เซ็นสัญญาผ่อนรถแบบเช่าซื้อ ฤกษ์เซ็นสัญญาต่างจากฤกษ์รับรถจริงไหม

ฤกษ์เซ็นสัญญาเช่าซื้อรถและฤกษ์รับรถจริงเป็นคนละวันกันได้ตามปกติ และมีความหมายต่างกัน วันเซ็นสัญญาคือวันที่เริ่มผูกพันตามกฎหมายด้านการเงิน ส่วนวันรับรถคือวันที่เริ่มใช้งานรถจริง หากต้องเลือกว่าวันไหนสำคัญกว่า ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับวันรับรถมากกว่า เพราะเป็นวันที่ตรงกับความหมายของฤกษ์ออกรถโดยตรง ส่วนวันเซ็นสัญญาเลือกวันสะดวกตามคิวไฟแนนซ์ได้โดยไม่ต้องกังวลมาก
คนซื้อรถผ่านไฟแนนซ์ส่วนใหญ่ต้องผ่านสองขั้นตอนที่ไม่ใช่วันเดียวกัน คือวันเซ็นเอกสารสัญญาเช่าซื้อที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ กับวันที่รถถูกส่งมอบมาให้ใช้งานจริง บางครั้งสองวันนี้ห่างกันแค่วันสองวัน บางครั้งห่างกันเป็นสัปดาห์ถ้าไฟแนนซ์อนุมัติช้าหรือรถยังไม่พร้อมส่งมอบ
พอต้องดูฤกษ์ หลายคนเลยงงว่าจะยึดฤกษ์วันไหนเป็นหลัก เพราะถ้าดูฤกษ์ทั้งสองวันแยกกัน อาจได้วันที่ไม่ตรงกับความสะดวกของทั้งไฟแนนซ์และโชว์รูม
เซ็นสัญญาเช่าซื้อกับรับรถจริง ทำไมมักไม่ใช่วันเดียวกัน
ความล่าช้าระหว่างวันเซ็นสัญญากับวันรับรถเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ไฟแนนซ์ต้องใช้เวลาตรวจสอบเอกสารและอนุมัติวงเงิน โชว์รูมต้องเตรียมรถให้พร้อมส่งมอบ หรือบางกรณีเป็นรถที่ต้องสั่งพิเศษจากโรงงาน ทำให้ในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะให้วันเซ็นสัญญากับวันรับรถตรงกันเป๊ะทุกครั้ง
เข้าใจตรงนี้ก่อนจะช่วยให้ไม่ต้องเครียดถ้าฤกษ์สองวันนี้ไม่ตรงกัน เพราะเป็นเรื่องปกติของกระบวนการซื้อรถผ่านไฟแนนซ์ ไม่ใช่สัญญาณไม่ดีอะไร
ฤกษ์เซ็นสัญญาเช่าซื้อรถ ควรดูอะไรต่างจากฤกษ์ซื้อขายทั่วไป
ฤกษ์เซ็นสัญญาเช่าซื้อมีลักษณะใกล้เคียงกับฤกษ์เซ็นสัญญาทางการเงินทั่วไป เช่น สัญญาเงินกู้ มากกว่าฤกษ์ซื้อขายเงินสดที่จบธุรกรรมในวันเดียว เพราะสัญญาเช่าซื้อผูกพันระยะยาวหลายปีและมีเงื่อนไขทางการเงินที่ต้องปฏิบัติตามต่อเนื่อง
ผู้รู้บางท่านจึงแนะนำให้เลือกฤกษ์ที่เกี่ยวกับความมั่นคงและความราบรื่นในการชำระเงินระยะยาว มากกว่าฤกษ์ที่เน้นความคึกคักแบบวันเปิดกิจการ เพราะธรรมชาติของธุรกรรมต่างกัน
ถ้าไฟแนนซ์อนุมัติช้ากว่าฤกษ์ที่ดูไว้ ต้องขยับวันไหน
กรณีนี้พบได้บ่อย เพราะกระบวนการอนุมัติสินเชื่อไม่ได้อยู่ในการควบคุมของผู้ซื้อทั้งหมด ถ้าไฟแนนซ์อนุมัติช้ากว่าฤกษ์ที่ดูไว้ ควรสอบถามผู้รู้ที่ดูฤกษ์ไว้ตั้งแต่ต้นว่ามีวันสำรองที่ใกล้เคียงกันหรือไม่ ไม่ควรฝืนเซ็นสัญญาในวันที่เอกสารการอนุมัติยังไม่เรียบร้อย เพราะความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารทางการเงินสำคัญกว่าการรีบให้ตรงฤกษ์เดิม
รับรถวันหนึ่ง เซ็นสัญญาอีกวันหนึ่ง ฤกษ์ไหนสำคัญกว่ากัน
ถ้าต้องเลือกให้น้ำหนักกับวันใดวันหนึ่งมากกว่า ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับวันรับรถมากกว่า เพราะเป็นวันที่ตรงกับความหมายของฤกษ์ออกรถโดยตรง คือวันแรกที่เริ่มใช้งานรถและขับออกไปในทิศทางที่เลือกไว้ ส่วนวันเซ็นสัญญาเป็นขั้นตอนของเอกสารทางการเงินที่เลือกวันสะดวกตามคิวได้โดยไม่ต้องเคร่งครัดเท่าวันรับรถ
หากมีเวลาและความสะดวกเพียงพอ การได้ฤกษ์ดีทั้งสองวันย่อมดีที่สุด แต่ถ้าเลือกได้ไม่ครบ ควรให้ความสำคัญกับวันรับรถเป็นอันดับแรก
เอกสารและเงื่อนไขที่ควรอ่านให้ละเอียดก่อนเซ็นสัญญาเช่าซื้อ
ก่อนเซ็นสัญญา ไม่ว่าจะฤกษ์ดีแค่ไหน สิ่งที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือเงื่อนไขทางการเงินในสัญญา เพราะเป็นภาระผูกพันระยะยาวหลายปีที่ส่งผลต่อสภาพคล่องของครอบครัว
- อัตราดอกเบี้ยและวิธีคำนวณดอกเบี้ยตลอดสัญญา
- ค่าปรับกรณีผ่อนชำระล่าช้าหรือผิดนัด
- เงื่อนไขการยึดรถและขั้นตอนหากผิดนัดชำระต่อเนื่อง
- ค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์เมื่อผ่อนครบ
รายละเอียดเหล่านี้สำคัญกว่าเรื่องฤกษ์มาก เพราะเป็นเงื่อนไขที่มีผลผูกพันจริงตลอดอายุสัญญา หากมีข้อสงสัยเรื่องความเป็นธรรมของสัญญา สามารถขอคำปรึกษาจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคได้
ถ้าฤกษ์ดีตรงกับวันที่สาขาไฟแนนซ์ปิดทำการ ควรทำอย่างไร
บางครั้งวันฤกษ์ดีที่ผู้รู้ให้มาดันตรงกับวันหยุดของสาขาไฟแนนซ์หรือธนาคารพอดี กรณีนี้ควรสอบถามล่วงหน้าว่ามีช่องทางเซ็นสัญญานอกเวลาทำการปกติหรือไม่ เช่น ผ่านโชว์รูมที่เปิดทำการวันหยุดและมีเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ประจำอยู่ หากไม่มีช่องทางใดเลยจริง ๆ ควรเลือกฤกษ์สำรองที่ใกล้เคียงแทนการฝืนรอจนเสียเวลาโดยไม่จำเป็น เพราะความล่าช้าที่ไม่มีเหตุผลรองรับอาจกระทบคิวส่งมอบรถได้เช่นกัน
สรุป
ฤกษ์เซ็นสัญญาเช่าซื้อรถกับฤกษ์รับรถจริงเป็นคนละวันกันได้ตามปกติ และไม่จำเป็นต้องตรงกันเป๊ะ เพราะกระบวนการไฟแนนซ์มักใช้เวลาอนุมัติและเตรียมรถ หากต้องเลือกให้น้ำหนัก ควรให้ความสำคัญกับวันรับรถมากกว่าเพราะตรงกับความหมายของฤกษ์ออกรถโดยตรง ส่วนวันเซ็นสัญญาเลือกวันสะดวกตามคิวได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าฤกษ์ทั้งสองวันคือการอ่านเงื่อนไขสัญญาเช่าซื้อให้ละเอียดก่อนเซ็นทุกครั้ง เพราะเป็นภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวที่ต้องรับผิดชอบตลอดหลายปีข้างหน้า







