สีมงคลประจำวันเกิดกับสีตามฤดูกาล ใช้ร่วมกันยังไงไม่ขัดกัน

สีมงคลประจำวันเกิดกับสีเสื้อผ้าตามฤดูกาลเป็นคนละหลักคิดกัน สีมงคลมาจากตำราทักษาพยากรณ์ ส่วนสีตามฤดูกาลมาจากความนิยมและความเหมาะกับสภาพอากาศ ทั้งสองใช้ร่วมกันได้โดยไม่ต้องเลือกทิ้งฝั่งใดฝั่งหนึ่ง วิธีที่ได้ผลคือให้สีมงคลเป็นตัวเสริมชิ้นเล็กหรือเฉดสีรอง แล้วให้สีตามฤดูกาลเป็นโทนหลักของชุด
สีมงคลประจำวันเกิดกับสีตามฤดูกาลใช้ร่วมกันได้โดยไม่ต้องเลือกทิ้งข้างใดข้างหนึ่ง วิธีที่ลงตัวที่สุดคือให้สีตามฤดูกาลเป็นโทนหลักของชุด เพราะมันตอบโจทย์สภาพอากาศจริง แล้วให้สีมงคลวันเกิดเข้ามาเป็นตัวเสริมในชิ้นเล็ก เช่น กระเป๋า ผ้าพันคอ หรือเป็นเฉดรองที่แทรกอยู่บนลายผ้า
ที่สองอย่างนี้ไม่ขัดกันเพราะเป็นคนละหลักคิดตั้งแต่ต้น สีมงคลมาจากตำราทักษาพยากรณ์ที่ผูกแต่ละวันไว้กับเทวดาประจำวัน เป็นเรื่องของความเชื่อและกำลังใจ ส่วนสีตามฤดูกาลมาจากเหตุผลใช้งานล้วน ๆ สีอ่อนสะท้อนความร้อนในหน้าร้อน สีเข้มไม่เห็นคราบเปื้อนในหน้าฝน
ปัญหาจะโผล่เฉพาะตอนที่สองฝั่งชนกันสุดขั้ว เช่น คนเกิดวันเสาร์ที่สีเสริมเป็นม่วงหรือดำ แต่กำลังหน้าร้อนที่คนใส่พาสเทลกันทั้งเมือง ทางออกคือลดสัดส่วน ไม่ใช่ตัดทิ้ง ใช้เฉดอ่อนของสีนั้น หรือย้ายสีไปอยู่ในของใช้ประจำตัวแทนเสื้อทั้งตัว
สีมงคลประจำวันเกิดกับสีตามฤดูกาลของไทย คนละเรื่องกันแต่ใช้ร่วมกันได้
สีมงคลประจำวันเกิดอิงตามตำราทักษาพยากรณ์ที่ผูกแต่ละวันไว้กับเทวดาประจำวัน เป็นเรื่องของความเชื่อและกำลังใจส่วนบุคคล ส่วนสีตามฤดูกาลของไทยมาจากปัจจัยเชิงปฏิบัติ เช่น สีอ่อนช่วยสะท้อนความร้อนในฤดูร้อน สีเข้มช่วยไม่ให้เห็นคราบโคลนในฤดูฝน และสีอบอุ่นให้ความรู้สึกกลมกลืนกับบรรยากาศเย็นสบายในฤดูหนาว
เพราะที่มาต่างกัน จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องเลือกใช้เพียงอย่างเดียว หลักคิดง่าย ๆ คือให้สีตามฤดูกาลเป็นโทนหลักของชุดตามความเหมาะสมกับสภาพอากาศ แล้วให้สีมงคลวันเกิดเป็นตัวเสริมที่แทรกอยู่ในบางจุดของชุดหรือของใช้ประจำตัว
ฤดูร้อนนิยมสีพาสเทลอ่อน ผสมกับสีมงคลวันเกิดที่เข้มยังไงให้ไม่หนักตัว
ช่วงฤดูร้อนของไทยตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม คนส่วนใหญ่นิยมสีอ่อนและโทนพาสเทลเพราะให้ความรู้สึกเย็นตาและสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าสีเข้ม ปัญหาที่พบบ่อยคือคนเกิดวันที่มีสีมงคลเข้มจัด เช่น วันเสาร์ (ม่วง ดำ) หรือวันอาทิตย์ (แดง) มักรู้สึกว่าใส่สีมงคลเต็มตัวแล้วร้อนและหนักเกินไปสำหรับหน้าร้อน
ทางออกคือลดความเข้มของสีมงคลลงเป็นเฉดอ่อน เช่น ม่วงลาเวนเดอร์แทนม่วงเข้ม หรือแดงอมชมพูอ่อนแทนแดงสดจัด ยังคงอยู่ในกลุ่มสีมงคลตามความเชื่อ แต่ปรับให้เบาสบายเข้ากับบรรยากาศฤดูร้อนมากขึ้น หรือจะใช้สีมงคลเข้มเป็นของเสริมชิ้นเล็ก เช่น แว่นกันแดดหรือหมวก แทนเสื้อผ้าชิ้นใหญ่ก็ได้เช่นกัน
ฤดูฝนคนนิยมสีเข้มกันคราบเปื้อน ใส่สีมงคลวันเกิดสีสว่างให้เข้ากันแบบไหน
ช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม หลายคนเลือกเสื้อผ้าโทนเข้มเพราะไม่โชว์คราบเปื้อนน้ำฝนหรือโคลนง่ายเท่าสีอ่อน ถ้าสีมงคลวันเกิดของคุณเป็นสีสว่าง เช่น วันจันทร์ (เหลือง) หรือวันพุธกลางวัน (เขียว) การใส่เสื้อผ้าชิ้นใหญ่สีสว่างในหน้าฝนอาจไม่สะดวกในทางปฏิบัติ
วิธีที่ลงตัวกว่าคือย้ายสีมงคลไปอยู่ที่ของใช้ที่ทนเปื้อนได้ง่ายกว่าเสื้อผ้า เช่น ร่ม เสื้อกันฝน รองเท้าบูทยาง หรือกระเป๋ากันน้ำ ของเหล่านี้ล้างทำความสะอาดง่ายกว่าเสื้อผ้า และยังเป็นของที่หยิบใช้ทุกวันในหน้าฝนอยู่แล้ว ทำให้ได้ทั้งสีมงคลติดตัวและความสะดวกในการดูแลรักษา
ฤดูหนาวช่วงปลายปี สีมงคลวันเกิดเข้ากับโทนสีอบอุ่นของฤดูกาลอยู่แล้วไหม
ขึ้นอยู่กับวันเกิดแต่ละคน ฤดูหนาวของไทยตั้งแต่พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์มักมีเทรนด์สีอบอุ่นอย่างน้ำตาล เบจ เขียวขี้ม้า และส้มอิฐ คนที่เกิดวันพฤหัสบดีซึ่งมีสีมงคลเป็นส้มหรือแสดจะพบว่าสีมงคลของตัวเองเข้ากับเทรนด์ฤดูหนาวโดยแทบไม่ต้องปรับอะไรเลย
แต่คนที่เกิดวันศุกร์ซึ่งสีมงคลเป็นฟ้าอ่อนหรือน้ำเงินอ่อนอาจรู้สึกว่าเสื้อโค้ทตัวหนาวส่วนใหญ่ในท้องตลาดเป็นโทนเข้มไม่ตรงกับสีมงคลของตัวเอง กรณีนี้แนะนำให้ใช้เสื้อโค้ทตัวนอกเป็นสีที่หาซื้อได้ตามความอบอุ่นที่ต้องการ แล้วใช้ผ้าพันคอหรือถุงมือสีฟ้าอ่อนเป็นตัวแทนสีมงคลแทน
ถ้าสีมงคลวันเกิดกับสีเทรนด์ฤดูกาลขัดกันสุดขั้ว ควรเลือกฝั่งไหนก่อน
ไม่มีคำตอบตายตัวว่าต้องเลือกฝั่งไหนเสมอ เพราะทั้งสองอย่างมีน้ำหนักต่างกันในแต่ละสถานการณ์ วันทำงานปกติหรือวันที่ไม่มีความหมายพิเศษ เลือกตามความสบายตัวและเทรนด์ฤดูกาลได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสีมงคล
ส่วนวันที่อยากได้กำลังใจพิเศษ เช่น วันสัมภาษณ์งาน วันนำเสนองานสำคัญ หรือวันที่รู้สึกไม่มั่นใจเป็นพิเศษ ค่อยจัดสรรให้สีมงคลมีที่ยืนในชุดอย่างน้อยหนึ่งจุด ไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อผ้าชิ้นใหญ่ ขอแค่มีเฉดสีนั้นปรากฏอยู่ให้เห็นก็ถือว่าครบตามความเชื่อแล้ว
ตารางสรุปสัดส่วนการผสมสีตามฤดูกาล
| ฤดูกาล | โทนหลักของฤดู | จุดที่แนะนำให้ใส่สีมงคล |
|---|---|---|
| ฤดูร้อน (มี.ค.-พ.ค.) | พาสเทลอ่อน โปร่งสบาย | เฉดอ่อนของสีมงคล หรือของเสริมชิ้นเล็ก |
| ฤดูฝน (มิ.ย.-ต.ค.) | สีเข้มกันคราบเปื้อน | ร่ม รองเท้าบูท เสื้อกันฝน |
| ฤดูหนาว (พ.ย.-ก.พ.) | โทนอบอุ่น น้ำตาล เบจ | ผ้าพันคอ ถุงมือ หรือเสื้อโค้ทถ้าสีตรงกันอยู่แล้ว |
ข้อควรระวัง
อย่ายึดติดจนต้องซื้อเสื้อผ้าสีมงคลเพิ่มทุกฤดูกาลโดยไม่จำเป็น เพราะจะกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่า การใช้ของเสริมชิ้นเล็กหรือปรับเฉดสีที่มีอยู่แล้วให้เข้ากับฤดูกาลเพียงพอสำหรับความเชื่อเรื่องนี้แล้ว
อีกจุดที่ควรระวังคือการฝืนใส่เสื้อผ้าสีมงคลที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศจนกระทบสุขภาพ เช่น ใส่เสื้อสีมงคลบางเบาในหน้าหนาวจนหนาวเกินไป หรือใส่เสื้อมงคลหนาในหน้าร้อนจนอึดอัด ความสบายกายควรมาก่อนความเชื่อเสมอในกรณีแบบนี้
สรุป
สีมงคลประจำวันเกิดกับสีตามฤดูกาลไม่จำเป็นต้องเลือกทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะทั้งสองมีบทบาทต่างกัน สีตามฤดูกาลตอบโจทย์ความสบายกายและความเหมาะกับสภาพอากาศ ส่วนสีมงคลตอบโจทย์ความมั่นใจเชิงความเชื่อ วิธีที่ยั่งยืนที่สุดคือให้สีฤดูกาลเป็นโทนหลัก แล้วแทรกสีมงคลผ่านของเสริมชิ้นเล็กหรือเฉดสีที่ปรับให้เบาลง ถ้าอยากรู้ตารางสีมงคลครบทั้ง 7 วันไว้อ้างอิงตอนเลือกเฉดสี อ่านเพิ่มเติมได้จากสีมงคลประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน







