จำนวนหุ้นที่ซื้อครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์ ตั้งเป็นเลขมงคลได้ไหม

ตั้งจำนวนหุ้นที่ซื้อครั้งแรกให้เป็นเลขมงคลทำได้จริง เพราะเป็นตัวเลขที่นักลงทุนกำหนดเองได้อิสระ ไม่มีกฎเกณฑ์ทางการเงินบังคับว่าต้องซื้อจำนวนเท่าไหร่ แต่ควรตั้งจากงบที่มีจริงและเป้าหมายการลงทุนก่อนเสมอ ไม่ใช่ฝืนซื้อจำนวนหุ้นให้ลงท้ายด้วยเลขมงคลจนเกินงบที่วางแผนไว้ เพราะราคาต่อหุ้นเปลี่ยนแปลงทุกวัน การยึดจำนวนหุ้นเป็นหลักสำคัญน้อยกว่าการยึดวินัยการลงทุนและความเข้าใจพื้นฐานของกิจการที่จะซื้อ
นักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งเปิดพอร์ตหุ้นครั้งแรกมักเจอคำถามเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครสอนในคอร์สลงทุน คือควรซื้อหุ้นจำนวนเท่าไหร่ดีถึงจะรู้สึกดี บางคนอยากซื้อ 99 หุ้นเพราะเชื่อว่าเลข 9 นำความก้าวหน้า บางคนอยากซื้อให้ครบ 100 หุ้นพอดีเพราะดูเป็นตัวเลขที่จำง่าย
คำถามนี้ฟังดูคล้ายเรื่องเลขมงคลจำนวนเงินซองหรือเงินกู้ที่เคยเขียนถึง แต่จริง ๆ แล้วต่างกันตรงที่ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงทุกวินาทีที่ตลาดเปิด การตั้งเลขมงคลของการลงทุนหุ้นจึงมีเงื่อนไขเฉพาะที่ต้องเข้าใจก่อน
จำนวนหุ้นที่ซื้อครั้งแรกมีความหมายทางเลขมงคลจริงไหม
ตั้งจำนวนหุ้นให้เป็นเลขมงคลทำได้จริงในทางปฏิบัติ เพราะเป็นตัวเลขที่นักลงทุนกำหนดเองตอนส่งคำสั่งซื้อ ไม่มีกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์บังคับว่าต้องซื้อจำนวนเท่าไหร่ในการซื้อครั้งแรก นักลงทุนจึงมีอิสระเต็มที่ในการเลือกจำนวนหุ้นตามความเชื่อส่วนตัว
สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือความเชื่อเรื่องเลขมงคลไม่มีผลต่อราคาหุ้นหรือผลตอบแทนที่จะได้รับ ราคาหุ้นเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐานของกิจการ ผลประกอบการ และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนถือหุ้นจำนวนเท่าไหร่หรือลงท้ายด้วยเลขอะไร
คนไทยนิยมตั้งจำนวนหุ้นซื้อครั้งแรกเป็นเลขอะไรบ้าง
เลข 9 เป็นตัวเลขที่นักลงทุนไทยหลายคนนิยม เพราะออกเสียงพ้องกับคำว่าก้าวหน้าตามความเชื่อที่สืบทอดมาจากวัฒนธรรมจีน บางคนเลือกจำนวนที่ตรงกับวันเกิดหรือเลขนำโชคส่วนตัวที่ใช้ในเรื่องการเงินด้านอื่นอยู่แล้ว เช่นเดียวกับที่อธิบายไว้ในเลขมงคลเสริมการเงิน
ความนิยมเหล่านี้เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลที่แตกต่างกันไปตามครอบครัวและภูมิหลัง ไม่มีเลขใดที่ถือเป็นมาตรฐานตายตัวหรือได้รับการยืนยันว่าดีกว่าเลขอื่นในทางการลงทุน
ซื้อเป็นจำนวนกลมๆ กับจำนวนตามงบที่มี อันไหนสำคัญกว่า
จำนวนตามงบที่มีสำคัญกว่าเสมอ นักลงทุนมือใหม่บางคนพยายามฝืนซื้อหุ้นให้ได้จำนวนที่ลงท้ายด้วยเลขมงคลจนต้องใช้เงินเกินกว่าที่วางแผนไว้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการบริหารเงินลงทุนโดยรวม เพราะเงินที่ใช้ลงทุนควรเป็นเงินเย็นที่พร้อมรับความผันผวนได้จริง ไม่ใช่เงินที่ต้องใช้จ่ายจำเป็นในระยะสั้น
ลำดับที่ปลอดภัยกว่าคือตั้งงบลงทุนที่เหมาะสมกับสถานะการเงินของตัวเองก่อน แล้วดูว่าด้วยงบนั้นซื้อหุ้นได้กี่หุ้นตามราคาตลาดวันนั้น ถ้าจำนวนที่ได้บังเอิญลงท้ายด้วยเลขที่รู้สึกดีก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ไม่ควรฝืนปรับงบเพื่อให้ได้เลขมงคลโดยเฉพาะ
ราคาต่อหุ้นเปลี่ยนทุกวัน เลขมงคลยึดจากอะไรได้บ้าง
ต่างจากเงินซองหรือเงินกู้ที่จำนวนเงินคงที่ตายตัวตั้งแต่ตกลงกัน ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงทุกวันทำการของตลาด แม้แต่เปลี่ยนแปลงหลายครั้งในหนึ่งวันขณะตลาดเปิด นักลงทุนที่ถือเรื่องเลขมงคลจึงมักยึดที่จำนวนหุ้นในพอร์ต ไม่ใช่จำนวนเงินที่จ่ายออกไป เพราะจำนวนหุ้นจะคงที่ตราบใดที่ยังไม่มีการซื้อเพิ่มหรือขายออก
ตัวอย่างเช่น ซื้อหุ้น 99 หุ้นในราคาวันนั้น จำนวนหุ้น 99 จะยังคงเป็น 99 ต่อไปแม้ราคาต่อหุ้นจะขึ้นลงในวันถัดมา นี่คือจุดที่ต่างจากเลขมงคลของเงินสดหรือเงินฝากที่จำนวนเงินคงที่ตั้งแต่แรก
เข้าใจผิดบ่อย: คิดว่าจำนวนหุ้นมงคลช่วยให้ราคาหุ้นขึ้น
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าการซื้อหุ้นจำนวนมงคลจะทำให้ราคาหุ้นตัวนั้นมีแนวโน้มขึ้นดีกว่าปกติ ซึ่งไม่เป็นความจริง ราคาหุ้นขึ้นอยู่กับผลประกอบการของกิจการ ความต้องการซื้อขายในตลาด และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่เกี่ยวข้องกับจำนวนหุ้นที่นักลงทุนรายใดรายหนึ่งถืออยู่
การให้ความสำคัญกับเลขมงคลมากเกินไปจนละเลยการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของกิจการก่อนตัดสินใจซื้อเป็นความเสี่ยงที่ควรระวัง เพราะปัจจัยที่กำหนดผลตอบแทนจริงคือการวิเคราะห์กิจการ ไม่ใช่ตัวเลขที่ถือ
ตัวอย่าง: นักลงทุนมือใหม่ตั้งงบซื้อหุ้นตัวแรก
สมมติสถานการณ์นักลงทุนมือใหม่ที่ตั้งงบไว้ 10,000 บาทสำหรับซื้อหุ้นตัวแรก เมื่อคำนวณตามราคาตลาดวันนั้นแล้วซื้อได้ 97 หุ้น เขาเลือกไม่ฝืนเพิ่มเงินเพื่อให้ได้ 99 หุ้นตามที่อยากได้ในตอนแรก เพราะไม่อยากใช้เงินเกินงบที่วางแผนไว้ และเลือกยอมรับจำนวน 97 หุ้นที่ได้จากงบจริงแทน วิธีคิดแบบนี้ช่วยให้ยังคงมีวินัยทางการเงินไว้ก่อนเรื่องความเชื่อเสมอ
สรุป
ตั้งจำนวนหุ้นที่ซื้อครั้งแรกให้เป็นเลขมงคลทำได้จริง เพราะเป็นตัวเลขที่นักลงทุนกำหนดเองได้อิสระโดยไม่มีกฎเกณฑ์ตลาดบังคับ แต่ต้องยึดงบที่มีจริงเป็นหลักก่อนเสมอ ไม่ใช่ฝืนซื้อเกินงบเพื่อให้ได้เลขที่รู้สึกดี เพราะราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงทุกวันและไม่มีผลตอบแทนพิเศษจากจำนวนหุ้นที่ลงท้ายด้วยเลขมงคล สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนหุ้นเสมอคือการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของกิจการและมีวินัยการลงทุนที่เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้จริง







