บริษัทกำหนดสียูนิฟอร์มตายตัวเป็นสีกาลกิณี พนักงานแก้เคล็ดยังไงได้บ้าง

เมื่อบริษัทกำหนดสียูนิฟอร์มตายตัวเป็นสีกาลกิณีของตัวเองและเปลี่ยนเครื่องแบบเองไม่ได้ พนักงานยังสามารถแก้เคล็ดผ่านอุปกรณ์ประกอบเครื่องแบบที่บริษัทไม่ได้บังคับสี เช่น ป้ายชื่อ สายคล้องคอ เคสโทรศัพท์ที่พกติดตัวระหว่างงาน หรือการเลือกช่วงเวลาเริ่มกะงานในวันที่สีเสริมดวงเอื้ออำนวย รวมถึงพกของมงคลชิ้นเล็กติดตัวในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงแทนการเปลี่ยนสีเครื่องแบบทั้งชุด
หลายบริษัทกำหนดสียูนิฟอร์มพนักงานตายตัวไว้ตั้งแต่แรก บางแห่งเป็นสีเดียวทั้งบริษัท บางแห่งกำหนดตามแผนกหรือตำแหน่งงาน ปัญหาคือเมื่อสีที่บริษัทกำหนดดันตรงกับสีกาลกิณีของพนักงานคนใดคนหนึ่งพอดี พนักงานคนนั้นก็ไม่มีสิทธิ์เลือกเปลี่ยนสีเครื่องแบบได้เองเหมือนการแต่งตัวไปทำงานทั่วไป
สถานการณ์นี้ต่างจากกรณีทั่วไปที่ยังพอเลือกสีเสื้อผ้าเองได้บ้าง เพราะยูนิฟอร์มเป็นกฎระเบียบบังคับที่ต้องปฏิบัติตามทุกวันทำงาน คำถามคือแล้วพนักงานจะแก้เคล็ดตรงไหนได้บ้างในเมื่อเปลี่ยนตัวเสื้อหลักไม่ได้
ทำไมยูนิฟอร์มที่ทำงานถึงแก้เคล็ดยากกว่าเสื้อผ้าทั่วไป
เสื้อผ้าที่ใส่ไปทำงานทั่วไปนั้นพนักงานส่วนใหญ่เลือกได้เองตามใจชอบ จึงสามารถหลีกเลี่ยงสีกาลกิณีของตัวเองได้ง่าย แต่ยูนิฟอร์มที่บริษัทกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของกฎระเบียบองค์กร มีไว้เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเป็นระเบียบร่วมกันของทั้งบริษัท พนักงานจึงไม่มีอำนาจตัดสินใจเปลี่ยนสีเครื่องแบบหลักได้ตามความต้องการส่วนตัว
ข้อจำกัดนี้ทำให้การแก้เคล็ดต้องเปลี่ยนแนวทาง จากการเลี่ยงสีเสื้อผ้าหลักโดยตรง มาเป็นการหาช่องทางอื่นที่ยังอยู่ในกรอบระเบียบบริษัทแทน
อุปกรณ์ประกอบเครื่องแบบตัวไหนที่ยังปรับสีเองได้
จุดสำคัญคือบริษัทส่วนใหญ่มักบังคับสีเฉพาะตัวเสื้อหลักและกางเกงหรือกระโปรงเท่านั้น ยังมีอุปกรณ์ประกอบเครื่องแบบหลายชิ้นที่ไม่ถูกกำหนดสีตายตัวและพนักงานยังปรับได้เอง
- ป้ายชื่อแบบมีซองใส่หรือคลิปหนีบ ถ้าเลือกสีซองหรือคลิปเองได้ ให้เลือกสีเสริมดวงของตัวเอง
- สายคล้องคอสำหรับใส่บัตรพนักงาน หลายบริษัทให้พนักงานเลือกซื้อเองได้อิสระ
- เคสโทรศัพท์มือถือที่พกติดตัวระหว่างเวลางาน แม้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบโดยตรงแต่อยู่ติดตัวตลอดวัน
- พวงกุญแจหรือกระเป๋าสตางค์ใบเล็กที่พกในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงของเครื่องแบบ
การเลือกสีเสริมดวงให้กับอุปกรณ์เหล่านี้เป็นวิธีที่ทำได้จริงโดยไม่ขัดกับกฎระเบียบเครื่องแบบของบริษัท
เลือกช่วงเวลาเริ่มกะงานตามสีมงคลรายวันช่วยได้ไหม
สำหรับพนักงานที่มีตารางกะงานยืดหยุ่นได้บ้าง เช่น เลือกวันหยุดหรือวันเริ่มกะใหม่ได้ในบางกรณี การพิจารณาเริ่มกะในวันที่สีเสริมดวงของตัวเองตรงกับสีประจำวันนั้นเป็นแนวทางเสริมความสบายใจที่หลายคนเลือกทำ แม้จะยังต้องใส่เครื่องแบบสีเดิมทุกวันก็ตาม
วิธีนี้ไม่ได้เปลี่ยนสีเครื่องแบบโดยตรง แต่เป็นการจัดจังหวะชีวิตการทำงานให้สอดคล้องกับความเชื่อเรื่องสีมงคลรายวันมากขึ้น ช่วยให้รู้สึกว่าได้เริ่มต้นสัปดาห์ทำงานด้วยพลังบวกตามความเชื่อของตัวเอง
พกของมงคลติดตัวระหว่างใส่ยูนิฟอร์มสีกาลกิณี
อีกแนวทางที่ทำได้จริงและไม่ขัดกับระเบียบเครื่องแบบส่วนใหญ่คือการพกของมงคลชิ้นเล็กติดตัวระหว่างเวลางาน เช่น เหรียญมงคลหรือพระเครื่องขนาดเล็กที่ใส่ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงของเครื่องแบบ วิธีนี้ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเครื่องแบบเลย แต่ยังคงมีสิ่งมงคลติดตัวอยู่ตลอดเวลาทำงาน
พนักงานบางคนเลือกพกของมงคลไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายใกล้หัวใจ หรือพกในกระเป๋ากางเกงด้านที่ถนัด เพื่อความรู้สึกอุ่นใจระหว่างทำงานทั้งวัน
ถ้าทำทุกอย่างแล้วยังไม่สบายใจ ควรปรึกษาฝ่ายบุคคลไหม
ในบางกรณีที่พนักงานรู้สึกไม่สบายใจกับสีเครื่องแบบมากจนกระทบต่อการทำงาน อาจลองปรึกษาฝ่ายบุคคลหรือหัวหน้างานโดยตรงเพื่อสอบถามว่ามีความยืดหยุ่นในรายละเอียดปลีกย่อยของเครื่องแบบหรือไม่ เช่น การเลือกสีอุปกรณ์เสริมที่ไม่กระทบภาพลักษณ์หลักของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่าเครื่องแบบเป็นข้อกำหนดร่วมกันขององค์กรที่มีเหตุผลด้านภาพลักษณ์และความเป็นระเบียบ การขอเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบหลักเพียงเพราะเหตุผลเรื่องสีกาลกิณีส่วนบุคคลอาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ จึงควรเน้นแก้เคล็ดผ่านช่องทางอื่นที่กล่าวมาข้างต้นเป็นหลัก
สรุป
เมื่อบริษัทกำหนดสียูนิฟอร์มตายตัวเป็นสีกาลกิณีของตัวเองและเปลี่ยนเครื่องแบบเองไม่ได้ พนักงานยังสามารถแก้เคล็ดผ่านอุปกรณ์ประกอบเครื่องแบบที่ไม่ถูกบังคับสี เช่น ป้ายชื่อ สายคล้องคอ เคสโทรศัพท์ หรือของใช้เล็ก ๆ ที่พกติดตัว รวมถึงการจัดจังหวะเริ่มกะงานและการพกของมงคลติดตัว เป็นทางออกที่ทำได้จริงโดยไม่ขัดกับกฎระเบียบขององค์กร และไม่จำเป็นต้องขอเปลี่ยนเครื่องแบบหลักซึ่งเป็นข้อกำหนดร่วมกันของทั้งบริษัท







