คู่สมรสสีกาลกิณีไม่ตรงกัน จัดบ้านร่วมกันอย่างไรให้ไม่ต้องเลี่ยงสีของอีกฝ่าย

คู่สมรสที่สีกาลกิณีต่างกันไม่จำเป็นต้องเลี่ยงสีของอีกฝ่ายทั้งบ้าน วิธีที่ใช้ได้จริงคือหาสีกลางที่ไม่ตรงกาลกิณีของทั้งสองฝ่ายสำหรับพื้นที่ส่วนรวมอย่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน ส่วนพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน เช่น มุมทำงานหรือตู้เสื้อผ้า สามารถใช้สีมงคลของเจ้าของพื้นที่นั้นได้อย่างอิสระโดยไม่ขัดกับอีกฝ่าย
คู่แต่งงานคู่หนึ่งกำลังเลือกสีผนังห้องนั่งเล่นบ้านใหม่ ฝ่ายสามีเกิดวันอังคารซึ่งมีสีกาลกิณีเป็นสีขาว ส่วนฝ่ายภรรยาเกิดวันพุธซึ่งมีสีกาลกิณีเป็นสีเขียว พอเปิดแคตตาล็อกสีมาดูก็พบว่าสีที่ทั้งคู่ชอบดันเป็นสีที่ตรงกาลกิณีของอีกฝ่ายพอดี เกิดคำถามขึ้นมาว่าจะจัดการยังไงดี เพราะบ้านมีหลังเดียว จะให้ทั้งบ้านเป็นสีของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ดูไม่แฟร์
สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับคู่แต่งงานที่วันเกิดต่างกัน เพราะสีกาลกิณีคำนวณจากวันเกิดของแต่ละคน ไม่มีทางที่คู่รักสองคนจะมีสีกาลกิณีตรงกันเป๊ะเสมอไป โชคดีที่มีแนวทางจัดการที่ไม่ต้องให้ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียสละทั้งหมด
กาลกิณีของแต่ละคนคำนวณจากวันเกิดตัวเอง ไม่ใช่วันเกิดคู่
ความเชื่อเรื่องสีกาลกิณีตามวันเกิดเป็นระบบที่ผูกกับตัวบุคคลแต่ละคนโดยตรง คำนวณจากวันเกิดของเจ้าของ ไม่ใช่ระบบที่มองคู่รักหรือคู่สมรสเป็นหน่วยเดียวกัน ดังนั้นการที่คู่แต่งงานสองคนมีสีกาลกิณีต่างกันจึงเป็นเรื่องปกติมาก ไม่ใช่สัญญาณของความไม่เข้ากันในเรื่องอื่น
จุดที่ควรเข้าใจให้ชัดคือ สีกาลกิณีของฝ่ายหนึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออีกฝ่ายโดยตรง เพราะเป็นความเชื่อที่ยึดโยงกับดวงชะตาส่วนบุคคล การที่ภรรยาอยู่ในบ้านที่มีสีกาลกิณีของสามีจึงไม่ได้แปลว่าภรรยาจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย เว้นแต่ครอบครัวจะยึดถือความเชื่อว่าสีในบ้านส่งผลต่อทุกคนที่อยู่อาศัยร่วมกันแบบภาพรวม ซึ่งเป็นการตีความที่ต่างไปอีกชั้นหนึ่งและขึ้นอยู่กับแต่ละสำนักความเชื่อ
คู่แต่งงานที่กาลกิณีคนละสี บ้านหลังเดียวจะขัดกันไหม
โดยหลักการแล้วไม่ขัดกันโดยตรง เพราะกาลกิณีเป็นเรื่องของบุคคล การที่บ้านมีสีที่ตรงกาลกิณีของฝ่ายหนึ่งจึงส่งผลกับฝ่ายนั้นเป็นหลัก ไม่ใช่ผลกระทบที่แผ่ไปทั้งบ้านเสมอไป แต่ในทางปฏิบัติ คู่รักหลายคู่เลือกที่จะระมัดระวังไว้ก่อนเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย เพราะการอยู่ในพื้นที่ที่มีสีไม่ถูกโฉลกกับตัวเองทุกวันอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจสะสม แม้จะไม่มีผลกระทบที่วัดได้ทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม
หลักที่พอสรุปได้คือ ถ้าอยากระมัดระวังให้ครบทั้งสองฝ่าย ก็หาสีที่ไม่ตรงกาลกิณีของใครเลยมาใช้กับพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันจริง ๆ แทน
หลักการหาสีกลางที่ไม่ตรงกาลกิณีของทั้งสองฝ่าย
วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือนำตารางสีกาลกิณีตามวันเกิดของทั้งคู่มากางเทียบกัน แล้วเลือกสีที่ไม่ตรงกับกาลกิณีของทั้งสองฝ่าย สีที่มักปลอดภัยสำหรับหลายคู่คือกลุ่มสีธรรมชาติอย่างสีขาวครีม สีเบจ หรือสีไม้ธรรมชาติ เพราะมักไม่ตรงกาลกิณีของวันเกิดส่วนใหญ่ในเจ็ดวัน แต่ก็ควรตรวจสอบสีกาลกิณีของแต่ละคนให้แน่ใจก่อนเสมอ เพราะสีกาลกิณีบางวันก็เป็นสีขาวหรือสีครีมเช่นกัน อ่านตารางสีกาลกิณีตามวันเกิดทั้งเจ็ดวันได้ที่ตารางสีกาลกิณีตามวันเกิด
ถ้าหาสีกลางไม่ได้จริง ๆ เพราะกาลกิณีของทั้งคู่ครอบคลุมสีที่ชอบไปเกือบหมด ให้ลองขยับไปที่โทนสีใกล้เคียงแทนสีตรงเป๊ะ เช่น ถ้าสีกาลกิณีของทั้งคู่รวมกันครอบคลุมสีเขียวและสีขาว ลองใช้สีเทาอ่อนหรือสีฟ้าอ่อนที่ไม่ตรงกาลกิณีของใครเลยแทน
พื้นที่ส่วนตัว VS พื้นที่ส่วนรวมในบ้าน ใช้เกณฑ์สีต่างกันได้ไหม
ได้ และเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด พื้นที่ส่วนรวมอย่างห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องนอนคู่ ควรใช้สีกลางที่ไม่ตรงกาลกิณีของทั้งสองฝ่าย เพราะเป็นพื้นที่ที่ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด
ส่วนพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน เช่น มุมทำงานส่วนตัว ตู้เสื้อผ้า หรือโต๊ะแต่งตัว สามารถใช้สีมงคลของเจ้าของพื้นที่นั้นได้อย่างอิสระเต็มที่ เพราะเป็นพื้นที่ที่เจ้าของใช้งานเป็นหลักและไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออีกฝ่ายโดยตรง วิธีแบ่งแบบนี้ช่วยให้ทั้งคู่ได้พื้นที่ที่รู้สึกเป็นมงคลสำหรับตัวเอง โดยไม่ต้องบังคับให้ทั้งบ้านต้องเป็นสีเดียวที่ไม่ตรงกาลกิณีของใครไปเสียทั้งหมด
ตัวอย่างจับคู่สีตกแต่งบ้านของคู่ที่กาลกิณีคนละสี
สมมติสามีเกิดวันอังคาร (กาลกิณีสีขาว) ภรรยาเกิดวันพุธ (กาลกิณีสีเขียว) ทั้งคู่สามารถจัดบ้านได้ดังนี้
- ผนังห้องนั่งเล่นและห้องนอนคู่: ใช้สีเบจอ่อนหรือสีเทาโทนอุ่น ซึ่งไม่ตรงกาลกิณีของทั้งสองฝ่าย
- โซฟาและเตียง: เลือกสีน้ำตาลอ่อนหรือสีครีม เป็นของใช้ร่วมกันจึงเลี่ยงสีขาวและสีเขียวไว้ก่อน
- มุมทำงานของสามี: ตกแต่งด้วยสีเหลืองหรือสีทองซึ่งเป็นสีเสริมมงคลของวันอังคารตามตำราที่นิยม
- มุมแต่งตัวของภรรยา: ใช้สีชมพูหรือสีม่วงอ่อนซึ่งเป็นสีเสริมมงคลของวันพุธ
- หมอนอิงและผ้าคลุมโซฟา: สลับใช้สีขาวของสามีบ้าง สีเขียวของภรรยาบ้าง เพราะเป็นของชิ้นเล็กที่เปลี่ยนได้ง่ายไม่กระทบภาพรวมมาก
ถ้าหาสีกลางไม่ได้จริง ๆ ควรทำยังไง
ในกรณีที่หายากจริง ๆ ว่าจะหาสีที่ไม่ตรงกาลกิณีของทั้งคู่เลยไม่ได้ ให้จัดลำดับความสำคัญตามขนาดพื้นที่ สีผนังและเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ควรเป็นสีกลางที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่หาได้ก่อน ส่วนสีกาลกิณีของแต่ละฝ่ายเก็บไว้ใช้กับของตกแต่งชิ้นเล็กที่เปลี่ยนหรือหมุนเวียนได้ง่าย เพราะมีผลต่อภาพรวมของบ้านน้อยกว่ามาก
อีกทางเลือกหนึ่งคือคุยกันตรง ๆ ว่าฝ่ายไหนใช้เวลาอยู่บ้านมากกว่าหรือรู้สึกอ่อนไหวกับเรื่องนี้มากกว่า แล้วให้น้ำหนักกับความสบายใจของฝ่ายนั้นมากขึ้นเล็กน้อยในพื้นที่ที่เขาใช้บ่อย โดยไม่ลืมชดเชยให้อีกฝ่ายในพื้นที่ส่วนตัวของเขาเช่นกัน
สรุป
คู่สมรสที่สีกาลกิณีไม่ตรงกันไม่จำเป็นต้องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียสละทั้งบ้าน หัวใจสำคัญคือแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนระหว่างส่วนรวมที่ควรใช้สีกลางไม่ตรงกาลกิณีของใครเลย กับพื้นที่ส่วนตัวที่แต่ละคนใช้สีมงคลของตัวเองได้อย่างอิสระ วิธีนี้ทำให้ทั้งคู่รู้สึกได้รับการดูแลเรื่องความเชื่อของตัวเองโดยไม่ต้องทะเลาะกันเรื่องสีผนังบ้าน และยังเปิดทางให้ปรับเปลี่ยนของตกแต่งชิ้นเล็กได้ตามใจในภายหลังด้วย







