ตั้งชื่อลูกบุญธรรม ต้องดูวันเกิดจริงหรือวันที่รับเป็นลูกบุญธรรม

ตำราตั้งชื่อมงคลส่วนใหญ่ยึดวันเดือนปีเกิดจริงของเด็กเป็นหลัก เพราะราศีและดาวประจำวันเกิดผูกกับวันที่เด็กลืมตาดูโลกจริง ไม่ใช่วันที่มีการรับเป็นบุตรบุญธรรมทางกฎหมาย ซึ่งเป็นเพียงวันที่เปลี่ยนสถานะทางทะเบียนเท่านั้น หากครอบครัวไม่ทราบวันเกิดจริงที่แน่ชัด เช่น รับเด็กมาจากสถานสงเคราะห์ที่มีเพียงวันเกิดโดยประมาณ ให้ใช้วันที่ระบุในสูติบัตรหรือเอกสารทางการที่มีอยู่เป็นข้อมูลอ้างอิงที่ใกล้เคียงที่สุด แล้วแจ้งกับผู้ตั้งชื่อว่าเป็นวันโดยประมาณเพื่อให้ปรับวิธีคำนวณให้เหมาะสม
มีครอบครัวหนึ่งติดต่อไปหาผู้ตั้งชื่อพร้อมคำถามที่ฟังดูง่ายแต่ตอบยากกว่าที่คิด ลูกบุญธรรมวัยสองขวบที่เพิ่งจดทะเบียนรับเลี้ยงเสร็จ เกิดวันที่หนึ่งแต่ครอบครัวเพิ่งมารับตัวมาอยู่ด้วยอีกวันหนึ่งห่างกันหลายเดือน แล้วจะตั้งชื่อมงคลโดยยึดวันไหนเป็นหลัก คำถามนี้พบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนครอบครัวที่รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่เพิ่มขึ้น และยังไม่มีใครอธิบายเรื่องนี้ตรงๆ ไว้ที่ไหนเป็นเรื่องเป็นราว
วันเกิดจริงกับวันที่รับเป็นบุตรบุญธรรม ใช้วันไหนตั้งชื่อ
คำตอบสั้นๆ คือให้ยึดวันเดือนปีเกิดจริงของเด็กเป็นหลักเสมอ ไม่ใช่วันที่ครอบครัวไปจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมที่ศาลหรือที่ว่าการอำเภอ เหตุผลอยู่ที่หลักการพื้นฐานของโหราศาสตร์และเลขศาสตร์ไทย ซึ่งผูกทุกอย่างไว้กับช่วงเวลาที่ร่างกายคนคนนั้นถือกำเนิดขึ้นมาจริงๆ ดาวเคราะห์ประจำวันเกิด ราศีเกิด และเลขศาสตร์ที่คำนวณจากวันเดือนปีเกิด ล้วนอิงกับช่วงเวลาทางกายภาพนั้น ไม่ใช่เหตุการณ์ทางสังคมหรือกฎหมายที่เกิดขึ้นภายหลัง
ต่างจากบางความเชื่อในโลกตะวันตกที่บางครั้งให้ความสำคัญกับ "วันเกิดใหม่" หรือ "วันที่เริ่มต้นชีวิตใหม่" ของเด็กที่ถูกรับเลี้ยง ตำราไทยแทบไม่มีสำนักไหนใช้แนวคิดแบบนั้นเป็นฐานคำนวณดวงหรือเลขศาสตร์อย่างจริงจัง วันที่รับเป็นบุตรบุญธรรมจึงเป็นเพียงจุดเปลี่ยนสถานะทางทะเบียนและทางกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่จุดเปลี่ยนทางโหราศาสตร์
ทำไมนักตั้งชื่อส่วนใหญ่ยืนยันจุดนี้หนักแน่น
ลองนึกภาพย้อนกลับ ถ้าเด็กสองคนเกิดวันเดียวกันเป๊ะ แต่คนหนึ่งถูกรับเลี้ยงตอนอายุหกเดือน อีกคนถูกรับเลี้ยงตอนอายุสามขวบ ถ้ายึดวันรับเลี้ยงเป็นหลัก เด็กสองคนที่เกิดวันเดียวกันจะมีดวงชะตาคนละแบบไปเลย ซึ่งขัดกับหลักการพื้นฐานที่สุดของโหราศาสตร์ไทยที่บอกว่าคนเกิดวันเดียวกันเวลาใกล้เคียงกันควรมีแนวโน้มดวงชะตาบางอย่างคล้ายกัน
นักตั้งชื่อที่มีประสบการณ์จริงมักอธิบายให้ครอบครัวฟังตรงๆ ว่าการรับบุตรบุญธรรมเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมาย เปลี่ยนนามสกุล เปลี่ยนสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ไม่ได้เปลี่ยนวันเดือนปีเกิดจริงของเด็กแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นฐานข้อมูลสำหรับตั้งชื่อจึงยังต้องเป็นวันเกิดจริงเสมอ เหมือนกับเด็กที่เกิดจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดโดยตรง
กรณีไม่รู้วันเกิดจริงที่แน่ชัด ควรทำอย่างไร
ปัญหาที่พบบ่อยกว่าคือครอบครัวจำนวนไม่น้อยไม่รู้วันเกิดจริงของลูกบุญธรรมอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะเด็กที่ถูกส่งมาจากสถานสงเคราะห์หรือถูกพบในสภาพที่ไม่มีเอกสารยืนยันวันเกิดชัดเจน ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่มักบันทึกวันเกิดโดยประมาณจากการประเมินอายุทางการแพทย์ ซึ่งกลายเป็นวันเกิดตามสูติบัตรที่ใช้ในเอกสารราชการทุกฉบับต่อจากนี้
| สถานการณ์ | ข้อมูลที่ควรใช้ตั้งชื่อ | สิ่งที่ควรแจ้งผู้ตั้งชื่อ |
|---|---|---|
| ทราบวันเกิดจริงชัดเจนจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด | วันเดือนปีเกิดจริงตามที่ทราบ | ไม่ต้องแจ้งพิเศษ ใช้ได้ตามปกติ |
| ทราบเฉพาะวันเกิดตามสูติบัตรที่ประเมินโดยเจ้าหน้าที่ | วันเกิดตามสูติบัตร | แจ้งว่าเป็นวันโดยประมาณ ไม่ใช่วันเกิดจริงที่ยืนยันได้ 100% |
| ไม่มีข้อมูลวันเกิดเลยแม้แต่ปีโดยประมาณ | ปรึกษาผู้ตั้งชื่อว่าจะใช้หลักความหมาย/อักษรมงคลแทนการคำนวณดวงละเอียด | อธิบายสถานการณ์ตรงๆ ตั้งแต่ต้น |
เมื่อข้อมูลไม่แน่ชัด ทางออกที่นักตั้งชื่อมืออาชีพส่วนใหญ่แนะนำคือลดน้ำหนักของการคำนวณที่ต้องพึ่งพาเวลาเกิดละเอียด เช่น การผูกดวงเรือนชะตาแบบเจาะจงชั่วโมง แล้วหันไปเน้นสิ่งที่ยังทำได้แม่นยำอยู่ คือความหมายของชื่อ อักษรมงคลตามวันในสัปดาห์ที่ระบุในสูติบัตร และเลขศาสตร์ของชื่อกับนามสกุล ซึ่งไม่ต้องใช้เวลาเกิดละเอียดก็คำนวณได้
ขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนชื่อลูกบุญธรรม
เมื่อครอบครัวจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเรียบร้อยตามกฎหมาย เด็กจะได้นามสกุลของพ่อแม่บุญธรรมโดยอัตโนมัติในกระบวนการนั้น ส่วนชื่อตัวไม่ได้เปลี่ยนอัตโนมัติ ถ้าครอบครัวต้องการเปลี่ยนชื่อตัวใหม่ให้เด็กด้วย ต้องยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อแยกต่างหากกับนายทะเบียนที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอตามภูมิลำเนา ตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคล
หลายครอบครัวเข้าใจผิดว่าแค่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมแล้วชื่อตัวจะเปลี่ยนไปเองตามที่ตกลงกันไว้ในใจ ความจริงคือต้องดำเนินการสองขั้นตอนแยกกัน ขั้นแรกคือการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมที่เปลี่ยนสถานะและนามสกุล ขั้นที่สองคือการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อตัวหากต้องการเปลี่ยนจากชื่อเดิม เอกสารและขั้นตอนที่ต้องใช้ควรตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอโดยตรงเพราะรายละเอียดปฏิบัติอาจปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลา
ชื่อเดิมกับชื่อใหม่ ควรเปลี่ยนทั้งหมดหรือคงบางส่วนไว้
นี่คือคำถามที่ละเอียดอ่อนกว่าเรื่องกฎหมายหรือดวงชะตาเสียอีก บางครอบครัวเลือกเปลี่ยนชื่อลูกบุญธรรมใหม่ทั้งหมดเพื่อให้รู้สึกเหมือนเริ่มต้นชีวิตครอบครัวบทใหม่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์ ขณะที่บางครอบครัวเลือกคงชื่อเดิมไว้ทั้งชื่อหรือคงไว้เป็นชื่อกลาง เพราะมองว่าชื่อเดิมเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและประวัติของเด็กที่ไม่ควรถูกลบทิ้งไปทั้งหมด
สำหรับเด็กที่อายุยังน้อยมาก เช่น รับเลี้ยงตั้งแต่แรกเกิดหรือไม่กี่เดือน การเปลี่ยนชื่อทั้งหมดมักไม่ส่งผลกระทบด้านความรู้สึกมากนัก เพราะเด็กยังไม่ทันจดจำชื่อเดิมของตัวเอง แต่สำหรับเด็กโตที่เริ่มรู้ความและคุ้นเคยกับชื่อเดิมมาระยะหนึ่งแล้ว การเปลี่ยนชื่อกะทันหันอาจสร้างความสับสนหรือรู้สึกไม่มั่นคงในช่วงปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ได้ นักจิตวิทยาเด็กหลายคนแนะนำให้ค่อยๆ แนะนำชื่อใหม่ควบคู่ไปกับชื่อเดิมในช่วงแรก แทนที่จะเปลี่ยนแบบตัดขาดในวันเดียว
สิ่งที่พ่อแม่บุญธรรมควรระวังเรื่องความรู้สึกของเด็ก
- ถ้าเด็กโตพอที่จะสื่อสารได้แล้ว ลองถามความรู้สึกของเด็กเกี่ยวกับชื่อเดิมก่อนตัดสินใจเปลี่ยน ไม่ใช่ตัดสินใจแทนทั้งหมดโดยไม่ถามเลย
- อย่าเปลี่ยนชื่อพร้อมกับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมหลายอย่างพร้อมกันในเวลาเดียว เช่น เปลี่ยนโรงเรียน เปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนชื่อ ทั้งหมดในสัปดาห์เดียว เพราะอาจทำให้เด็กรู้สึกสูญเสียตัวตนเดิมมากเกินไปในคราวเดียว
- ถ้าตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจตามวัยว่าทำไมถึงเปลี่ยน ไม่ใช่แค่แจ้งผลโดยไม่มีคำอธิบาย
- เตรียมรับมือกับช่วงที่เด็กอาจสับสนหรือตอบสนองต่อชื่อใหม่ช้า โดยเฉพาะเด็กที่คุ้นเคยกับชื่อเดิมมานาน
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเลขศาสตร์หรือโหราศาสตร์ควบคู่กับความเห็นของนักจิตวิทยาเด็กหากไม่แน่ใจว่าจังหวะไหนเหมาะสมที่สุด
ความเชื่อเรื่องชื่อมงคลเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหลายครอบครัว แต่สำหรับลูกบุญธรรมโดยเฉพาะเด็กที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตมาแล้ว ความรู้สึกมั่นคงทางใจของเด็กควรมาก่อนความสมบูรณ์แบบทางเลขศาสตร์เสมอ ชื่อที่ดีที่สุดในทางความเชื่อจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าเด็กรู้สึกสับสนหรือไม่ปลอดภัยกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เมื่อพี่น้องบุญธรรมมีวันเกิดต่างกันมาก ตั้งชื่อให้เข้าธีมเดียวกันได้ไหม
ครอบครัวที่รับบุตรบุญธรรมหลายคนพร้อมกันหรือต่างช่วงเวลากันมักอยากตั้งชื่อให้มีธีมคล้องจองกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ ซึ่งทำได้ปกติ เพราะการตั้งชื่อให้คล้องจองกันเป็นเรื่องของความหมายและการออกเสียง ไม่ได้ขึ้นกับว่าเด็กเกิดวันไหนหรือมาอยู่ด้วยกันตอนไหน แต่ถ้าครอบครัวต้องการให้แต่ละชื่อคำนวณเลขศาสตร์ผ่านเกณฑ์ที่ต้องการด้วย จำเป็นต้องคำนวณแยกทีละคนตามวันเกิดจริงของแต่ละคน แล้วค่อยหาคำที่ทั้งคล้องจองกันและผ่านเกณฑ์ของแต่ละคนไปพร้อมกัน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาลองหลายชื่อกว่าจะลงตัวทุกคน หากสนใจหลักการตั้งชื่อพี่น้องให้คล้องจองโดยละเอียด อ่านเพิ่มได้ที่ ตั้งชื่อพี่น้องให้มีธีมคล้องจองกัน ต้องคำนึงเรื่องอะไรบ้าง
สรุป
ตั้งชื่อลูกบุญธรรมให้ยึดวันเดือนปีเกิดจริงเป็นหลักเสมอ ไม่ใช่วันที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เพราะดวงชะตาและเลขศาสตร์ผูกกับช่วงเวลาที่เด็กเกิดจริง ถ้าไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดให้ใช้วันในสูติบัตรและแจ้งความไม่แน่นอนนี้กับผู้ตั้งชื่อตรงๆ ส่วนเรื่องจะเปลี่ยนชื่อเดิมทั้งหมดหรือคงไว้บางส่วน ให้ชั่งน้ำหนักระหว่างความเชื่อเรื่องมงคลกับความรู้สึกมั่นคงทางใจของเด็กเป็นอันดับแรก เพราะไม่มีชื่อมงคลชื่อไหนสำคัญไปกว่าความรู้สึกปลอดภัยของเด็กในบ้านหลังใหม่







