ทำงานที่ co-working space เลือกโต๊ะและมุมนั่งยังไงให้ถูกฮวงจุ้ยเท่าที่เลือกได้

การจัดฮวงจุ้ยใน co-working space ทำได้เท่าที่พื้นที่เอื้ออำนวยเพราะควบคุมโครงสร้างไม่ได้เหมือนบ้านตัวเอง หลักที่ใช้ได้จริงคือเลือกโต๊ะที่นั่งหันหลังชนผนังหรือมีสิ่งกั้นด้านหลังแทนการนั่งหันหลังให้ทางเดินหรือประตูที่คนเดินผ่านบ่อย เลี่ยงมุมที่นั่งตรงใต้ท่อแอร์หรือใกล้ห้องน้ำมากเกินไป และพกของมงคลชิ้นเล็กอย่างพวงกุญแจหรือของตั้งโต๊ะขนาดจิ๋วติดตัวไปวางได้แม้จะเปลี่ยนที่นั่งทุกวัน ถ้าอยากได้ตำแหน่งที่ดีเป็นประจำแนะนำให้จองโต๊ะประจำล่วงหน้าแทนการใช้โต๊ะแบบสุ่มที่นั่ง
คนที่ทำงานฟรีแลนซ์หรือทำงานแบบไฮบริดหลายคนเปลี่ยนมาใช้ co-working space เป็นออฟฟิศชั่วคราว ข้อดีคือมีบรรยากาศทำงานที่ดีกว่าอยู่บ้านคนเดียว แต่ปัญหาที่ตามมาคือควบคุมตำแหน่งที่นั่งไม่ได้เหมือนโต๊ะทำงานที่บ้านตัวเอง วันนี้อาจได้นั่งมุมสวย พรุ่งนี้อาจต้องนั่งตรงทางเดินหลักที่คนเดินผ่านตลอดเวลา
บทความนี้จะพาดูว่าจัดฮวงจุ้ยในพื้นที่ที่ควบคุมไม่ได้เต็มที่แบบนี้ทำได้แค่ไหน มุมไหนควรเลี่ยงถ้าเลือกได้ แก้ยังไงเมื่อเลือกไม่ได้ ของมงคลชิ้นเล็กแบบไหนที่พกไปวางโต๊ะได้จริง และควรจองโต๊ะแบบไหนถ้าอยากได้ตำแหน่งดีอย่างสม่ำเสมอ
ทำไม co-working space ถึงจัดฮวงจุ้ยยากกว่าโต๊ะทำงานที่บ้าน
ความท้าทายหลักของการจัดฮวงจุ้ยใน co-working space คือไม่สามารถควบคุมโครงสร้างพื้นฐานได้เลย ตำแหน่งประตู หน้าต่าง ห้องน้ำ และทางเดิน ถูกกำหนดไว้แล้วโดยผู้ออกแบบพื้นที่ ต่างจากห้องทำงานที่บ้านซึ่งเจ้าของสามารถเลือกตำแหน่งโต๊ะ ทิศทาง และของตกแต่งได้อย่างอิสระตามต้องการ
นอกจากนี้พื้นที่ทำงานร่วมยังมีตัวแปรที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างจำนวนคนที่มาใช้บริการในแต่ละวัน ระดับเสียง และการเคลื่อนไหวของคนรอบข้าง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กระทบพลังงานในพื้นที่ตามความเชื่อฮวงจุ้ยแต่ไม่สามารถควบคุมได้เหมือนพื้นที่ส่วนตัว ด้วยเหตุนี้หลักการที่ใช้กับ co-working space จึงเน้นที่ "ทำเท่าที่ทำได้" มากกว่าการยึดกฎอย่างเคร่งครัดเหมือนบ้านตัวเอง
มุมนั่งแบบไหนที่ควรเลี่ยงในพื้นที่ทำงานร่วม
เมื่อมีตัวเลือกที่นั่งหลายจุดให้เลือกในวันนั้น ต่อไปนี้เป็นลักษณะมุมที่ควรเลี่ยงถ้าเป็นไปได้
- มุมที่นั่งหันหลังให้ทางเดินหลักหรือประตูทางเข้า เพราะมีคนเดินผ่านตลอดเวลา ทำให้รู้สึกไม่มั่นคงและถูกรบกวนสมาธิบ่อยกว่าปกติ
- มุมที่นั่งตรงใต้ท่อแอร์โดยตรง นอกจากจะไม่สบายตัวเพราะลมเย็นจัดตลอดวันแล้ว ตามความเชื่อฮวงจุ้ยยังมองว่าเป็นพลังงานที่พัดกระทบศีรษะโดยตรงไม่เหมาะกับการทำงานต่อเนื่อง
- มุมที่อยู่ใกล้ห้องน้ำมากเกินไป เพราะพลังงานของห้องน้ำตามความเชื่อฮวงจุ้ยแตกต่างจากพื้นที่ทำงานอย่างชัดเจน และในทางปฏิบัติก็มักมีกลิ่นหรือเสียงรบกวนมากกว่าโซนอื่น
- มุมที่มีเสาหรือขอบผนังแหลมพุ่งเข้าหาที่นั่งโดยตรง ซึ่งพบได้ในพื้นที่ทำงานร่วมที่ออกแบบโดยแบ่งโซนด้วยเสาหรือผนังกั้นครึ่ง
นั่งหันหลังให้ประตูหรือทางเดินคนพลุกพล่าน แก้ยังไงเมื่อเลือกที่นั่งเองไม่ได้เสมอ
บางวัน co-working space เต็มจนไม่มีตัวเลือกที่นั่งเหลือให้เลี่ยงมุมที่ไม่เหมาะสม ในสถานการณ์นี้ยังมีวิธีลดผลกระทบได้บางส่วนโดยไม่ต้องเปลี่ยนที่นั่งทั้งหมด
วิธีแรกคือวางกระเป๋าหรือของใช้ที่พกมาไว้บริเวณด้านหลังเก้าอี้ เพื่อสร้างความรู้สึกว่ามีสิ่งกั้นบางส่วนระหว่างตัวเรากับทางเดินที่คนเดินผ่าน แม้จะไม่เท่ากับผนังทึบแต่ก็ช่วยลดความรู้สึกโล่งด้านหลังได้ในระดับหนึ่ง วิธีที่สองคือเลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงสูงถ้าพื้นที่นั้นมีตัวเลือกหลายแบบ เพราะพนักพิงสูงช่วยกันความรู้สึกไม่มั่นคงได้บ้าง
วิธีที่สามซึ่งใช้ได้ผลดีคือปรับมุมนั่งเล็กน้อยแม้จะนั่งโต๊ะเดิม เช่น หมุนเก้าอี้ให้เฉียงจากแนวตรงกับทางเดินเล็กน้อย เพื่อให้ยังพอมองเห็นความเคลื่อนไหวรอบข้างได้ในมุมสายตาแทนที่จะหันหลังให้เต็มที่ วิธีนี้ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องขอเปลี่ยนที่นั่งกับเจ้าหน้าที่พื้นที่
ของมงคลชิ้นเล็กที่พกไปวางโต๊ะ co-working ได้จริง
เพราะไม่ได้มีโต๊ะประจำที่ตกแต่งถาวรเหมือนที่บ้าน ของมงคลที่เหมาะกับพื้นที่ทำงานร่วมจึงต้องเป็นของที่พกพาสะดวกและไม่รบกวนคนรอบข้าง
| ประเภทของมงคล | ตัวอย่าง | ข้อควรพิจารณา |
|---|---|---|
| ของพกพาขนาดเล็ก | พวงกุญแจมงคล หินหรือคริสตัลขนาดจิ๋ว | วางบนโต๊ะได้โดยไม่กินพื้นที่ ไม่รบกวนคนข้างเคียง |
| ของตั้งโต๊ะขนาดกะทัดรัด | รูปปั้นขนาดเล็กมาก แผ่นรองเมาส์ลายมงคล | ต้องเลือกขนาดที่พกใส่กระเป๋าได้สะดวก |
| ของที่ควรเลี่ยง | ธูป เทียนหอม สเปรย์กลิ่นแรง | มีกลิ่นที่อาจรบกวนคนอื่นในพื้นที่ใช้งานร่วม |
หลักการเลือกของมงคลสำหรับพื้นที่นี้ต่างจากที่บ้านตรงที่ต้องคำนึงถึงคนรอบข้างเป็นพิเศษ เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะที่ใช้ร่วมกับคนแปลกหน้า ของที่ส่งกลิ่นหรือเสียง เช่น ระฆังลมหรือของที่ทำเสียงกริ๊งเวลาขยับ จึงไม่เหมาะสมเท่าของที่เงียบและไม่มีกลิ่น
จองโต๊ะแบบไหนล่วงหน้าถ้าอยากได้ตำแหน่งที่ดี
สำหรับคนที่ใช้ co-working space เป็นประจำและอยากได้ความสม่ำเสมอเรื่องตำแหน่งที่นั่ง การจองโต๊ะประจำเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการใช้แพ็กเกจแบบสุ่มที่นั่งรายวัน แม้ราคาจะสูงกว่าเล็กน้อยแต่แลกกับการได้เลือกตำแหน่งที่หันหลังชนผนัง ไม่ตรงกับทางเดินหลัก และไม่อยู่ใต้ท่อแอร์โดยตรงได้ครั้งเดียวแล้วใช้ต่อเนื่องทุกวัน
ถ้างบไม่พอสำหรับโต๊ะประจำ อีกวิธีที่ช่วยได้คือไปถึงพื้นที่ทำงานตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนคนอื่นเพื่อมีตัวเลือกที่นั่งมากกว่า เพราะตำแหน่งที่ดีมักถูกจับจองก่อนในช่วงเวลาเร่งด่วน การวางแผนเวลาไปถึงจึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ตัวอย่างสถานการณ์จริงของฟรีแลนซ์ที่ใช้ co-working space ทุกวัน
ลองนึกภาพฟรีแลนซ์สายกราฟิกที่ใช้ co-working space เป็นออฟฟิศหลักห้าวันต่อสัปดาห์ ช่วงแรกที่เริ่มใช้บริการเลือกแพ็กเกจแบบสุ่มที่นั่งเพราะราคาถูกกว่า ผลคือบางวันได้นั่งมุมสงบข้างหน้าต่าง บางวันต้องนั่งตรงทางเดินหลักที่คนเดินผ่านตลอดเวลาจนรู้สึกทำงานไม่ค่อยมีสมาธิ หลังจากสังเกตตัวเองมาสักพักว่าประสิทธิภาพงานในวันที่นั่งมุมทางเดินต่ำกว่าวันที่นั่งมุมสงบอย่างชัดเจน จึงตัดสินใจอัปเกรดเป็นแพ็กเกจโต๊ะประจำแม้ราคาจะสูงกว่าเดิม
ผลลัพธ์หลังเปลี่ยนมาใช้โต๊ะประจำคือได้เลือกตำแหน่งที่หันหลังชนผนังกระจกทึบด้านหนึ่งของอาคาร ไม่ตรงกับทางเดินหลักและไม่อยู่ใกล้ห้องน้ำ ทำให้รู้สึกมีสมาธิมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในสัปดาห์แรกที่เปลี่ยน กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าการลงทุนเพิ่มเล็กน้อยเพื่อควบคุมตำแหน่งที่นั่งอาจคุ้มค่ากว่าที่คิดสำหรับคนที่ใช้พื้นที่ทำงานร่วมเป็นประจำทุกวัน ไม่ใช่แค่นาน ๆ ครั้ง
ต่างจากการจัดห้องทำงานที่บ้านตรงไหน
ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างการจัดฮวงจุ้ยใน co-working space กับห้องทำงานที่บ้านคือระดับการควบคุมที่มีอยู่ ที่บ้านสามารถกำหนดทุกอย่างได้เองตั้งแต่ตำแหน่งโต๊ะ ทิศทางที่หัน ไปจนถึงการจัดวางของตกแต่งถาวร ส่วนในพื้นที่ทำงานร่วมทำได้แค่เลือกจากตัวเลือกที่มีอยู่และปรับตัวเมื่อเลือกไม่ได้ ถ้าอยากรู้รายละเอียดเรื่องการจัดห้องทำงานที่บ้านโดยเฉพาะประเด็นเรื่องวิวหน้าต่างที่หลายคนเจอปัญหาคล้ายกัน อ่านเพิ่มได้ในห้องทำงานที่บ้านมีวิวหน้าต่างแบบไหนดีตามฮวงจุ้ย ไม่มีวิวธรรมชาติแก้ยังไง ซึ่งจะเห็นว่าหลักการพื้นฐานคล้ายกันแต่ระดับความยืดหยุ่นในการจัดการต่างกันมาก
ข้อควรระวัง
- อย่ากังวลมากเกินไปถ้าบางวันต้องนั่งในมุมที่ไม่เหมาะสมตามความเชื่อ เพราะเป็นข้อจำกัดของพื้นที่ใช้งานร่วมที่ควบคุมไม่ได้เต็มที่ ให้ใช้วิธีลดผลกระทบเท่าที่ทำได้แทนการเครียดจนเกินเหตุ
- อย่านำของมงคลที่มีกลิ่นหรือเสียงไปวางโต๊ะในพื้นที่ทำงานร่วม เพราะอาจรบกวนคนรอบข้างและไม่เหมาะกับมารยาทการใช้พื้นที่สาธารณะ
- ถ้าจองโต๊ะประจำแล้ว อย่าลืมตรวจสอบตำแหน่งจริงก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา เพราะบางครั้งตำแหน่งที่แสดงในผังอาจต่างจากความรู้สึกจริงเมื่อไปนั่งดูสถานที่จริง
สรุป
การจัดฮวงจุ้ยใน co-working space ทำได้ไม่เต็มที่เหมือนโต๊ะทำงานที่บ้าน แต่ยังมีวิธีลดผลกระทบได้หลายอย่างเท่าที่พื้นที่เอื้ออำนวย ทั้งการเลี่ยงมุมที่ไม่เหมาะสมเมื่อเลือกได้ การปรับตัวเมื่อเลือกไม่ได้ การพกของมงคลชิ้นเล็กที่เหมาะกับพื้นที่สาธารณะ และการจองโต๊ะประจำถ้าต้องการความสม่ำเสมอ สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ควรเครียดจนเกินเหตุกับข้อจำกัดของพื้นที่ที่ควบคุมไม่ได้ เพราะเป้าหมายสุดท้ายของการจัดฮวงจุ้ยคือความสบายใจในการทำงาน ไม่ใช่การยึดกฎอย่างเคร่งครัดจนสร้างความเครียดเพิ่มขึ้นเอง







