สีเสื่อโยคะมงคล เลือกอย่างไรให้เข้ากับพลังงานที่ต้องการ

เสื่อโยคะเลือกสีได้จากสองระบบความเชื่อคนละที่มา ระบบแรกคือสีมงคลตามวันเกิดแบบไทยที่ใช้กับของใช้ทั่วไป ระบบที่สองคือสีจักระ (chakra) จากแนวคิดโยคะซึ่งเชื่อมโยงสีกับจุดพลังงานในร่างกาย เช่น แดงแทนรากฐาน เขียวแทนหัวใจ ม่วงแทนจิตวิญญาณ ทั้งสองระบบไม่ใช่ระบบเดียวกันและไม่จำเป็นต้องใช้ร่วมกัน ผู้ฝึกสามารถเลือกใช้ระบบใดระบบหนึ่งตามความเชื่อที่ตัวเองคุ้นเคย หรือเลือกจากความรู้สึกสงบใจล้วน ๆ โดยไม่อิงระบบใดเลยก็ได้
เสื่อโยคะไม่ใช่แค่แผ่นรองกันลื่นธรรมดา สำหรับคนที่ฝึกโยคะเป็นประจำ เสื่อผืนนี้เป็นพื้นที่ที่ใช้ฝึกลมหายใจ สมาธิ และการเคลื่อนไหวร่างกายไปพร้อมกันในทุกครั้งที่ปู คำถามที่คนฝึกโยคะบางกลุ่มสนใจคือสีของเสื่อมีผลต่อพลังงานหรือสมาธิระหว่างฝึกไหม และควรเลือกจากระบบความเชื่อไหนดี เพราะจริง ๆ แล้วมีความเชื่อเรื่องสีอยู่สองระบบที่แยกกันชัดเจน
บทความนี้จะพาไปดูทั้งสีมงคลตามวันเกิดแบบไทยและสีจักระจากแนวคิดโยคะ พร้อมอธิบายว่าทั้งสองระบบต่างกันตรงไหน และควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
เสื่อโยคะต่างจากของใช้ออกกำลังกายทั่วไปตรงไหน ทำไมสีถึงเชื่อมกับ "พลังงาน" มากกว่า
อุปกรณ์ออกกำลังกายทั่วไปอย่างดัมเบลหรือลู่วิ่งเน้นการออกแรงและความทนทานเป็นหลัก แต่เสื่อโยคะเป็นพื้นที่ที่ผู้ฝึกใช้เวลาอยู่นิ่งกับตัวเองมากกว่า ทั้งในท่านั่งสมาธิ ท่านอนผ่อนคลายช่วงท้ายของการฝึก และช่วงเวลาที่ต้องจดจ่อกับลมหายใจ ความนิ่งและการจดจ่อนี้เองที่ทำให้ผู้ฝึกโยคะหลายคนให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากกว่าการออกกำลังกายทั่วไป รวมถึงสีของเสื่อที่มองเห็นตลอดช่วงเวลาฝึก
ความเชื่อมโยงระหว่างสีกับพลังงานในบริบทนี้มาจากสองที่มาต่างกัน คือความเชื่อไทยเรื่องสีมงคลตามวันเกิด และแนวคิดโยคะเรื่องสีจักระ ซึ่งเป็นคนละระบบความเชื่อที่ไม่ได้มีรากมาจากที่เดียวกัน
สีตามจักระ (chakra) กับสีมงคลตามวันเกิดไทย ใช้ระบบไหนดี หรือใช้ร่วมกันได้ไหม
แนวคิดสีจักระมาจากปรัชญาโยคะและความเชื่อของอินเดียโบราณ ที่มองว่าร่างกายมนุษย์มีจุดพลังงานเจ็ดจุดเรียงจากกระดูกก้นกบขึ้นไปถึงศีรษะ แต่ละจุดมีสีประจำตัวต่างกัน เช่น สีแดงแทนจักระฐาน (root) ที่เกี่ยวกับความมั่นคง สีเขียวแทนจักระหัวใจ (heart) ที่เกี่ยวกับความรัก และสีม่วงแทนจักระมงกุฎ (crown) ที่เกี่ยวกับจิตวิญญาณ
ระบบนี้เป็นคนละเรื่องกับสีมงคลตามวันเกิดของไทยที่อิงตำราโหราศาสตร์ไทยโดยเฉพาะ ทั้งสองระบบไม่จำเป็นต้องตรงกันหรือใช้ร่วมกัน ผู้ฝึกโยคะที่เป็นคนไทยสามารถเลือกใช้ระบบใดระบบหนึ่งตามความเชื่อที่ตัวเองคุ้นเคยมากกว่า หรือจะเลือกสีเสื่อจากความรู้สึกสงบใจล้วน ๆ โดยไม่อิงระบบความเชื่อใดเลยก็ได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าทั้งสองระบบเป็นความเชื่อเชิงสัญลักษณ์คนละที่มา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงสากลที่ทุกคนต้องยึดถือ
ตารางสีเสื่อโยคะตามพลังงานที่ต้องการฝึก เทียบกับสีมงคลวันเกิด
| ความต้องการขณะฝึก | สีจักระที่เกี่ยวข้อง | สีมงคลไทยที่ใกล้เคียง (อ้างอิงตามวันเกิด) |
|---|---|---|
| ฝึกเพื่อความมั่นคง สงบนิ่ง | แดง (จักระฐาน) | อาทิตย์ = แดง |
| ฝึกเพื่อความคิดสร้างสรรค์ | ส้ม (จักระท้อง) | พฤหัสบดี = ส้ม |
| ฝึกเพื่อความมั่นใจ พลังกาย | เหลือง (จักระสุริยะ) | จันทร์ = เหลือง |
| ฝึกเพื่อเปิดใจ ผ่อนคลาย | เขียว (จักระหัวใจ) | พุธกลางวัน = เขียว |
| ฝึกเพื่อการสื่อสารกับตัวเอง | ฟ้า (จักระคอ) | ศุกร์ = ฟ้า |
| ฝึกเพื่อสมาธิ การมองเห็นภายใน | คราม (จักระตาที่สาม) | ไม่มีสีมงคลไทยตรงกันชัดเจน |
| ฝึกเพื่อจิตวิญญาณ การปล่อยวาง | ม่วง (จักระมงกุฎ) | เสาร์ = ม่วง |
ตารางนี้เป็นการเทียบให้เห็นภาพว่าทั้งสองระบบมีจุดที่ใกล้เคียงกันบางสี แต่ไม่ใช่ตารางที่มีความหมายเทียบเท่ากันทุกจุด ผู้อ่านไม่ควรตีความว่าสีจักระคราม "เท่ากับ" วันเกิดใดวันเกิดหนึ่งของไทย เพราะเป็นคนละระบบความเชื่อที่ไม่ได้ออกแบบมาให้เทียบกันโดยตรง
เนื้อเสื่อและพื้นผิวมีผลต่อสมาธิมากกว่าสีจริงไหม
ในแง่ความปลอดภัยและคุณภาพการฝึกจริง เนื้อเสื่อและพื้นผิวมีผลมากกว่าสีอย่างชัดเจน เสื่อที่เกาะพื้นดีและไม่ลื่นเมื่อเหงื่อออกช่วยป้องกันการลื่นล้มระหว่างท่าที่ต้องทรงตัวอย่างท่าต้นไม้หรือท่ากลับหัว ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยที่สำคัญกว่าเรื่องสีมาก
ความหนาของเสื่อก็มีผลต่อความสบายของข้อต่อระหว่างฝึกท่าที่ต้องคุกเข่าหรือกดน้ำหนักลงที่ข้อศอก เสื่อที่บางเกินไปอาจทำให้รู้สึกเจ็บและเสียสมาธิระหว่างฝึกได้ง่ายกว่าเรื่องสีเสื่อที่ไม่ตรงกับความเชื่อ ผู้ที่เพิ่งเริ่มฝึกโยคะจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพเนื้อเสื่อเป็นอันดับแรก แล้วค่อยเลือกสีที่ถูกใจหรือตรงกับความเชื่อของตัวเองเป็นลำดับรอง
ฝึกที่บ้านกับฝึกที่สตูดิโอ สีเสื่อควรต่างกันไหม
ไม่มีข้อกำหนดทางความเชื่อว่าเสื่อที่ฝึกที่บ้านกับที่สตูดิโอต้องเป็นคนละสี แต่มีข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติที่ต่างกัน คนที่ฝึกที่สตูดิโอเป็นประจำมักต้องพกเสื่อไปกลับหลายครั้งต่อสัปดาห์ จึงให้น้ำหนักกับน้ำหนักเบาและความสะดวกในการม้วนเก็บมากกว่าสี เสื่อบางรุ่นที่ม้วนแล้วมีขนาดกะทัดรัดมักมีตัวเลือกสีจำกัดกว่าเสื่อหนารุ่นมาตรฐาน
ส่วนเสื่อที่ใช้ฝึกที่บ้านอย่างเดียวไม่ต้องพกพาบ่อย สามารถเลือกความหนาและสีได้อิสระกว่า เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักหรือขนาดตอนม้วนใส่กระเป๋า บางคนจึงเลือกมีเสื่อสองผืนแยกกันตามลักษณะการใช้งาน ผืนหนึ่งเน้นพกพาสะดวกสำหรับไปสตูดิโอ อีกผืนเน้นความหนาและสีที่ชอบสำหรับฝึกที่บ้านโดยเฉพาะ
เข้าใจผิดบ่อย: คิดว่าเสื่อสีเข้มดีกว่าเสื่อสีสว่างเสมอเพราะเก็บคราบเหงื่อได้ดีกว่า
หลายคนเลือกเสื่อโยคะสีเข้มเพียงเพราะเชื่อว่าเก็บคราบเหงื่อได้ดีกว่าโดยไม่ได้พิจารณาสีมงคลหรือสีจักระที่ต้องการเลย ซึ่งเป็นจริงในแง่ที่คราบเหงื่อบนเสื่อสีเข้มมองเห็นได้ยากกว่าสีสว่าง แต่ก็มีข้อเสียตรงที่เสื่อสีเข้มดูดความร้อนมากกว่าเมื่อฝึกกลางแดดหรือในห้องที่มีแสงแดดส่องถึง ทำให้พื้นผิวเสื่อร้อนจนรู้สึกไม่สบายเวลาสัมผัสมือหรือเท้าเปล่า
ในทางกลับกัน เสื่อสีสว่างแม้จะเห็นคราบเหงื่อชัดกว่า แต่ก็ทำความสะอาดและตรวจดูความสะอาดได้ง่ายกว่าเช่นกัน เพราะมองเห็นจุดที่ต้องเช็ดได้ชัดเจน ไม่มีสีไหนดีกว่ากันแบบเบ็ดเสร็จ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ฝึกให้ความสำคัญกับเรื่องไหนมากกว่า ระหว่างความรู้สึกสบายเวลาฝึกกับการมองไม่เห็นคราบเปื้อน
ตัวอย่างสมมติ: สีมงคลวันเกิดกับสีจักระที่อยากได้ไม่ตรงกัน ควรเลือกอย่างไร
ลองสมมติสถานการณ์นี้เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น คนเกิดวันพุธกลางคืนที่สีมงคลตามวันเกิดคือเทา แต่สนใจแนวคิดสีจักระและอยากได้เสื่อสีครามเพื่อเชื่อมกับจักระตาที่สามซึ่งเกี่ยวกับสมาธิและการมองเห็นภายในโดยเฉพาะ ทั้งสองสีนี้ไม่ตรงกันและอยู่คนละระบบความเชื่อ
ทางออกที่ทำได้มีหลายแบบ ทางเลือกแรกคือเลือกตามจุดประสงค์การฝึกเป็นหลัก ถ้าฝึกเพื่อเน้นสมาธิและการทำงานภายในใจเป็นพิเศษ สีครามจากระบบจักระอาจตอบโจทย์ความตั้งใจได้ตรงกว่า ทางเลือกที่สองคือยึดสีมงคลตามวันเกิดเป็นหลักเพราะเป็นระบบที่คุ้นเคยมากกว่าในชีวิตประจำวัน ทางเลือกที่สามคือมีเสื่อสองผืนแยกใช้ตามโอกาส ผืนหนึ่งสีเทาสำหรับฝึกทั่วไป อีกผืนสีครามสำหรับวันที่ตั้งใจฝึกสมาธิเป็นพิเศษ ไม่มีคำตอบที่ถูกผิดตายตัว เพราะทั้งสองระบบเป็นความเชื่อเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่จำเป็นต้องประสานกันเสมอไป
เนื้อเสื่อแต่ละแบบเหมาะกับสีที่อยากได้ต่างกันอย่างไร
| เนื้อเสื่อ | การคงสภาพสี | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| TPE | คงสีได้ดี ไม่ดูดซับเหงื่อ | เบา ทำความสะอาดง่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่า | เกาะพื้นน้อยกว่ายางธรรมชาติเมื่อเหงื่อออกมาก |
| PVC | คงสีได้ดีใกล้เคียง TPE | ราคาย่อมเยา หาซื้อง่ายมีสีให้เลือกหลากหลาย | ระบายอากาศน้อยกว่า อาจมีกลิ่นเฉพาะตัวช่วงแรกที่ใช้ |
| ยางธรรมชาติ | สีซีดจางเร็วกว่าถ้าไม่ผึ่งแห้งสม่ำเสมอ | เกาะพื้นดีที่สุดเมื่อเปียกเหงื่อ เหมาะกับท่าที่ต้องทรงตัว | ต้องดูแลเรื่องความชื้นมากกว่าวัสดุอื่น |
ผู้ที่อยากได้เสื่อสีมงคลหรือสีจักระที่สดและคงสภาพได้นานควรพิจารณา TPE หรือ PVC เป็นอันดับแรก ส่วนผู้ที่เน้นความเกาะพื้นระหว่างฝึกท่ายากอาจยอมรับว่าสีจะซีดจางเร็วกว่าเพื่อแลกกับความปลอดภัยที่มากกว่า การเลือกจึงควรชั่งน้ำหนักระหว่างความสำคัญของสีกับลักษณะการฝึกของตัวเองเป็นหลัก ไม่ใช่เลือกจากสีที่สวยที่สุดในร้านโดยไม่ดูวัสดุประกอบเลย
สรุป
เสื่อโยคะเป็นของใช้ที่มีความเชื่อเรื่องสีมาจากสองระบบต่างกัน คือสีมงคลตามวันเกิดของไทยและสีจักระจากแนวคิดโยคะ ทั้งสองระบบไม่จำเป็นต้องใช้ร่วมกันหรือตีความให้ตรงกัน ผู้ฝึกสามารถเลือกใช้ระบบใดระบบหนึ่งตามความเชื่อที่ตัวเองคุ้นเคย เลือกตามจุดประสงค์การฝึกในแต่ละวัน หรือเลือกจากความรู้สึกสงบใจล้วน ๆ ก็ได้ สิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องสีคือคุณภาพเนื้อเสื่อและพื้นผิวที่กันลื่น เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยระหว่างฝึกโดยตรงมากกว่าความเชื่อเรื่องสีใด ๆ ส่วนเรื่องวัสดุอย่าง TPE, PVC หรือยางธรรมชาติก็ควรพิจารณาควบคู่กับสีที่เลือก เพราะมีผลต่อความคงทนของสีในระยะยาวไม่แพ้เรื่องความเชื่อ







