อักษรมงคลกับการจดเครื่องหมายการค้า เจ้าของธุรกิจสงสัยอะไรบ้างก่อนตั้งชื่อสินค้าตามวันเกิด

การตั้งชื่อสินค้าตามวันเกิดคือการเลือกอักษรหรือเสียงมงคลตามวันเกิดของเจ้าของธุรกิจมาผสมกับชื่อแบรนด์ ช่วยให้เจ้าของรู้สึกมั่นใจ แต่ควรตรวจสอบว่าชื่อไม่ซ้ำและจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้จริงก่อนใช้งานจริง เพราะความมงคลไม่ได้แปลว่าจดทะเบียนผ่านเสมอไป
คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามบ่อยที่สุดก่อนตั้งชื่อสินค้าตามวันเกิด วนอยู่สี่เรื่อง — อักษรมงคลประจำวันเกิดของตัวเองมีตัวไหนบ้าง สีมงคลควรใช้กับโลโก้มากแค่ไหน ควรยึดวันเกิดเจ้าของหรือวันเกิดกลุ่มลูกค้า และชื่อที่มงคลแล้วจะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าผ่านหรือไม่
ข้อสุดท้ายคือข้อที่คนเจ็บตัวมากที่สุด เพราะอักษรมงคลกับเกณฑ์การจดทะเบียนเป็นคนละระบบกันโดยสิ้นเชิง กรมทรัพย์สินทางปัญญาดูว่าชื่อซ้ำหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดไว้ก่อนหรือไม่ ไม่ได้ดูว่าเจ้าของเกิดวันอะไร ชื่อที่มงคลครบทุกพยัญชนะจึงถูกปฏิเสธได้ตามปกติ
ลำดับที่ปลอดภัยกว่าคือร่างชื่อจากอักษรมงคลให้ได้สักสามถึงห้าตัวเลือก แล้วเอาไปสืบค้นในระบบเครื่องหมายการค้าให้ครบทุกชื่อ ก่อนจะไปสั่งทำป้าย บรรจุภัณฑ์ หรือจดโดเมน
ตั้งชื่อสินค้าตามวันเกิดคืออะไร ทำไมร้านค้าและแบรนด์เล็กถึงนิยม
การตั้งชื่อสินค้าตามวันเกิดคือการเลือกอักษร เสียง หรือสีที่เชื่อว่าเป็นมงคลกับวันเกิดของเจ้าของกิจการ แล้วนำมาผสมผสานเข้ากับชื่อแบรนด์หรือชื่อสินค้า แนวคิดนี้มาจากตำราโหราศาสตร์ไทยที่แบ่งอักษรและสีมงคลตามวันทั้งเจ็ดของสัปดาห์ ซึ่งคนไทยคุ้นเคยกันมาตั้งแต่การตั้งชื่อลูก
ร้านค้าและแบรนด์เล็กนิยมแนวทางนี้เพราะการเริ่มต้นธุรกิจมีความไม่แน่นอนสูง เจ้าของกิจการจำนวนมากจึงอยากมีจุดยึดเหนี่ยวทางใจบางอย่างตั้งแต่วันแรก การได้ชื่อที่ผ่านการคิดมาอย่างตั้งใจและเชื่อมโยงกับตัวเองก็ช่วยให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้นเวลาต้องพูดถึงแบรนด์กับลูกค้าหรือคู่ค้า แม้จะไม่มีอะไรรับประกันผลลัพธ์ทางธุรกิจก็ตาม
อักษรมงคลประจำวันเกิดมีผลต่อการตั้งชื่อสินค้าอย่างไร
ตามตำราโหราศาสตร์ไทย แต่ละวันเกิดมีกลุ่มพยัญชนะที่ถือว่าเป็นมงคลและกลุ่มที่ควรเลี่ยง เช่น คนเกิดวันอาทิตย์มักแนะนำให้ใช้อักษรกลุ่มสระเป็นตัวนำ ส่วนคนเกิดวันจันทร์นิยมอักษรกลุ่ม กข ผู้ที่ต้องการตั้งชื่อสินค้าตามแนวทางนี้จึงมักเริ่มจากอักษรมงคลของตัวเองก่อน แล้วค่อยหาคำที่มีความหมายเข้ากับสินค้า
จุดที่ต้องระวังคือการยึดอักษรมงคลมากเกินไปจนได้ชื่อที่ออกเสียงยากหรือไม่เป็นธรรมชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนดิ้งหลายคนแนะนำให้ใช้อักษรมงคลเป็นจุดตั้งต้น แล้วปรับให้ชื่อฟังลื่นหูและจำง่ายเป็นลำดับถัดไป เพราะชื่อที่ลูกค้าจำไม่ได้หรือสะกดผิดบ่อย ไม่ว่าจะมงคลแค่ไหนก็ยากที่จะช่วยธุรกิจได้จริง
ในทางปฏิบัติ คนตั้งชื่อจริงมักทำสองขั้นตอนคู่กัน ขั้นแรกคือลิสต์อักษรมงคลของตัวเองออกมาให้หมด ขั้นที่สองคือลองผสมคำที่มีอักษรเหล่านั้นกับคำที่สื่อถึงตัวสินค้าโดยตรง เช่น ถ้าขายสบู่และอักษรมงคลอยู่ในกลุ่มสระ ก็อาจลองคำที่ขึ้นต้นด้วยสระแล้วตามด้วยคำว่า "ใส" หรือ "หอม" เพื่อให้ชื่อสื่อถึงสินค้าไปพร้อมกับความมงคล วิธีนี้ช่วยไม่ให้หลงทางไปกับอักษรมงคลจนลืมว่าชื่อต้องสื่อถึงสินค้าด้วย
สีมงคลประจำวันเกิดควรใช้กับโลโก้หรือชื่อแบรนด์แค่ไหน
สีมงคลประจำวันเกิดมักถูกนำมาใช้กับโลโก้ บรรจุภัณฑ์ หรือธีมสีของร้านมากกว่าตัวชื่อโดยตรง เพราะสีเป็นองค์ประกอบภาพที่ปรับใช้ได้ยืดหยุ่นกว่าตัวอักษรในชื่อ คนเกิดวันศุกร์อาจเลือกใช้สีฟ้าเป็นโทนหลักของแบรนด์ ขณะที่คนเกิดวันอังคารอาจเลือกโทนสีชมพูหรือแดงอมชมพู
อย่างไรก็ตาม การเลือกสีแบรนด์ไม่ควรยึดความมงคลอย่างเดียวจนละเลยหลักการตลาด สีบางสีอาจเข้ากับหมวดสินค้าบางประเภทมากกว่า เช่น สินค้าเด็กมักใช้โทนพาสเทลไม่ว่าเจ้าของจะเกิดวันไหน ทางที่ดีคือเลือกสีที่ทั้งมงคลกับตัวเองและเหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไปพร้อมกัน แทนที่จะยึดอย่างใดอย่างหนึ่งสุดโต่ง
วิธีที่หลายแบรนด์เล็กใช้จริงคือเลือกสีมงคลประจำวันเกิดเป็นสีรอง แล้วให้สีหลักของแบรนด์มาจากลักษณะสินค้าหรือความรู้สึกที่อยากสื่อสารกับลูกค้า เช่น แบรนด์ขายเทียนหอมของคนเกิดวันอังคารอาจใช้สีชมพูอมส้มเป็นจุดเน้นในโลโก้เล็ก ๆ แต่ให้โทนหลักของบรรจุภัณฑ์เป็นสีธรรมชาติที่สื่อถึงความผ่อนคลาย วิธีนี้ทำให้ได้ทั้งความรู้สึกมงคลส่วนตัวและภาพลักษณ์ที่ตรงกับสินค้าไปพร้อมกัน
ตั้งชื่อตามวันเกิดเจ้าของธุรกิจ กับตามวันเกิดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เลือกแบบไหนดี
คำถามนี้พบบ่อยในกลุ่มคนที่เริ่มทำธุรกิจใหม่ ๆ เพราะบางคนอยากใช้อักษรมงคลของตัวเองเพื่อความสบายใจส่วนตัว ในขณะที่บางคนมองว่าควรตั้งชื่อให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าที่อยากขายมากกว่า เช่น สินค้าสายมูสำหรับคนเกิดวันเสาร์ ก็อาจอยากได้ชื่อที่สื่อถึงวันเสาร์แทนที่จะใช้อักษรมงคลของเจ้าของร้านเอง
ในทางปฏิบัติ หากสินค้าเน้นขายตัวตนของเจ้าของกิจการ เช่น แบรนด์ส่วนตัวหรืองานฝีมือ การใช้อักษรมงคลของตัวเองจะสมเหตุสมผลกว่า แต่ถ้าสินค้าต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่มีความเชื่อเรื่องวันเกิดของตัวเอง การออกแบบชื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายอาจได้ผลดีกว่าในเชิงการตลาด ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องตายตัวเพียงข้อเดียว ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าตัวนั้นขายอะไรเป็นหลัก
ก่อนตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่ง ลองถามตัวเองด้วยคำถามสั้น ๆ เหล่านี้
- สินค้าตัวนี้ขายเพราะตัวตนของเจ้าของ หรือขายเพราะฟังก์ชันของสินค้าเป็นหลัก
- กลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ความสำคัญกับความเชื่อเรื่องวันเกิดมากน้อยแค่ไหน
- ถ้าธุรกิจขยายทีมในอนาคต ชื่อที่ผูกกับวันเกิดคนเดียวยังเหมาะสมอยู่หรือไม่
คำตอบของคำถามเหล่านี้มักช่วยชี้ทางได้ชัดกว่าการยึดความเชื่ออย่างเดียว เพราะชื่อแบรนด์ที่ดีต้องอยู่ได้นานกว่าช่วงเริ่มต้นธุรกิจ
ตัวอย่างความเสี่ยงเมื่อตั้งชื่อตามวันเกิดแล้วจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่ผ่าน
กรณีที่พบได้บ่อยคือร้านค้าเลือกใช้อักษรมงคลนำหน้าตามความเชื่อประจำวันเกิด ได้ชื่อที่ฟังดูไพเราะและถูกใจ จึงสั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ไปแล้วจำนวนมากก่อนจะยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
เมื่อยื่นคำขอกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา อาจพบว่าชื่อที่เลือกไปพ้องเสียงหรือมีความหมายใกล้เคียงกับแบรนด์ที่จดทะเบียนไว้ก่อนแล้วในหมวดสินค้าเดียวกัน ทำให้คำขอไม่ผ่านการพิจารณา เจ้าของร้านต้องเสียเงินพิมพ์บรรจุภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดและปรับชื่อแบรนด์เพื่อให้ผ่านการจดทะเบียน
ที่หนักกว่านั้นคือช่วงเวลาที่เสียไประหว่างรอผลการพิจารณา เพราะร้านยังต้องขายสินค้าต่อไปโดยใช้ชื่อเดิมที่ยังไม่ผ่านการจดทะเบียน ทำให้เสี่ยงถูกร้องเรียนจากเจ้าของแบรนด์เดิมได้ตลอดเวลา บทเรียนสำคัญคือควรตรวจสอบชื่อในระบบสืบค้นเครื่องหมายการค้าตั้งแต่ขั้นตอนคิดชื่อ ก่อนลงทุนผลิตสื่อหรือบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก ไม่ใช่รอจนสินค้าพร้อมขายแล้วค่อยไปตรวจสอบทีหลัง เพราะค่าใช้จ่ายในการแก้ไขทีหลังสูงกว่าค่าตรวจสอบล่วงหน้าหลายเท่า
สรุป
การตั้งชื่อสินค้าตามวันเกิดเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่อยากได้ชื่อแบรนด์ซึ่งมีความหมายผูกพันกับตัวเอง แต่ไม่ควรหยุดอยู่แค่ขั้นตอนดูอักษรมงคลอย่างเดียว ต้องตรวจสอบทั้งเรื่องการออกเสียง ความหมายในบริบทการตลาด และที่สำคัญที่สุดคือการตรวจสอบว่าชื่อนั้นซ้ำกับเครื่องหมายการค้าที่มีอยู่แล้วหรือไม่ ก่อนลงทุนผลิตบรรจุภัณฑ์หรือสื่อโฆษณาจำนวนมาก ใครที่กำลังคิดชื่อแบรนด์อยู่ อาจลองอ่านแนวทางการเลือกชื่อที่มีความหมายดีเพิ่มเติมได้ในตั้งชื่อสินค้าให้มีความหมายดี เพื่อเทียบมุมมองก่อนตัดสินใจเลือกชื่อสุดท้าย








