ตั้งชื่อสินค้ารุ่นต่อเนื่องหลายรุ่น (Product Line) ให้มงคลเป็นชุดเดียวกัน ต่างจากตั้งชื่อสินค้าเดี่ยว

ชื่อสินค้าในไลน์เดียวกันควรมีโครงสร้างร่วม เช่น ชื่อแกนของไลน์บวกกับคำหรือตัวเลขบอกรุ่นย่อย เพื่อให้ลูกค้าเห็นชื่อแล้วรู้ทันทีว่าอยู่ในชุดเดียวกัน หากต้องการใช้ตัวเลขมงคลกำกับรุ่น ควรเลือกตัวเลขที่มีความหมายดีตามความเชื่อที่ธุรกิจยึดถือและใช้อย่างสม่ำเสมอทุกรุ่น ไม่ใช่เลือกใหม่ทุกครั้งแบบไม่มีระบบ เมื่อจะออกรุ่นใหม่ควรตรวจสอบว่าชื่อใหม่ไม่ขัดหรือทำให้ความหมายมงคลของชื่อแกนเดิมเสียไป
ร้านที่เพิ่งเริ่มทำสินค้าตัวแรกมักตั้งชื่อไม่ยากนัก เพราะมีสินค้าให้คิดชื่อแค่ตัวเดียว แต่พอธุรกิจเริ่มโต อยากออกสินค้ารุ่นต่อเนื่องในไลน์เดียวกัน เช่น ครีมบำรุงผิวสูตรกลางวันกับสูตรกลางคืน หรือชาสมุนไพรสูตรอ่อนกับสูตรเข้มข้น ปัญหาที่ตามมาคือจะตั้งชื่อแต่ละรุ่นยังไงให้ดูเป็นชุดเดียวกัน ไม่ใช่สินค้าคนละแบรนด์ที่บังเอิญมาอยู่ในร้านเดียวกัน
เรื่องนี้ต่างจากการตั้งชื่อสินค้าเดี่ยวตัวเดียวพอสมควร เพราะต้องคิดล่วงหน้าถึงรุ่นที่ยังไม่เกิดขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่ตั้งชื่อให้เพราะสำหรับรุ่นแรกอย่างเดียว
ตั้งชื่อสินค้าเป็นชุด (Product Line) ต่างจากตั้งชื่อสินค้าเดี่ยวตรงไหน
สินค้าเดี่ยวตั้งชื่อได้อิสระเต็มที่ เพราะไม่มีข้อผูกมัดกับสินค้าตัวอื่น แต่สินค้าที่เป็นชุดต้องคิดถึง "ความสัมพันธ์" ระหว่างชื่อแต่ละรุ่นตั้งแต่แรก ชื่อรุ่นแรกที่ตั้งไปแล้วจะกลายเป็นกรอบให้ชื่อรุ่นถัด ๆ ไปต้องเดินตามหรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ขัดแย้งกัน
ถ้าตั้งชื่อรุ่นแรกแบบสวยเดี่ยว ๆ โดยไม่คิดถึงอนาคต พอถึงเวลาต้องออกรุ่นสองรุ่นสามจริง ๆ อาจพบว่าไม่มีทางต่อยอดชื่อให้เป็นชุดเดียวกันได้เลย ต้องเปลี่ยนชื่อรุ่นแรกใหม่หรือปล่อยให้แต่ละรุ่นดูเป็นคนละแบรนด์ไปเลย
โครงสร้างชื่อที่นิยมใช้กับสินค้าต่อเนื่องหลายรุ่นมีแบบไหนบ้าง
แนวทางที่ใช้กันมากมีสามแบบหลัก แบบแรกคือใช้ชื่อแกนตัวเดียวกันแล้วต่อด้วยตัวเลขบอกรุ่น เหมาะกับสินค้าที่มีลำดับการพัฒนาชัดเจน แบบที่สองคือใช้ชื่อแกนเดียวกันแล้วต่อด้วยคำบอกคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละรุ่น เช่น สูตรอ่อน สูตรเข้มข้น เหมาะกับสินค้าที่ลูกค้าต้องเลือกตามความต้องการเฉพาะตัว ไม่ได้เรียงเป็นลำดับการพัฒนา
แบบที่สามคือใช้ชื่อในตระกูลความหมายเดียวกันแต่ไม่ซ้ำคำ เช่น ตั้งชื่อสินค้าแต่ละรุ่นตามดอกไม้มงคลคนละชนิด ทุกชื่ออยู่ในหมวดความหมายเดียวกันแต่ไม่ต้องใช้คำซ้ำหรือตัวเลขต่อท้าย วิธีนี้ให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่าแต่จำยากกว่าถ้ามีรุ่นเยอะเกินไป
ตัวเลขรุ่นกับความเชื่อเรื่องเลขมงคลเอามาผสมกันได้ไหม
ได้ และเป็นวิธีที่ผู้ประกอบการไทยหลายรายนิยมทำ เช่น เริ่มไล่ตัวเลขรุ่นจากเลข 9 แทนที่จะเริ่มจากเลข 1 ตามปกติ เพราะเชื่อว่าเลข 9 มีความหมายเรื่องความก้าวหน้า จุดสำคัญคือต้องเลือกชุดตัวเลขที่จะใช้ตั้งแต่รุ่นแรกและใช้ต่อเนื่องเป็นระบบเดียวกันไปตลอด ไม่ใช่เปลี่ยนวิธีคิดเลขใหม่ทุกครั้งที่ออกรุ่นใหม่
ถ้าสลับระบบตัวเลขไปมา เช่น รุ่นแรกไล่จาก 9 แต่รุ่นสองกระโดดไปใช้เลข 15 โดยไม่มีเหตุผลที่อธิบายได้ ลูกค้าจะจำโครงสร้างของไลน์ไม่ได้และรู้สึกว่าตัวเลขเป็นแค่การตั้งชื่อมั่ว ๆ ไม่ได้มีระบบรองรับจริง
ตั้งชื่อรุ่นใหม่อย่างไรไม่ให้ความหมายมงคลของรุ่นเดิมเสียไป
ก่อนตั้งชื่อรุ่นใหม่ ควรกลับไปทบทวนความหมายของชื่อแกนและชื่อรุ่นก่อนหน้าทั้งหมดก่อน ไม่ใช่คิดชื่อใหม่แบบแยกส่วนโดยลืมไปว่าไลน์เดิมสื่อความหมายอะไรอยู่ ถ้ารุ่นแรกและรุ่นสองสื่อความหมายเรื่องความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคง รุ่นที่สามก็ควรอยู่ในกลุ่มความหมายเดียวกัน ไม่ใช่กระโดดไปใช้คำที่สื่อความหมายเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะจะทำให้ภาพรวมของไลน์ดูไม่มีทิศทาง
จุดที่มักพลาดคือเจ้าของแบรนด์อยากได้ชื่อรุ่นใหม่ที่ "เพราะกว่าเดิม" โดยลืมเช็กว่าเพราะแล้วยังเข้าพวกกับชื่อเดิมหรือไม่ วิธีที่ช่วยได้คือเขียนชื่อทุกรุ่นในไลน์ออกมาเรียงกันบนกระดาษแผ่นเดียว แล้วดูว่าอ่านต่อกันแล้วยังรู้สึกเป็นชุดเดียวกันอยู่ไหมก่อนสรุปใช้จริง
เมื่อสินค้าในชุดมีทั้งของดีและของเสริม ควรตั้งชื่อแยกแยะยังไง
หลายไลน์สินค้าไม่ได้มีแค่สินค้าหลัก แต่มีของแถมหรือสินค้าเสริมขนาดเล็กแถมไปด้วย เช่น ขวดพกพาขนาดทดลอง หรือชุดเซตของขวัญ กรณีนี้ควรให้สินค้าหลักใช้ชื่อแกนตรง ๆ ส่วนสินค้าเสริมใช้ชื่อแกนเดียวกันแล้วต่อท้ายด้วยคำที่บอกบทบาทชัดเจน เช่นคำว่า มินิ หรือ พลัส เพื่อให้ลูกค้าเห็นชื่อแล้วเข้าใจทันทีว่าตัวไหนคือสินค้าหลักและตัวไหนคือของเสริม โดยไม่ต้องเปิดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อ
เช็กลิสต์วางระบบชื่อสินค้าชุดก่อนเปิดตัวรุ่นแรก
- เลือกโครงสร้างชื่อ (ตัวเลขรุ่น คำบอกคุณสมบัติ หรือตระกูลความหมาย) แล้วเขียนไว้เป็นหลักการก่อนตั้งชื่อรุ่นแรก
- ถ้าจะใช้ตัวเลขมงคล กำหนดชุดตัวเลขที่จะใช้ต่อเนื่องตั้งแต่รุ่นแรกให้ชัดเจน
- เขียนชื่อรุ่นที่วางแผนไว้ทั้งหมดเรียงกัน ตรวจว่าอ่านต่อกันแล้วยังดูเป็นชุดเดียวกัน
- ตรวจสอบว่าความหมายของชื่อแต่ละรุ่นไม่ขัดแย้งกันเองในเชิงความเชื่อ
- เผื่อพื้นที่ในโครงสร้างชื่อไว้สำหรับรุ่นในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น
- แยกชื่อสินค้าหลักกับสินค้าเสริมให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
ข้อควรระวัง
- อย่าตั้งชื่อรุ่นแรกแบบสวยเดี่ยว ๆ โดยไม่คิดถึงว่าจะต่อยอดเป็นชุดในอนาคตได้อย่างไร
- อย่าเปลี่ยนระบบตัวเลขหรือโครงสร้างชื่อกลางไลน์โดยไม่มีเหตุผลที่ลูกค้าเข้าใจได้
- อย่าปล่อยให้ชื่อรุ่นใหม่สื่อความหมายขัดแย้งกับความหมายมงคลของรุ่นเดิมในไลน์เดียวกัน
สรุป
การตั้งชื่อสินค้าที่เป็นชุดต่อเนื่องหลายรุ่นต่างจากตั้งชื่อสินค้าเดี่ยวตรงที่ต้องคิดล่วงหน้าเผื่อรุ่นในอนาคตตั้งแต่ตั้งชื่อรุ่นแรก เลือกโครงสร้างชื่อที่ขยายต่อได้ ใช้ระบบตัวเลขหรือความหมายมงคลอย่างสม่ำเสมอ และตรวจสอบทุกครั้งก่อนออกรุ่นใหม่ว่าชื่อยังเข้าพวกกับรุ่นเดิมอยู่หรือไม่ หากวางระบบไว้ตั้งแต่ต้น ธุรกิจจะขยายไลน์สินค้าต่อไปได้เรื่อย ๆ โดยที่ลูกค้ายังจำได้ว่าทุกรุ่นมาจากแบรนด์เดียวกัน







