ตั้งชื่อสินค้า Own Brand ที่จ้างโรงงานผลิต (OEM) ให้มงคลโดยไม่พึ่งชื่อโรงงานผู้ผลิต

ชื่อแบรนด์ Own Brand ที่จ้างโรงงาน OEM ผลิตให้ ควรตั้งขึ้นจากความหมายและอักษรมงคลของเจ้าของแบรนด์เอง ไม่ผูกกับชื่อโรงงานผู้ผลิตเพราะเจ้าของแบรนด์อาจเปลี่ยนโรงงานในอนาคตโดยไม่อยากเปลี่ยนชื่อสินค้าตาม ก่อนเคาะชื่อควรเช็กว่าไม่ซ้ำหรือคล้ายกับแบรนด์อื่นที่จ้างโรงงานเดียวกันผลิตสินค้าประเภทใกล้เคียงกัน และควรตรวจสอบความพร้อมใช้ของชื่อกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนพิมพ์บรรจุภัณฑ์จำนวนมาก เพื่อลดความเสี่ยงต้องเปลี่ยนชื่อหลังลงทุนไปแล้ว
คนที่เริ่มทำ Own Brand ส่วนใหญ่ไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง สั่งให้โรงงานรับจ้างผลิต หรือที่เรียกกันว่า OEM ผลิตสินค้าให้ตามสูตรที่ตกลงกัน แล้วแปะโลโก้และชื่อแบรนด์ของตัวเองลงบนบรรจุภัณฑ์ วิธีนี้ทำให้เริ่มธุรกิจได้เร็วโดยไม่ต้องลงทุนสร้างสายการผลิตเอง แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังเรื่องการตั้งชื่อซึ่งต่างจากธุรกิจที่ผลิตเองทั้งกระบวนการ
บทความเกี่ยวกับการตั้งชื่อสินค้าส่วนใหญ่มักพูดถึงความหมาย อักษรมงคล หรือเลขศาสตร์ แต่ไม่ค่อยพูดถึงประเด็นเฉพาะของคนทำ Own Brand ที่จ้างคนอื่นผลิตให้ ซึ่งมีความเสี่ยงและข้อควรระวังที่ต่างออกไปพอสมควร
OEM กับ Own Brand ต่างจากตั้งชื่อสินค้าทั่วไปตรงไหน
ธุรกิจที่ผลิตสินค้าเองตั้งแต่ต้นน้ำมักตั้งชื่อแบรนด์ควบคู่กับการพัฒนาสูตรหรือกระบวนการผลิต ชื่อกับสินค้าจึงเติบโตไปด้วยกันตั้งแต่แรก แต่ธุรกิจ Own Brand ที่จ้าง OEM มักทำสลับกัน คือเลือกสูตรหรือสินค้าสำเร็จรูปจากโรงงานก่อน แล้วค่อยมาคิดชื่อแบรนด์ทีหลังเพื่อนำไปติดบนบรรจุภัณฑ์
ความต่างนี้ทำให้การตั้งชื่อ Own Brand ต้องคิดถึงสิ่งที่ธุรกิจผลิตเองไม่ค่อยเจอ เช่น สินค้าสูตรเดียวกันอาจถูกโรงงานเดิมขายให้แบรนด์อื่นด้วย หรือแบรนด์อาจต้องเปลี่ยนโรงงานผลิตในอนาคตหากขยายกำลังการผลิตไม่ทัน ชื่อแบรนด์จึงต้องยืนได้ด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งพิงกระบวนการผลิตเบื้องหลัง
ทำไมชื่อแบรนด์ไม่ควรผูกกับชื่อโรงงานที่รับผลิต
บางคนที่เพิ่งเริ่มทำ Own Brand เผลอตั้งชื่อแบรนด์ล้อไปกับชื่อโรงงานหรือใส่คำที่บ่งบอกแหล่งผลิตลงไปตรง ๆ เพราะรู้สึกว่าชื่อโรงงานนั้นดูน่าเชื่อถือหรือมีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่วิธีนี้มีความเสี่ยงสองชั้น ชั้นแรกคือลูกค้าอาจสับสนคิดว่าสินค้านั้นเป็นของโรงงานโดยตรง ไม่ใช่แบรนด์ของผู้ประกอบการเอง ชั้นที่สองคือถ้าความสัมพันธ์กับโรงงานนั้นสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ชื่อแบรนด์ที่ผูกอยู่กับโรงงานก็จะกลายเป็นภาระที่ต้องอธิบายหรือเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
ในทางความเชื่อเรื่องอักษรมงคลก็เช่นกัน ชื่อที่ดีควรสะท้อนตัวตนและเจตนาของเจ้าของแบรนด์ ไม่ใช่สะท้อนที่มาของกระบวนการผลิตซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสัญญาทางธุรกิจ
หลักอักษรมงคลใช้กับชื่อ Own Brand ได้ไหม หรือต้องเน้นจดจำง่ายก่อน
ใช้ได้เช่นเดียวกับการตั้งชื่อธุรกิจทั่วไป แต่สำหรับ Own Brand ที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ความจดจำง่ายและการค้นหาเจอมักมีน้ำหนักมากกว่าความหมายมงคลเพียงอย่างเดียว เพราะลูกค้าต้องพิมพ์ชื่อค้นหาในแอปช้อปปิ้งหรือโซเชียลมีเดีย ชื่อที่สะกดยากหรือออกเสียงกำกวมอาจทำให้หาสินค้าไม่เจอทั้งที่ตั้งใจจะซื้อ
แนวทางที่นิยมทำกันคือเลือกคำที่มีความหมายมงคลตามอักษรวันเกิดของเจ้าของแบรนด์หรือความหมายที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้า แล้วนำไปทดสอบกับคนกลุ่มเล็ก ๆ ว่าออกเสียงและสะกดตามได้ง่ายหรือไม่ ก่อนสรุปเป็นชื่อจริงที่จะใช้ต่อเนื่องยาว
เช็กชื่อซ้ำกับสินค้าอื่นที่โรงงานเดียวกันผลิตให้แบรนด์คู่แข่ง ทำอย่างไร
นี่คือจุดเสี่ยงที่ธุรกิจผลิตเองไม่ค่อยเจอ เพราะโรงงาน OEM หลายแห่งไม่ได้ผลิตสูตรเฉพาะให้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเท่านั้น สูตรครีมบำรุงผิวหรืออาหารเสริมสูตรเดียวกันอาจถูกนำไปติดชื่อแบรนด์ต่างกันหลายสิบแบรนด์วางขายในตลาดเดียวกัน ทำให้โอกาสที่ชื่อแบรนด์ใหม่จะไปคล้ายหรือใกล้เคียงกับแบรนด์อื่นที่ใช้โรงงานเดียวกันมีสูงกว่าปกติ
ก่อนเคาะชื่อจริง ควรค้นหาชื่อที่คิดไว้ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียที่ขายสินค้าประเภทเดียวกัน ลองถามโรงงาน OEM ตรง ๆ ด้วยว่ามีแบรนด์อื่นใช้ชื่อคล้ายกันหรือไม่ เพราะโรงงานมักรู้จักลูกค้ารายอื่นที่ผลิตสูตรใกล้เคียงกันอยู่แล้ว
จดเครื่องหมายการค้าตอนเริ่มจ้าง OEM ควรทำก่อนหรือหลังผลิตจริง
ควรเริ่มตรวจสอบตั้งแต่ก่อนสั่งผลิตล็อตแรกและก่อนออกแบบบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก เพราะการแก้ไขชื่อหลังผลิตสินค้าและพิมพ์บรรจุภัณฑ์ไปแล้วมีต้นทุนสูงกว่าการตรวจสอบล่วงหน้ามาก ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบความพร้อมใช้ของชื่อและยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ด้วยตนเองหรือผ่านตัวแทน รายละเอียดขั้นตอนและค่าธรรมเนียมควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงจากเว็บไซต์ของหน่วยงาน เพราะระเบียบและอัตราอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ
ธุรกิจ Own Brand จำนวนมากมักรีบผลิตสินค้าออกขายก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องจดทะเบียนทีหลัง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะถ้าพบภายหลังว่าชื่อไปพ้องกับเครื่องหมายการค้าที่มีอยู่ก่อน อาจต้องเปลี่ยนชื่อทั้งที่ลูกค้าเริ่มจดจำแบรนด์ไปแล้ว
เช็กลิสต์ตั้งชื่อแบรนด์ Own Brand ก่อนเซ็นสัญญาผลิต
- ชื่อไม่มีคำที่บ่งบอกชื่อโรงงานหรือแหล่งผลิตโดยตรง
- ค้นหาชื่อในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียแล้วไม่พบแบรนด์อื่นใช้ชื่อคล้ายกันในสินค้าประเภทเดียวกัน
- ทดสอบให้คนนอกอ่านและออกเสียงชื่อ แล้วสะกดตามได้ถูกต้อง
- ตรวจสอบความพร้อมใช้ของชื่อกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนสั่งผลิตล็อตแรก
- ถ้าครอบครัวหรือเจ้าของธุรกิจถือเรื่องอักษรมงคล ตรวจสอบอักษรตามวันเกิดควบคู่ไปกับความจดจำง่าย
- เตรียมแผนสำรองชื่อไว้อย่างน้อยหนึ่งชื่อ ในกรณีที่ชื่อแรกไม่ผ่านการตรวจสอบ
ข้อควรระวัง
- อย่าเร่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์จำนวนมากก่อนตรวจสอบความพร้อมใช้ของชื่อให้แน่ใจ เพราะการแก้ไขภายหลังมีต้นทุนสูงกว่าที่คิด
- อย่าใช้ชื่อที่พ้องหรือใกล้เคียงกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วในตลาดเดียวกัน แม้จะเป็นสินค้าคนละสูตรก็ตาม เพราะเสี่ยงทั้งเรื่องกฎหมายและความเข้าใจผิดของลูกค้า
- อย่าตัดสินใจเปลี่ยนโรงงานผลิตโดยลืมตรวจสอบว่าชื่อแบรนด์เดิมยังคงใช้ได้ปกติกับสูตรหรือกระบวนการผลิตใหม่หรือไม่
สรุป
การตั้งชื่อสินค้า Own Brand ที่จ้าง OEM ผลิตให้มีจุดที่ต้องระวังมากกว่าการตั้งชื่อสินค้าทั่วไป เพราะกระบวนการผลิตไม่ได้อยู่ในมือเจ้าของแบรนด์ทั้งหมด ชื่อที่ดีจึงควรยืนได้ด้วยตัวเองโดยไม่ผูกกับโรงงานผู้ผลิต ผ่านการเช็กความซ้ำซ้อนกับแบรนด์อื่นที่อาจใช้โรงงานเดียวกัน และผ่านการตรวจสอบสิทธิ์เครื่องหมายการค้าก่อนลงทุนผลิตและพิมพ์บรรจุภัณฑ์จำนวนมาก หากทำตามลำดับนี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงที่ต้องมาเปลี่ยนชื่อแบรนด์ภายหลังเมื่อธุรกิจเริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว







