ตั้งชื่อหนังสือเล่มแรกที่จะตีพิมพ์ ควรใช้หลักเลขศาสตร์แบบเดียวกับตั้งชื่อคนหรือชื่อธุรกิจไหม

หลักเลขศาสตร์ที่ใช้กับชื่อคนเอามาประยุกต์ใช้กับชื่อหนังสือได้ในแง่วิธีคำนวณ คือให้ค่าตัวเลขกับตัวอักษรแล้วรวมเป็นผลรวม แต่ต่างกันตรงที่ชื่อหนังสือไม่ได้ผูกกับดวงชะตาของบุคคลเหมือนชื่อคน จึงเป็นเรื่องความสบายใจของผู้เขียนมากกว่าความเชื่อที่มีน้ำหนักจริงจังเท่าชื่อคน ควรให้ความสำคัญกับความหมายที่สื่อสารกับผู้อ่านและความจำง่ายเป็นอันดับแรก แล้วค่อยเช็กเลขศาสตร์เป็นปัจจัยเสริมทีหลังถ้าผู้เขียนสนใจ
นักเขียนมือใหม่ที่กำลังจะตีพิมพ์หนังสือเล่มแรกในชีวิตมักถามคำถามคล้ายกันว่า ชื่อหนังสือควรเอาหลักเลขศาสตร์มาช่วยตั้งเหมือนตอนตั้งชื่อลูกหรือชื่อร้านไหม เพราะรู้สึกว่าหนังสือเล่มแรกเป็นเหมือนลูกคนหนึ่งที่อยากให้ออกไปสู่โลกด้วยชื่อที่เป็นมงคล
คำถามนี้มีคำตอบที่ต่างจากการตั้งชื่อคนหรือชื่อธุรกิจอยู่พอสมควร เพราะธรรมชาติของ "ชื่อหนังสือ" ไม่เหมือนกับชื่อที่ผูกติดกับตัวตนหรือกิจการที่ต้องอยู่ยาวนาน
ตั้งชื่อหนังสือด้วยเลขศาสตร์ต่างจากตั้งชื่อคนหรือธุรกิจอย่างไร
หลักการคำนวณเลขศาสตร์พื้นฐานใช้วิธีเดียวกันไม่ว่าจะเป็นชื่อคน ชื่อธุรกิจ หรือชื่อหนังสือ คือให้ค่าตัวเลขกับตัวอักษรแต่ละตัวแล้วนำมารวมกันจนได้ผลรวม (อธิบายขั้นตอนละเอียดไว้ในเลขศาสตร์ชื่อคำนวณจากไหน) แต่ความต่างสำคัญอยู่ที่ "สิ่งที่ชื่อนั้นผูกติดอยู่ด้วย"
ชื่อคนผูกกับตัวตนและดวงชะตาของบุคคลไปตลอดชีวิต ชื่อธุรกิจผูกกับความมั่นคงและชื่อเสียงของกิจการที่ต้องดำเนินต่อเนื่องหลายปี ส่วนชื่อหนังสือเป็นชื่อของผลงานชิ้นหนึ่งที่แม้จะมีความหมายต่อผู้เขียนมาก แต่ไม่ได้ส่งผลต่อดวงชะตาของผู้เขียนโดยตรงในทางความเชื่อ เพราะฉะนั้นน้ำหนักของเลขศาสตร์ในกรณีนี้จึงเป็นเรื่องความสบายใจส่วนตัวมากกว่าปัจจัยที่ต้องเคร่งครัดเหมือนชื่อคน
ขั้นตอนคำนวณเลขศาสตร์ชื่อหนังสือ
ผู้เขียนที่สนใจสามารถนำชื่อหนังสือที่ร่างไว้มาคำนวณตามขั้นตอนเดียวกับเลขศาสตร์ชื่อทั่วไป คือแยกตัวอักษรออกมาทีละตัว เทียบค่าตัวเลขตามตารางของตำราที่เลือกใช้ รวมผลทั้งหมด แล้วลดทอนจนเหลือเลขหลักเดียวหรือเลขพิเศษตามที่ตำรากำหนด จากนั้นนำเลขที่ได้ไปเทียบกับความหมายที่ตำรานั้นให้ไว้
ข้อควรระวังคือถ้าชื่อหนังสือมีคำภาษาอังกฤษหรือคำทับศัพท์ปนอยู่ ตารางค่าตัวอักษรแบบไทยอาจไม่ครอบคลุม ควรตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะคำนวณเฉพาะส่วนภาษาไทยหรือใช้ตำราที่มีตารางสำหรับตัวอักษรภาษาอังกฤษแยกต่างหาก เพื่อไม่ให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อนจากการปนกันของสองระบบ
น้ำหนักระหว่างเลขศาสตร์กับการตลาดของชื่อหนังสือ
หน้าที่หลักของชื่อหนังสือคือดึงดูดให้คนอยากหยิบขึ้นมาอ่านหรือคลิกดูรายละเอียดเมื่อเจอบนชั้นวางหรือหน้าร้านออนไลน์ ชื่อที่สื่อถึงเนื้อหาชัดเจน จดจำง่าย และสร้างความรู้สึกอยากรู้ต่อ มักส่งผลต่อยอดขายมากกว่าผลรวมเลขศาสตร์ที่ผู้อ่านทั่วไปไม่มีทางรู้เลยว่าคำนวณมาอย่างไร
ด้วยเหตุนี้ ควรให้น้ำหนักกับการตั้งชื่อที่สื่อสารเนื้อหาและอารมณ์ของหนังสือเป็นอันดับแรก แล้วค่อยนำชื่อที่ผ่านเกณฑ์นี้มาเช็กเลขศาสตร์เป็นขั้นตอนเสริมทีหลัง หากผลรวมออกมาไม่ถูกใจนัก อาจพิจารณาปรับตัวสะกดเล็กน้อยโดยไม่กระทบความหมายหลัก แทนที่จะเปลี่ยนชื่อทั้งหมดเพียงเพราะเลขศาสตร์ไม่ตรงใจ
ชื่อหนังสือชุด (series) ต้องคิดเลขศาสตร์ต่างกันไหม
หนังสือที่วางแผนเขียนเป็นชุดหลายเล่มมักมีชื่อหลักของซีรีส์ที่ปรากฏซ้ำทุกเล่ม และชื่อย่อยเฉพาะของแต่ละเล่ม ผู้อ่านส่วนใหญ่จดจำชื่อซีรีส์เป็นหลัก ส่วนชื่อย่อยแต่ละเล่มมักเป็นตัวช่วยแยกความแตกต่างมากกว่าเป็นจุดขายหลัก ถ้าผู้เขียนสนใจเรื่องเลขศาสตร์ ควรให้ความสำคัญกับผลรวมของชื่อซีรีส์มากกว่าชื่อย่อยแต่ละเล่ม เพราะเป็นส่วนที่ผู้อ่านผูกพันด้วยระยะยาวกว่า (แนวคิดการตั้งชื่อสินค้าหรือผลงานเป็นชุดใกล้เคียงกันอยู่ในตั้งชื่อสินค้าในไลน์เดียวกันหลายรุ่น)
สรุป
เลขศาสตร์เอามาใช้กับชื่อหนังสือได้ในแง่วิธีคำนวณ แต่มีน้ำหนักเชิงความเชื่อน้อยกว่าชื่อคนหรือชื่อธุรกิจมาก เพราะชื่อหนังสือไม่ได้ผูกกับดวงชะตาของผู้เขียนโดยตรง สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือความสามารถของชื่อในการสื่อสารเนื้อหาและดึงดูดผู้อ่าน แล้วค่อยนำเลขศาสตร์มาเช็กเป็นปัจจัยเสริมทีหลังถ้าผู้เขียนสนใจ ไม่จำเป็นต้องยึดเป็นเกณฑ์หลักในการตัดสินใจ







