สีกาลกิณีที่ติดมากับบรรจุภัณฑ์สินค้าที่ซื้อมาใช้ประจำ เช่นสีขวดแชมพูหรือสีกล่องทิชชู่ ต้องกังวลไหม

ไม่ต้องกังวลถึงขั้นต้องเปลี่ยนของใช้ทุกชิ้นที่บรรจุภัณฑ์เป็นสีกาลกิณี เพราะหลักความเชื่อเรื่องสีกาลกิณีเน้นของใช้ที่สัมผัสร่างกายโดยตรงหรืออยู่ในตำแหน่งสำคัญของบ้าน เช่น เสื้อผ้า ประตู หรือเตียงนอน มากกว่าบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ใช้แล้วหมดไปและเลือกซื้อทดแทนได้เสมอ ของใช้ประเภทนี้จึงอยู่ในกลุ่มที่ไม่จำเป็นต้องเข้มงวดเรื่องสีกาลกิณีมากนัก
ขวดแชมพูในห้องน้ำ กล่องทิชชู่บนโต๊ะกินข้าว หรือขวดน้ำยาล้างจานสีสดใสตามที่ผู้ผลิตออกแบบไว้ เป็นของใช้ที่แทบไม่มีใครเลือกซื้อโดยดูสีตามวันเกิดเลย เพราะซื้อตามยี่ห้อที่ใช้ประจำหรือตามโปรโมชันที่มีอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่คนที่ถือเรื่องสีกาลกิณีอย่างเคร่งครัดบางคนเริ่มสังเกตเห็นว่าของใช้เหล่านี้บางชิ้นมีสีที่ตรงกับสีกาลกิณีของตัวเองพอดี แล้วเกิดความกังวลว่าควรทำอย่างไรดี
คำถามนี้ต่างจากเรื่องสีเสื้อผ้าหรือสีรถ เพราะบรรจุภัณฑ์สินค้าเป็นของที่ผู้บริโภคแทบไม่มีสิทธิ์เลือกสี ผู้ผลิตกำหนดสีตามแบรนด์และการตลาด ไม่ได้ผลิตมาให้เลือกตามวันเกิดของผู้ซื้อ
สีกาลกิณีบนบรรจุภัณฑ์นับรวมกับของใช้ส่วนตัวไหม
หลักความเชื่อเรื่องสีกาลกิณีเดิมทีมุ่งเน้นไปที่ของใช้ที่สัมผัสร่างกายโดยตรงหรือของที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญของที่อยู่อาศัย เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ สีประตู หรือสีผนังห้องนอน เพราะสิ่งเหล่านี้ถือว่ามีอิทธิพลต่อพลังงานหรือดวงของเจ้าของอย่างต่อเนื่อง บรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ตำราส่วนใหญ่ลงรายละเอียดไว้เฉพาะ
เหตุผลสำคัญคือบรรจุภัณฑ์เป็นของใช้ชั่วคราวที่หมดไปตามรอบการใช้งาน ไม่ใช่ของที่อยู่กับเจ้าของในระยะยาวเหมือนเสื้อผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ ความหมายเชิงสัญลักษณ์จึงเบากว่ามาก
ทำไมของใช้ในบ้านถึงหลีกเลี่ยงสีกาลกิณีได้ยากกว่าเสื้อผ้า
เสื้อผ้าและเครื่องประดับเป็นของที่ผู้บริโภคเลือกซื้อได้อิสระ มีตัวเลือกสีให้เลือกมากมายในท้องตลาด แต่ของใช้ในบ้านหลายชิ้นอย่างขวดแชมพู กล่องทิชชู่ หรือน้ำยาทำความสะอาด มักผลิตออกมาในสีตายตัวตามแบรนด์ที่ผู้บริโภคติดใจในคุณภาพหรือราคา การจะเปลี่ยนแบรนด์เพียงเพราะสีบรรจุภัณฑ์ไม่ตรงกับความเชื่อ อาจทำให้เสียเวลาและงบประมาณเกินความจำเป็น
ด้วยเหตุนี้ หลักความเชื่อที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันจึงไม่ได้บังคับให้ต้องหลีกเลี่ยงสีกาลกิณีในของใช้ประเภทนี้อย่างเข้มงวดเท่ากับของที่เลือกสีได้อิสระ
ระดับความกังวลควรมากแค่ไหนกับขวดแชมพูหรือกล่องทิชชู่
ระดับความกังวลที่เหมาะสมคือแทบไม่ต้องกังวลเลย เพราะของใช้ประเภทนี้เป็นของสิ้นเปลืองที่หมุนเวียนเปลี่ยนบ่อย ใช้หมดแล้วซื้อใหม่ได้เสมอ ไม่ได้อยู่กับเจ้าของในระยะยาวแบบเดียวกับเสื้อผ้าที่ใส่ซ้ำหลายครั้งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ตั้งอยู่ในบ้านนานเป็นปี
คนที่อยากเสริมมงคลอย่างละเอียดสามารถเลือกแบรนด์ที่มีบรรจุภัณฑ์สีตรงกลุ่มมงคลได้ถ้ามีตัวเลือกในงบประมาณที่ต้องการ แต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบรนด์ที่ใช้ประจำเพียงเพราะสีขวดไม่ตรงกับความเชื่อ
จุดที่ควรใส่ใจจริงกับจุดที่ไม่จำเป็นต้องกังวล
การแยกแยะว่าจุดไหนควรใส่ใจจริงและจุดไหนไม่จำเป็นต้องกังวล ช่วยให้ไม่ต้องเครียดกับของใช้ในบ้านทุกชิ้นจนเกินไป
- ของที่สัมผัสร่างกายโดยตรงเป็นประจำ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ควรใส่ใจเรื่องสีกาลกิณีมากที่สุด
- ของที่อยู่ในตำแหน่งถาวรของบ้าน เช่น สีประตู สีผนังห้องนอน ควรพิจารณารองลงมา
- ของใช้สิ้นเปลืองที่หมุนเวียนเปลี่ยนบ่อย เช่น ขวดแชมพู กล่องทิชชู่ น้ำยาทำความสะอาด แทบไม่จำเป็นต้องกังวล
- ของตกแต่งที่มองเห็นบ่อยแต่เปลี่ยนได้ง่าย เช่น ผ้าม่านหรือปลอกหมอน อยู่ระดับกลางระหว่างสองกลุ่มแรกกับกลุ่มสุดท้าย
ตารางแยกของใช้ในบ้านตามระดับผลกระทบความเชื่อ
| ประเภทของใช้ | ระดับความสำคัญเรื่องสีกาลกิณี |
|---|---|
| เสื้อผ้า เครื่องประดับ | สูง |
| สีประตู สีผนังห้องนอน | สูง |
| เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ | ปานกลาง |
| ผ้าม่าน ปลอกหมอน | ปานกลาง |
| ขวดแชมพู น้ำยาทำความสะอาด | ต่ำมาก |
| กล่องทิชชู่ บรรจุภัณฑ์อาหารแห้ง | ต่ำมาก |
วิธีลดความกังวลโดยไม่ต้องเปลี่ยนของใช้ทั้งบ้าน
ถ้ายังรู้สึกไม่สบายใจแม้จะรู้ว่าไม่จำเป็นต้องกังวลมาก มีวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความกังวลได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนของใช้ทั้งบ้าน เช่น เก็บของใช้สิ้นเปลืองสีกาลกิณีไว้ในตู้หรือชั้นวางที่ไม่เห็นตลอดเวลา แทนการวางโชว์เปิดเผยในพื้นที่หลักของบ้าน หรือเลือกซื้อครั้งถัดไปในสีที่ใกล้เคียงกลุ่มมงคลมากขึ้นถ้าแบรนด์นั้นมีตัวเลือกสีให้เลือกอยู่แล้ว
วิธีนี้ช่วยให้จัดการความสบายใจได้โดยไม่ต้องเสียเวลาหรือเงินเปลี่ยนของใช้ทุกชิ้นในบ้านเพียงเพราะสีบรรจุภัณฑ์ไม่ตรงกับความเชื่อส่วนบุคคล
สรุป
บรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างขวดแชมพูหรือกล่องทิชชู่ไม่จำเป็นต้องเข้มงวดเรื่องสีกาลกิณีเหมือนของใช้ที่สัมผัสร่างกายโดยตรงหรืออยู่ในตำแหน่งถาวรของบ้าน เพราะเป็นของสิ้นเปลืองที่หมุนเวียนเปลี่ยนบ่อยและผู้บริโภคเลือกสีเองไม่ได้อยู่แล้ว การให้น้ำหนักความกังวลตามความสำคัญของแต่ละประเภทของใช้ช่วยให้ไม่ต้องเครียดกับทุกสิ่งในบ้านจนเกินความจำเป็น ขณะที่ยังใส่ใจจุดที่มีความหมายจริงตามหลักความเชื่อได้อย่างเหมาะสม







