ตั้งชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ หมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโด ให้มงคลและขายง่าย

ชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ดีต้องสื่อทำเลหรือไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย มีความหมายมงคลที่ผู้ซื้อรู้สึกดีตั้งแต่ได้ยินครั้งแรก และยังขยายไปตั้งชื่อเฟสถัดไปได้โดยไม่ต้องคิดใหม่ทั้งหมด ก่อนใช้จริงควรตรวจสอบว่าไม่ซ้ำกับโครงการของผู้ประกอบการรายอื่นในละแวกใกล้เคียง และไม่ขัดกับข้อกำหนดการโฆษณาหรือการจดทะเบียนอาคารชุดตามกฎหมาย
คนซื้อบ้านหรือคอนโดสักหลังมักจำชื่อโครงการได้ก่อนจำชื่อบริษัทผู้พัฒนาเสียอีก เพราะชื่อโครงการคือสิ่งที่ปรากฏบนป้ายทางเข้า บนโบรชัวร์ บนป้ายโฆษณาริมถนน และในบทสนทนาที่คนแนะนำกันปากต่อปาก ผู้พัฒนาโครงการรายเล็กหลายรายจึงเจอปัญหาเดียวกันคือคิดชื่อโครงการได้หลายชื่อ แต่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรให้ทั้งมงคลและขายง่ายไปพร้อมกัน
ชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างจากชื่อร้านหรือชื่อบริษัททั่วไปตรงที่ต้องอยู่ยาวนานหลายปีตลอดอายุโครงการ ต้องรองรับการขยายเป็นหลายเฟส และต้องสร้างความรู้สึกมั่นคงน่าเชื่อถือให้คนกล้าตัดสินใจซื้อสินทรัพย์ราคาสูง บทความนี้จะวางกรอบคิดตั้งชื่อโครงการให้ครอบคลุมทุกจุดเหล่านี้
ชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ ต่างจากชื่อร้านหรือชื่อบริษัททั่วไปตรงไหน
ชื่อร้านค้าทั่วไปมักถูกใช้ในช่วงเวลาสั้นกว่าและเปลี่ยนได้ง่ายกว่าถ้าธุรกิจอยากรีแบรนด์ แต่ชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ผูกติดกับเอกสารสิทธิ์ โฉนดที่ดิน และนิติบุคคลอาคารชุดหรือหมู่บ้านไปตลอดอายุการอยู่อาศัยของผู้ซื้อ การเปลี่ยนชื่อโครงการภายหลังทำได้ยากกว่าชื่อร้านมาก เพราะกระทบเอกสารของผู้ซื้อทุกรายที่โอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว
อีกจุดต่างคือชื่อโครงการต้องสร้างความรู้สึกมั่นคงและน่าเชื่อถือมากกว่าชื่อร้านทั่วไป เพราะผู้ซื้อกำลังตัดสินใจเรื่องเงินก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตของหลายคน ชื่อที่ฟังดูเล่น ๆ หรือทันสมัยเกินไปอาจไม่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่มองหาความมั่นคงระยะยาว ขณะที่ชื่อที่เป็นทางการเกินไปก็อาจไม่ดึงดูดกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มองหาไลฟ์สไตล์
องค์ประกอบของชื่อโครงการที่มีผลต่อการขาย ไม่ใช่แค่ความมงคล
ชื่อโครงการที่ขายดีมักประกอบด้วยสองส่วนคือส่วนที่บอกทำเลหรือจุดเด่นของพื้นที่ และส่วนที่เป็นคำมงคลหรือคำที่สื่อไลฟ์สไตล์ ตัวอย่างเช่น ชื่อที่ขึ้นต้นด้วยชื่อถนนหรือย่านที่คนรู้จักดี ตามด้วยคำที่สื่อความหมายมงคลหรือความสงบร่มรื่น การมีส่วนบอกทำเลช่วยให้ผู้ซื้อจำได้ทันทีว่าโครงการอยู่แถวไหน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่คนใช้ค้นหาโครงการทางออนไลน์
นอกจากทำเล ชื่อโครงการยังควรสื่อระดับราคาหรือกลุ่มเป้าหมายทางอ้อมด้วย เช่น โครงการระดับบนมักใช้คำที่ฟังดูหรูและเรียบง่าย ขณะที่โครงการระดับกลางมักใช้คำที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง การเลือกโทนคำให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากกว่าความมงคลเพียงอย่างเดียว
ใส่ความเชื่อมงคลเข้าไปในชื่อโครงการแบบไหนที่ลูกค้าไทยคุ้นเคย
ผู้ซื้อบ้านคนไทยจำนวนมากยังให้ความสำคัญกับความรู้สึกมงคลของชื่อโครงการที่จะอยู่อาศัยระยะยาว แนวทางที่พบบ่อยคือเลือกคำที่สื่อถึงความมั่งคั่ง ความสงบ หรือความเจริญรุ่งเรือง แล้วนำไปตรวจสอบเลขศาสตร์เช่นเดียวกับการตั้งชื่อธุรกิจทั่วไป ซึ่งมีหลักการคำนวณอยู่ในตั้งชื่อบริษัทภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างไร
อีกแนวทางหนึ่งคือเลือกคำที่มีรากศัพท์เกี่ยวกับธรรมชาติที่เชื่อว่าเสริมพลังงานดี เช่น คำที่สื่อถึงต้นไม้ใหญ่ สายน้ำ หรือทิศทางที่เป็นมงคล ซึ่งเข้ากับแนวคิดโครงการที่เน้นพื้นที่สีเขียวอยู่แล้ว ทำให้ความมงคลของชื่อสอดคล้องไปกับการออกแบบภูมิทัศน์จริงของโครงการด้วย ไม่ใช่แค่คำที่ลอยอยู่บนป้ายเพียงอย่างเดียว
ชื่อโครงการภาษาอังกฤษหรือทับศัพท์ ยังนับเลขศาสตร์ได้ไหม
นับได้ตามหลักเลขศาสตร์ทั่วไปที่ใช้กับชื่อธุรกิจ แต่ผู้พัฒนาโครงการควรพิจารณาว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักก่อนเลือกใช้ภาษา โครงการที่เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติหรือคนรุ่นใหม่ในเมืองมักใช้ชื่อภาษาอังกฤษล้วนหรือทับศัพท์ทั้งชื่อ ขณะที่โครงการที่เจาะกลุ่มครอบครัวไทยดั้งเดิมมักยังนิยมชื่อไทยหรือชื่อผสมที่มีคำไทยปนอยู่ด้วย
สิ่งที่สำคัญกว่าการนับเลขศาสตร์คือการทดสอบว่าชื่อนั้นออกเสียงและเขียนถูกต้องได้ง่ายทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพราะชื่อโครงการจะถูกใช้ในเอกสารสัญญา ในป้ายโฆษณา และในการค้นหาออนไลน์พร้อมกันทั้งสองภาษา หากชื่อทับศัพท์แล้วสะกดผิดง่ายจะกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องไปถึงขั้นตอนทำการตลาดในอนาคต
ชื่อโครงการต้องต่างจากชื่อบริษัทแม่แค่ไหน
ไม่มีกฎตายตัวว่าต้องต่างหรือต้องเหมือน แต่มีข้อพิจารณาสองแนวทางที่ผู้พัฒนาส่วนใหญ่ใช้ แนวทางแรกคือให้ชื่อโครงการเป็นอิสระจากชื่อบริษัทแม่โดยสิ้นเชิง เพื่อให้แต่ละโครงการมีตัวตนของตัวเองและไม่ผูกภาพลักษณ์เข้ากับบริษัทแม่มากเกินไป เหมาะกับผู้พัฒนาที่มีหลายโครงการในหลายทำเลและหลายระดับราคา
แนวทางที่สองคือให้ชื่อโครงการมีส่วนหนึ่งของชื่อบริษัทแม่ปรากฏอยู่เสมอ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจากชื่อเสียงของบริษัทแม่โดยตรง เหมาะกับผู้พัฒนารายใหญ่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่แล้วและต้องการให้ผู้ซื้อมั่นใจว่าอยู่เครือเดียวกัน ทั้งสองแนวทางใช้ได้ผลดีในบริบทต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าชื่อบริษัทแม่เป็นจุดขายหรือไม่
ตรวจสอบชื่อโครงการซ้ำกับผู้ประกอบการรายอื่นอย่างไร
ก่อนสรุปชื่อโครงการควรตรวจสอบอย่างน้อยสามทาง ทางแรกคือค้นหาชื่อโครงการในเครื่องมือค้นหาออนไลน์และในเว็บไซต์รวมประกาศอสังหาริมทรัพย์ เพื่อดูว่ามีโครงการชื่อเดียวกันหรือใกล้เคียงกันในละแวกเดียวกันหรือไม่ ทางที่สองคือตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินในพื้นที่ที่โครงการตั้งอยู่ เพราะการจดทะเบียนจัดสรรที่ดินหรืออาคารชุดต้องใช้ชื่อโครงการเป็นข้อมูลอ้างอิงในเอกสารทางการ
ทางที่สามคือตรวจสอบกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาหากผู้พัฒนาต้องการจดทะเบียนชื่อโครงการเป็นเครื่องหมายการค้าเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการรายอื่นนำชื่อคล้ายกันไปใช้ในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้พัฒนารายใหญ่ที่วางแผนสร้างแบรนด์ระยะยาวมักทำควบคู่ไปกับการยื่นจดทะเบียนโครงการ
ชื่อโครงการเฟส 2 เฟส 3 ควรตั้งต่อเนื่องจากเฟสแรกแบบไหน
การตั้งชื่อเฟสถัดไปมีสองแนวทางหลักที่ใช้กันทั่วไป แนวทางแรกคือใช้ชื่อโครงการเดิมแล้วเติมหมายเลขเฟสหรือชื่อโซนต่อท้าย เช่น ชื่อโครงการตามด้วยเฟส 2 หรือตามด้วยชื่อโซนที่แตกต่างจากเฟสแรก วิธีนี้ช่วยให้ผู้ซื้อรู้ทันทีว่าอยู่ในเครือโครงการเดียวกัน และยังได้อานิสงส์จากชื่อเสียงที่เฟสแรกสร้างไว้แล้ว
แนวทางที่สองคือตั้งชื่อใหม่ทั้งหมดแต่ยังคงคำหรือธีมบางอย่างที่เชื่อมโยงกับเฟสแรกไว้ เช่น ใช้กลุ่มคำมงคลชุดเดียวกันแต่คนละคำ วิธีนี้เหมาะกับกรณีที่เฟสใหม่มีจุดขายต่างจากเฟสแรกชัดเจน เช่น เปลี่ยนรูปแบบที่อยู่อาศัยจากบ้านเดี่ยวเป็นทาวน์โฮม แต่ยังต้องการให้รู้สึกว่าเป็นตระกูลเดียวกันอยู่
ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ต้องรู้ก่อนตั้งชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์
การตั้งชื่อโครงการไม่ใช่แค่เรื่องความชอบส่วนตัวของผู้พัฒนา เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายจัดสรรที่ดินและกฎหมายอาคารชุดที่กำหนดให้ชื่อโครงการต้องตรงกับที่จดทะเบียนไว้กับหน่วยงานราชการ หากภายหลังต้องการเปลี่ยนชื่อ ต้องดำเนินการแก้ไขเอกสารทางการซึ่งมีขั้นตอนและอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
นอกจากนี้ การโฆษณาโครงการยังมีข้อกำหนดเรื่องความถูกต้องของข้อมูลที่สื่อสารต่อผู้บริโภค ชื่อโครงการที่สื่อความหมายเกินจริง เช่น อ้างว่าใกล้สถานที่สำคัญทั้งที่ระยะทางไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจเข้าข่ายการโฆษณาที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ผู้พัฒนาควรตรวจสอบรายละเอียดขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานที่ดินในพื้นที่ก่อนใช้ชื่อโครงการในสื่อโฆษณาอย่างเป็นทางการ
ข้อผิดพลาดที่ผู้พัฒนาโครงการมือใหม่มักเจอ
- ตั้งชื่อโครงการยาวเกินไปจนไม่พอดีกับป้ายทางเข้าหรือป้ายโฆษณาริมถนน
- เลือกชื่อที่ใกล้เคียงกับโครงการดังในละแวกเดียวกันจนผู้ซื้อสับสน
- ตั้งชื่อผูกกับจุดขายชั่วคราว เช่น โปรโมชันเปิดตัว ทำให้ชื่อดูล้าสมัยเมื่อเวลาผ่านไป
- ไม่ได้ตรวจสอบว่าชื่อภาษาอังกฤษที่ทับศัพท์มีความหมายไม่ดีในภาษาอื่นหรือไม่
- ตั้งชื่อเฟสใหม่แบบไม่มีความเชื่อมโยงกับเฟสแรกเลย ทำให้เสียโอกาสใช้ชื่อเสียงเดิมที่สร้างไว้
สรุป
ชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ดีต้องทำหน้าที่มากกว่าฟังดูมงคล เพราะต้องช่วยขายบ้านและอยู่กับผู้ซื้อไปอีกหลายสิบปีหลังโอนกรรมสิทธิ์ การผสมคำบอกทำเลเข้ากับคำมงคลอย่างมีจุดยืน การตรวจสอบชื่อซ้ำอย่างรอบด้าน และการวางแผนตั้งชื่อเฟสถัดไปตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ชื่อโครงการทำงานได้จริงตลอดอายุโครงการ ไม่ใช่แค่ดูดีตอนเปิดตัววันแรก







