สงสัยเรื่องตั้งชื่อแบรนด์ ตามวันเกิด? ตอบคำถามสำคัญก่อนนำไปใช้จริง

หากมีหุ้นส่วนหลายคนให้เลือกวันเกิดของผู้ก่อตั้งหลักหรือคนถือหุ้นมากสุดเป็นฐาน ถ้าอักษรมงคลขัดกับอักษรกาลกิณีให้เลี่ยงอักษรกาลกิณีก่อนเสมอ ส่วนชื่อที่ออกเสียงยากปรับสะกดหรือเลือกคำพ้องเสียงได้ ตราบใดที่ยังอยู่ในกลุ่มอักษรมงคลเดิม
กลุ่มไลน์เพื่อนที่เพิ่งเปิดร้านกาแฟด้วยกันสามคนเถียงกันอยู่พักใหญ่ว่าจะเอาชื่อของใครเป็นฐานตั้งชื่อร้าน เพราะแต่ละคนเกิดคนละวัน ไปถามหมอดูก็ได้คำตอบไม่ตรงกัน ไปอ่านในเว็บก็เจอแต่บทความอธิบายทฤษฎีกว้าง ๆ ไม่มีใครตอบคำถามที่ใช้ได้จริงตรง ๆ สักที สุดท้ายเลื่อนเปิดร้านไปสองสัปดาห์เพราะตัดสินใจเรื่องชื่อไม่ได้
คำถามแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากกับคนที่กำลังจะตั้งชื่อแบรนด์ตามวันเกิดจริง ๆ เพราะตำราให้หลักการกว้าง ๆ ไว้ แต่สถานการณ์จริงมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ตำราไม่ได้ครอบคลุมทุกกรณี บทความนี้รวบรวมคำถามที่คนทำธุรกิจถามกันบ่อยที่สุดเวลาจะใช้หลักวันเกิดมาตั้งชื่อแบรนด์ พร้อมคำตอบที่ใช้ตัดสินใจได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีลอย ๆ ถ้าใครยังไม่เคยอ่านหลักการพื้นฐาน แนะนำให้ดูหลักการตั้งชื่อแบรนด์ตามวันเกิด ก่อนเพื่อปูพื้นฐาน แล้วค่อยกลับมาไล่คำถามในนี้
ถ้าหุ้นส่วนเกิดคนละวัน ต้องใช้วันเกิดใครเป็นหลัก
นี่คือคำถามที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มธุรกิจที่เริ่มด้วยหุ้นส่วนหลายคน คำตอบที่ใช้กันทั่วไปคือเลือกวันเกิดของผู้ก่อตั้งหลักหรือคนที่ถือหุ้นมากที่สุด เพราะถือว่าเป็นเจ้าของตัวจริงที่ดวงผูกกับธุรกิจมากที่สุด แต่ถ้าหุ้นส่วนทุกคนถือหุ้นเท่ากันและมีบทบาทพอ ๆ กันจริง ๆ บางสำนักแนะนำให้ใช้วันที่จดทะเบียนนิติบุคคลแทน เพราะถือเป็นวันเกิดของบริษัทเอง ไม่ต้องเลือกข้างใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้อีกฝ่ายรู้สึกน้อยใจ
อีกทางเลือกที่หลายทีมทำกันคือดูอักษรมงคลของทุกคนพร้อมกัน แล้วเลือกคำที่อักษรตัวแรกตรงกับอักษรมงคลของอย่างน้อยสองในสามคน ถ้าหาคำแบบนั้นได้ก็ถือว่าลงตัวโดยไม่ต้องทะเลาะกันว่าใครสำคัญกว่าใคร วิธีนี้ใช้เวลานานกว่าแต่ลดความขัดแย้งในทีมได้ดีกว่าการเลือกวันเกิดคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว
อักษรมงคลกับอักษรกาลกิณีขัดกันเอง แก้ยังไง
บางวันเกิดมีอักษรมงคลกับอักษรกาลกิณีที่ใกล้เคียงกันจนหาคำที่ลงตัวสมบูรณ์แบบยาก กรณีแบบนี้หลักที่ใช้กันคือเลี่ยงอักษรกาลกิณีเป็นอันดับแรกเสมอ เพราะถือเป็นข้อห้ามที่หนักกว่าการมีอักษรมงคลครบทุกตัว จากนั้นค่อยพยายามให้ตัวอักษรหลักของชื่อมีอักษรมงคลผสมอยู่บ้างเท่าที่หาคำได้
ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองให้ได้อักษรมงคลครบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะชื่อธุรกิจมีหน้าที่สื่อสารกับลูกค้าจริงด้วย ไม่ใช่แค่ต้องถูกตามตำราอย่างเดียว ชื่อที่ถูกหลักทุกตัวอักษรแต่ลูกค้าจำไม่ได้หรือพูดไม่ถนัดปาก ก็ไม่ได้ช่วยธุรกิจมากเท่าที่ควร สมดุลระหว่างความถูกต้องทางความเชื่อกับความใช้งานได้จริงต่างหากที่สำคัญกว่า
ชื่อที่ได้ตามเกณฑ์วันเกิดออกเสียงยากหรือดูเชย ปรับได้แค่ไหน
ปรับได้พอสมควร ตราบใดที่ตัวอักษรตัวแรกหรือกลุ่มอักษรหลักของชื่อยังอยู่ในกลุ่มมงคลเดิม การเปลี่ยนตัวสะกด เติมคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ หรือผสมคำให้ฟังดูทันสมัยขึ้นเป็นสิ่งที่นักตั้งชื่อธุรกิจทำกันเป็นปกติ ไม่ใช่การผิดหลักแต่อย่างใด
ตัวอย่างเช่น ถ้าอักษรมงคลตกที่ตัว ก ชื่อ "กรกช" อาจฟังดูเป็นทางการเกินไปสำหรับร้านกาแฟสายฮิปสเตอร์ ก็สามารถปรับเป็น "Korn" หรือผสมกับคำอังกฤษที่สื่อถึงกาแฟได้ โดยยังยึดอักษร ก เป็นแกนหลัก สิ่งที่ควรระวังคือชื่อที่จำยากหรือออกเสียงลำบากมีผลเสียต่อธุรกิจในระยะยาวมากกว่าการขาดอักษรมงคลไปสักตัว ควรชั่งน้ำหนักทั้งสองด้านให้ดี
มีแบรนด์อยู่แล้วอยากปรับตามวันเกิด ต้องรื้อใหม่ทั้งหมดไหม
ไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งหมด นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก หลายแบรนด์ที่มีลูกค้าประจำอยู่แล้วเลือกวิธีปรับแค่บางส่วนแทน เช่น เพิ่มคำนำหน้าหรือคำท้ายที่มีอักษรมงคลเข้าไปในชื่อเดิม ปรับสโลแกนให้มีคำมงคลแทรกอยู่ หรือปรับเฉพาะชื่อบริษัทในเอกสารทางการโดยไม่แตะชื่อแบรนด์ที่ลูกค้าคุ้นเคย
การเปลี่ยนชื่อแบรนด์ทั้งหมดมีต้นทุนที่มองไม่เห็นในตอนแรกแต่กระทบหนักในระยะยาว คือการรับรู้แบรนด์ที่ลูกค้าสร้างไว้ในหัวจะหายไปพร้อมชื่อเดิม ต้องเริ่มสร้างการจดจำใหม่ทั้งหมด รวมถึงต้นทุนเปลี่ยนป้าย บรรจุภัณฑ์ และช่องทางออนไลน์ ก่อนตัดสินใจรื้อทั้งหมดควรชั่งน้ำหนักระหว่างความสบายใจเรื่องความเชื่อกับความเสี่ยงทางธุรกิจที่จับต้องได้จริงให้รอบคอบ
ใช้ได้กับธุรกิจออนไลน์หรือเฉพาะร้านที่มีหน้าร้าน
หลักการตั้งชื่อแบรนด์ตามวันเกิดไม่ได้จำกัดเฉพาะร้านที่มีหน้าร้านจริงเท่านั้น เพจขายของในโซเชียลมีเดีย ร้านค้าออนไลน์ หรือแบรนด์ที่ขายผ่านมาร์เก็ตเพลสก็นำหลักนี้ไปใช้ได้เหมือนกันทุกประการ เพราะหลักการอิงจากวันเกิดของเจ้าของธุรกิจ ไม่ได้อิงจากรูปแบบการขาย
สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจออนไลน์คือการตรวจสอบชื่อซ้ำกับบัญชีโซเชียลมีเดียและชื่อโดเมนที่จะใช้จริง เพราะเป็นคนละเรื่องกับความถูกต้องทางอักษรศาสตร์ ชื่อที่ถูกหลักมงคลทุกตัวแต่มีคนใช้ชื่อบัญชีนั้นอยู่แล้วในแพลตฟอร์มหลักก็ต้องปรับหาชื่อสำรองอยู่ดี ควรเช็กความพร้อมใช้งานของชื่อในทุกช่องทางที่วางแผนจะใช้ตั้งแต่ต้น ก่อนไปถึงขั้นตอนจดทะเบียนหรือพิมพ์สื่อโฆษณา
ตั้งตามวันเกิดแล้วชื่อไปซ้ำกับคนอื่นในตลาดเดียวกัน ทำไงดี
เรื่องนี้เกิดขึ้นได้บ่อยกว่าที่คิด เพราะคนที่เกิดวันเดียวกันมีอักษรมงคลชุดเดียวกัน จึงมีโอกาสตั้งชื่อคล้ายกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ถ้าพบว่าชื่อที่คิดไว้ไปพ้องหรือใกล้เคียงกับแบรนด์อื่นในธุรกิจเดียวกัน ควรปรับทันทีแม้จะอยากยึดอักษรมงคลตัวเดิมก็ตาม เพราะความสับสนของลูกค้าและความเสี่ยงด้านเครื่องหมายการค้าสำคัญกว่าความถูกต้องทางความเชื่อ
วิธีแก้คือลองสลับคำ เติมคำขยายที่บ่งบอกจุดขายเฉพาะของแบรนด์ตัวเอง หรือเปลี่ยนไปใช้คำอื่นในกลุ่มอักษรมงคลเดียวกันที่ยังไม่มีใครใช้ ตารางด้านล่างสรุปแนวทางแก้ปัญหาแต่ละกรณีให้เห็นภาพชัดขึ้น
| สถานการณ์ | แนวทางแก้ | สิ่งที่ควรเลี่ยง |
|---|---|---|
| ชื่อซ้ำเป๊ะกับแบรนด์คู่แข่ง | เปลี่ยนคำทันที แม้ยึดอักษรมงคลเดิมได้ | อย่าฝืนใช้ชื่อซ้ำเพราะเสี่ยงเรื่องเครื่องหมายการค้า |
| ชื่อคล้ายแต่ต่างธุรกิจกัน | ประเมินว่าลูกค้าจะสับสนจริงหรือไม่ | อย่าตัดสินใจจากความรู้สึกอย่างเดียว |
| ชื่อพ้องเสียงแต่สะกดต่าง | ปรับตัวสะกดให้แตกต่างชัดเจนขึ้น | อย่าใช้ตัวสะกดที่อ่านสับสนได้ง่าย |
เมื่อไหร่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อเพิ่มเติม
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังตัดสินใจไม่ได้ หรือเจอกรณีที่ซับซ้อนกว่าที่กล่าวมา เช่น ธุรกิจที่มีหุ้นส่วนหลายฝ่ายที่แต่ละฝ่ายถือหุ้นใกล้เคียงกันมาก หรือธุรกิจที่ต้องขยายไปหลายประเทศจนต้องคำนึงถึงความหมายในภาษาอื่นด้วย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อธุรกิจโดยตรงจะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าลองผิดลองถูกเอง
ผู้เชี่ยวชาญที่ดีควรอธิบายเหตุผลของแต่ละคำแนะนำได้ ไม่ใช่แค่บอกว่าชื่อนี้ดีชื่อนี้ไม่ดีโดยไม่มีที่มา และควรเปิดให้ถามคำถามเพิ่มเติมได้ตามสถานการณ์จริงของธุรกิจ ไม่ใช่การให้คำตอบสำเร็จรูปแบบเดียวกับทุกคน สุดท้ายแล้วชื่อแบรนด์ต้องเหมาะกับธุรกิจจริงของแต่ละคน ไม่มีสูตรสำเร็จเดียวที่ใช้ได้กับทุกคนเหมือนกันหมด
สรุป
คำถามส่วนใหญ่ที่คนตั้งชื่อแบรนด์ตามวันเกิดสงสัยไม่ได้มีคำตอบผิดหรือถูกตายตัวขนาดนั้น สิ่งที่ตำราให้มาเป็นกรอบกว้าง ๆ ให้เริ่มต้น แต่การนำไปใช้จริงต้องผสมกับสามัญสำนึกทางธุรกิจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุ้นส่วนหลายคน อักษรขัดกันเอง หรือแบรนด์เดิมที่ลูกค้าจำได้แล้ว หลักที่ยึดได้เสมอคือเลี่ยงข้อห้ามหนัก ๆ อย่างอักษรกาลกิณีก่อน แล้วค่อยหาจุดสมดุลระหว่างความเชื่อกับความใช้งานได้จริง ถ้ายังไม่มั่นใจลองอ่านขั้นตอนเริ่มต้นตั้งชื่อแบรนด์ตามวันเกิดทีละขั้น เพิ่มเติม จะช่วยให้เห็นภาพรวมทั้งกระบวนการชัดขึ้นก่อนตัดสินใจจริง











