ถ้าอยากเสริมมงคลแบบละเอียดโดยไม่เสียอะไรเพิ่ม ก็เลือกสีในกลุ่มมงคลของตัวเองได้เมื่อมีตัวเลือกให้เลือกอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเจาะจงหาสีนั้นจนต้องเสียเวลาหรือเงินเพิ่ม
ทุกเช้าคนส่วนใหญ่หยิบแปรงสีฟันแล้วก็หวีผมโดยไม่เคยคิดเรื่องสีของสิ่งเหล่านี้เลย ต่างจากตอนซื้อเสื้อผ้าหรือกระเป๋าสตางค์ที่บางคนถึงกับเปิดตารางสีมงคลวันเกิดดูก่อนตัดสินใจ คำถามที่น่าสนใจคือของใช้ชิ้นจิ๋วที่สัมผัสร่างกายทุกวันแบบนี้ควรนับรวมอยู่ในหลักสีมงคลด้วยหรือไม่ หรือเป็นข้อยกเว้นที่ไม่ต้องกังวล
ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะแปรงสีฟันและหวีมีลักษณะขัดแย้งกันเองในมุมมองความเชื่อ คือสัมผัสร่างกายบ่อยมากในแต่ละวัน แต่ขนาดเล็กมากจนแทบไม่มีใครเห็นนอกจากตัวเอง
ของใช้ชิ้นจิ๋วอย่างแปรงสีฟันหรือหวี อยู่ในสารบบสีมงคลหรือไม่
หลักสีมงคลวันเกิดของไทยส่วนใหญ่พัฒนามาจากเรื่องเครื่องแต่งกายและของใช้ที่คนอื่นมองเห็นได้ เช่น เสื้อผ้า รถ หรือสีบ้าน เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้สะท้อนและส่งอิทธิพลต่อภาพลักษณ์และดวงของเจ้าของในสายตาคนรอบข้าง ของใช้ส่วนตัวในห้องน้ำอย่างแปรงสีฟันและหวีไม่ได้ถูกลงรายละเอียดไว้ในตำราส่วนใหญ่ เพราะเป็นของที่ใช้เฉพาะตัวและไม่มีใครเห็นนอกจากเจ้าของ
แม้จะสัมผัสร่างกายทุกวัน แต่ลักษณะการใช้งานที่เป็นส่วนตัวและซ่อนอยู่ในห้องน้ำทำให้น้ำหนักความเชื่อเบากว่าของใช้ที่แสดงออกต่อสาธารณะมาก
ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่นึกถึงสีของใช้ชิ้นเล็กเวลาเลือกซื้อ
เหตุผลหลักคือของใช้ชิ้นเล็กแบบนี้มักซื้อตามความจำเป็นเฉพาะหน้า เช่น แปรงสีฟันเก่าขนบานแล้วต้องรีบซื้อใหม่ หรือหวีหักต้องหาซื้อทดแทนทันที ไม่ได้อยู่ในโหมดตัดสินใจซื้อแบบพิจารณารอบด้านเหมือนซื้อเสื้อผ้าหรือรถยนต์ที่ใช้เวลาคิดนานและมีมูลค่าสูงกว่ามาก
อีกเหตุผลหนึ่งคือของใช้เหล่านี้ราคาถูกและเปลี่ยนบ่อย ทำให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกว่าต้องลงทุนความคิดมากเท่ากับของที่ใช้ระยะยาว
ถ้าอยากเสริมมงคล เริ่มจากของชิ้นเล็กเหล่านี้ได้ไหม
ได้ แม้จะไม่ใช่ข้อบังคับ คนที่อยากเสริมมงคลอย่างละเอียดสามารถเลือกสีแปรงสีฟันหรือหวีในกลุ่มมงคลของตัวเองได้ เพราะเป็นของราคาไม่แพงและมีตัวเลือกสีหลากหลายในท้องตลาดอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาหรือเงินเพิ่มพิเศษเพื่อหาสีเฉพาะ
ข้อดีของการเริ่มจากของชิ้นเล็กแบบนี้คือไม่มีความเสี่ยงหรือต้นทุนสูง ต่างจากการเปลี่ยนสีรถหรือสีบ้านที่ต้องใช้งบประมาณมาก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยสำหรับคนที่อยากลองปรับสีของใช้ตามความเชื่อโดยไม่ต้องลงทุนอะไรมาก
ของใช้ที่สัมผัสร่างกายทุกวันมีน้ำหนักความเชื่อต่างจากของใช้ทั่วไปหรือไม่
การสัมผัสร่างกายอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวชี้วัดหลักที่ทำให้ของใช้ชิ้นหนึ่งมีน้ำหนักความเชื่อสูง ปัจจัยที่สำคัญกว่าคือของนั้นแสดงออกต่อสาธารณะหรือไม่ และมีมูลค่าหรือความสำคัญในชีวิตมากแค่ไหน แหวนหรือกำไลข้อมือที่สัมผัสร่างกายเช่นกันแต่คนอื่นมองเห็นได้ จึงมีน้ำหนักความเชื่อสูงกว่าแปรงสีฟันที่ซ่อนอยู่ในห้องน้ำ
ดังนั้นแม้แปรงสีฟันและหวีจะสัมผัสร่างกายทุกวันเหมือนกัน แต่ด้วยลักษณะการใช้งานที่เป็นส่วนตัวและไม่แสดงออกต่อใคร จึงไม่ได้ถูกให้ความสำคัญเทียบเท่าเครื่องประดับหรือเครื่องแต่งกาย
ตารางตัวอย่างสีของใช้ชิ้นเล็กตามวันเกิด
| วันเกิด | กลุ่มสีเสริมมงคล (ใช้ได้เมื่อมีตัวเลือกอยู่แล้ว) |
|---|---|
| อาทิตย์ | ส้ม แดงอ่อน |
| จันทร์ | เหลืองอ่อน ครีม |
| อังคาร | ชมพู ม่วงอ่อน |
| พุธ (กลางวัน) | เขียว |
| พฤหัสบดี | ส้ม เหลืองเข้ม |
| ศุกร์ | น้ำเงิน ฟ้า |
| เสาร์ | ม่วง ดำ |
ตารางนี้เหมาะสำหรับใช้เลือกเมื่อมีสีให้เลือกอยู่แล้วบนชั้นวางสินค้า ไม่จำเป็นต้องเจาะจงหาสีนี้เป็นพิเศษ
จุดที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าสีของใช้ชิ้นจิ๋ว
ถ้าต้องจัดลำดับความสำคัญ ควรให้น้ำหนักกับของใช้ที่คนอื่นมองเห็นและมีผลต่อภาพลักษณ์ต่อสังคมก่อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าสตางค์ หรือรถยนต์ เพราะสิ่งเหล่านี้ถูกให้น้ำหนักความเชื่อสูงกว่าตามตำราส่วนใหญ่ ส่วนของใช้ส่วนตัวในห้องน้ำอย่างแปรงสีฟันและหวีเป็นจุดเสริมเล็ก ๆ ที่ทำได้เมื่อสะดวก ไม่ใช่จุดที่ต้องเป็นห่วงเป็นอันดับแรก
สรุป
แปรงสีฟันและหวีเป็นของใช้ชิ้นจิ๋วที่ไม่จำเป็นต้องเลือกตามสีมงคลวันเกิดอย่างเข้มงวด เพราะเป็นของส่วนตัวที่ไม่มีใครเห็นและเป็นของสิ้นเปลืองที่เปลี่ยนบ่อยอยู่แล้ว จะเลือกสีมงคลเพิ่มเติมก็ทำได้เมื่อมีตัวเลือกอยู่แล้วโดยไม่เสียอะไรเพิ่ม แต่ถ้าอยากใส่ใจเรื่องสีมงคลให้คุ้มค่าที่สุด ควรเริ่มจากของใช้ที่คนอื่นมองเห็นและมีผลต่อภาพลักษณ์มากกว่าของใช้ชิ้นเล็กในห้องน้ำที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น







