ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ที่ปลูกสร้างเองบนที่ดินตัวเอง ต่างจากซื้อบ้านจัดสรรตรงไหน

บ้านที่ปลูกสร้างเองบนที่ดินตัวเองมีขั้นตอนดูฤกษ์มากกว่าบ้านจัดสรร เพราะต้องผ่านฤกษ์ลงเสาเอกและฤกษ์ระหว่างก่อสร้างก่อนถึงฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ส่วนบ้านจัดสรรที่ผู้ประกอบการสร้างเสร็จแล้วมักข้ามขั้นตอนเหล่านั้นไป เจ้าของบ้านดูเพียงฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ตอนโอนกรรมสิทธิ์และย้ายเข้าอยู่จริงเท่านั้น ทั้งสองแบบยังคงใช้หลักการดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ชุดเดียวกัน ต่างกันที่จำนวนขั้นตอนก่อนหน้านั้น
ครอบครัวที่ซื้อที่ดินแล้วปลูกบ้านเองมักเจอคำถามเรื่องฤกษ์มากกว่าคนที่ซื้อบ้านจัดสรรสำเร็จรูปหลายเท่า เพราะต้องตัดสินใจตั้งแต่ฤกษ์ลงเสาเอกไปจนถึงฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ขณะที่คนซื้อบ้านจัดสรรแค่รอวันโอนกรรมสิทธิ์แล้วดูฤกษ์ย้ายเข้าอยู่อย่างเดียวก็จบ
ความแตกต่างนี้ทำให้หลายคนที่กำลังจะปลูกบ้านเองสับสนว่าต้องเตรียมตัวเรื่องฤกษ์มากแค่ไหน บทความนี้จะไล่ให้เห็นทีละขั้นตอนว่าบ้านสร้างเองกับบ้านจัดสรรต่างกันตรงไหนบ้างในเรื่องฤกษ์
บ้านสร้างเองกับบ้านจัดสรรต่างกันตรงไหนตอนดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่
ความต่างหลักอยู่ที่จำนวนขั้นตอนก่อนถึงวันขึ้นบ้านใหม่ บ้านสร้างเองต้องผ่านกระบวนการก่อสร้างทั้งหมดที่เจ้าของบ้านมีส่วนตัดสินใจเอง ตั้งแต่วันเริ่มลงมือจนถึงวันสร้างเสร็จ ทำให้มีจุดที่ต้องพิจารณาฤกษ์หลายจุดตลอดทาง ส่วนบ้านจัดสรรผู้ประกอบการเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างแทนทั้งหมด เจ้าของบ้านจึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับฤกษ์เพียงช่วงสุดท้ายคือตอนโอนกรรมสิทธิ์และย้ายเข้าอยู่
อย่างไรก็ตาม ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ในขั้นตอนสุดท้ายใช้หลักการเดียวกันทั้งสองแบบ คือพิจารณาวันดีสำหรับการเริ่มต้นอยู่อาศัยจริงตามที่อธิบายไว้ในวิธีดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่สำหรับคนไทย ความแตกต่างจึงอยู่ที่ขั้นตอนก่อนหน้านั้นมากกว่าตัวพิธีสุดท้าย
บ้านสร้างเองมีขั้นตอนก่อนขึ้นบ้านใหม่ที่บ้านจัดสรรไม่มีอะไรบ้าง
ขั้นตอนแรกที่บ้านสร้างเองต้องผ่านคือฤกษ์ลงเสาเอก ซึ่งเป็นพิธีเริ่มต้นการก่อสร้างที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก อ่านเพิ่มเติมได้ในฤกษ์ปลูกบ้านต้องดูอะไรก่อนลงเสาเอก หลังจากนั้นบางครอบครัวยังพิจารณาฤกษ์ย่อยระหว่างก่อสร้าง เช่น ฤกษ์ยกโครงหลังคาหรือฤกษ์เทพื้นชั้นล่าง ตามความเชื่อของแต่ละบ้าน
บ้านจัดสรรข้ามขั้นตอนเหล่านี้ทั้งหมด เพราะผู้ประกอบการดำเนินการก่อสร้างตามแผนงานของบริษัทซึ่งไม่ได้ยึดตามฤกษ์ของผู้ซื้อรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ เจ้าของบ้านจัดสรรจึงเข้ามามีบทบาทเรื่องฤกษ์ก็ต่อเมื่อถึงขั้นตอนรับโอนกรรมสิทธิ์และเตรียมย้ายเข้าอยู่แล้วเท่านั้น
ฤกษ์ลงเสาเอกกับฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ของบ้านสร้างเอง ต้องใช้ฤกษ์เดียวกันไหม
ไม่จำเป็นต้องเป็นฤกษ์เดียวกัน เพราะทั้งสองพิธีมีความหมายต่างกันและเกิดขึ้นห่างกันตามระยะเวลาก่อสร้างจริงซึ่งอาจกินเวลาหลายเดือนถึงเป็นปี ฤกษ์ลงเสาเอกเน้นความมงคลของการเริ่มต้นโครงสร้าง ส่วนฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่เน้นความมงคลของการเริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่อาศัยจริงในบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว
ข้อควรระวังคือไม่ควรพยายามยืดหรือย่นระยะเวลาก่อสร้างจริงเพื่อให้ตรงกับฤกษ์ที่อยากได้ เพราะความปลอดภัยและคุณภาพงานก่อสร้างสำคัญกว่าการยึดติดกับวันใดวันหนึ่ง ถ้างานก่อสร้างเสร็จช้ากว่าฤกษ์ที่ตั้งใจไว้ ให้เลื่อนไปดูฤกษ์ใหม่ที่ใกล้เคียงกับวันที่บ้านสร้างเสร็จจริงแทน
บ้านจัดสรรที่โอนกรรมสิทธิ์แล้วแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทำพิธีได้เลยไหม
กรณีนี้พบได้บ่อยเมื่อโครงการจัดสรรส่งมอบบ้านที่ยังมีงานตกแต่งค้างอยู่บางส่วน คำแนะนำคือควรรอให้ส่วนที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัยจริงเสร็จสมบูรณ์ก่อน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและประปาที่ต้องใช้งานได้จริงตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ เพราะการทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ทั้งที่ยังต้องมีช่างเข้าออกพื้นที่ทำงานต่อ ขัดกับความหมายของการเริ่มต้นอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์
ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปดูแลบ้านระหว่างรองานตกแต่งเสร็จ สามารถทำได้โดยยังไม่ต้องนับเป็นวันขึ้นบ้านใหม่อย่างเป็นทางการ แล้วค่อยกำหนดฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่จริงเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว
ของไหว้และขั้นตอนต่างกันไหมระหว่างสองแบบ
ของไหว้ในพิธีขึ้นบ้านใหม่โดยหลักการแล้วใช้ชุดเดียวกันทั้งบ้านสร้างเองและบ้านจัดสรร เพราะเป็นพิธีที่ทำเพื่อความเป็นมงคลของการเริ่มต้นอยู่อาศัย ไม่ได้ผูกกับวิธีที่บ้านหลังนั้นถูกสร้างขึ้นมา ความแตกต่างเล็กน้อยอาจอยู่ที่บ้านสร้างเองมักมีพื้นที่ภายนอกให้จัดโต๊ะไหว้ได้กว้างกว่า ขณะที่บ้านจัดสรรบางประเภทอย่างทาวน์เฮาส์หรือบ้านแฝดอาจมีพื้นที่จำกัดกว่าเล็กน้อย
สิ่งที่บ้านสร้างเองควรเพิ่มเติมคือการขอบคุณช่างและผู้เกี่ยวข้องในการก่อสร้างอย่างเป็นทางการ เพราะเป็นบ้านที่ผ่านมือหลายคนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ต่างจากบ้านจัดสรรที่เจ้าของบ้านมักไม่ได้พบปะทีมช่างก่อสร้างโดยตรง
สรุป
บ้านสร้างเองกับบ้านจัดสรรใช้หลักการดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ชุดเดียวกันในขั้นตอนสุดท้าย แต่บ้านสร้างเองมีขั้นตอนก่อนหน้านั้นมากกว่า ตั้งแต่ฤกษ์ลงเสาเอกไปจนถึงฤกษ์ย่อยระหว่างก่อสร้างตามความเชื่อของแต่ละครอบครัว สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ยึดติดกับฤกษ์จนกระทบความปลอดภัยหรือคุณภาพงานก่อสร้าง ถ้างานเสร็จช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ ให้เลื่อนฤกษ์ไปตามความเป็นจริงของบ้านจะดีกว่าการเร่งรีบเพื่อให้ตรงกับวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้า







