วิธีใช้ความเชื่อเรื่องปีขาลด้านการงานให้เกิดประโยชน์จริงในที่ทำงาน

วิธีใช้ความเชื่อเรื่องปีขาลด้านการงานให้เกิดประโยชน์จริงคือทำตามสี่ขั้นตอน ตรวจสอบปีเกิดตามปฏิทินจันทรคติให้ถูกต้อง อ่านลักษณะนิสัยที่ตำราอธิบายด้วยใจเป็นกลาง เทียบกับพฤติกรรมจริงของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา แล้วใช้เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเองไม่ใช่ข้ออ้างหรือข้อจำกัด
รู้ความหมายของปีขาลด้านการงานแล้ว แต่จะนำไปใช้ในชีวิตทำงานจริงอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่แค่รู้ไว้เฉย ๆ หรือแย่กว่านั้นคือเอาไปใช้ผิดทางจนกลายเป็นข้ออ้างหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้นตอนที่ใช้ได้จริง
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบปีเกิดของตัวเองตามปฏิทินจันทรคติให้ถูกต้องก่อน
ก่อนจะอ่านลักษณะนิสัยใด ๆ ต้องแน่ใจก่อนว่าตัวเองเกิดปีขาลจริงตามปฏิทินจันทรคติจีน เพราะปีนักษัตรเริ่มต้นที่วันตรุษจีนซึ่งเปลี่ยนวันที่ทุกปี ไม่ใช่วันที่ 1 มกราคมตามปฏิทินสากล คนที่เกิดช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ควรตรวจสอบวันตรุษจีนของปีนั้นให้แน่ชัด เพราะอาจเป็นปีฉลูหรือปีขาลก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเกิดก่อนหรือหลังวันตรุษจีน
ขั้นตอนที่ 2 อ่านลักษณะนิสัยที่ตำราอธิบายด้วยใจเป็นกลาง ไม่เลือกเชื่อเฉพาะส่วนที่ชอบ
หลายคนอ่านเฉพาะจุดเด่นแล้วรู้สึกดีกับตัวเอง แต่ข้ามจุดที่ตำราเตือนว่าเป็นจุดอ่อนไปเฉย ๆ การอ่านอย่างมีประโยชน์ควรอ่านทั้งสองด้านอย่างเป็นกลาง เพื่อให้เห็นภาพที่ครบถ้วนมากกว่าการเลือกเชื่อเฉพาะส่วนที่ทำให้รู้สึกดี
ขั้นตอนที่ 3 เทียบกับพฤติกรรมจริงของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
ลองนึกภาพสถานการณ์สมมติของพนักงานคนหนึ่งที่อ่านว่าคนปีขาลมักกล้าตัดสินใจเร็ว แล้วลองสังเกตพฤติกรรมตัวเองย้อนหลังในการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมาว่าตรงกับคำอธิบายนี้จริงหรือไม่ นี่เป็นตัวอย่างสมมติของขั้นตอนการเทียบที่ช่วยให้เห็นว่าตัวเองมีจุดเด่นจุดด้อยแบบไหนจริง มากกว่าจะเชื่อตามตำราทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบ
ขั้นตอนที่ 4 ใช้เป็นแรงบันดาลใจพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่ข้ออ้างหรือข้อจำกัด
ถ้าพบว่าตัวเองมีจุดอ่อนตรงกับที่ตำราเตือน เช่น ใจร้อนหรือหุนหันพลันแล่น ควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการฝึกฝนปรับปรุงตัวเอง ไม่ใช่ใช้เป็นข้ออ้างว่า "เป็นเพราะปีเกิด แก้ไม่ได้" เช่นเดียวกัน ถ้าตำราบอกว่าไม่เหมาะกับงานบางประเภท ก็ไม่ควรใช้เป็นข้อจำกัดปิดกั้นตัวเองจากโอกาสที่อยากลอง เพราะความเชื่อนี้ไม่ใช่กฎตายตัวที่กำหนดชะตาชีวิตการทำงาน
สรุป
การใช้ความเชื่อเรื่องปีขาลด้านการงานให้เกิดประโยชน์จริง ต้องเริ่มจากตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง อ่านอย่างเป็นกลาง เทียบกับตัวเองตามจริง แล้วนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนา ไม่ใช่ข้ออ้างหรือข้อจำกัด เมื่อทำตามขั้นตอนนี้ ความเชื่อนี้จะกลายเป็นเครื่องมือช่วยรู้จักตัวเองมากกว่าจะเป็นกรอบที่ปิดกั้นโอกาสในการทำงาน








