อยากได้รูปภาพมงคลติดผนัง เริ่มวัดพื้นที่และเลือกวัสดุยังไงให้ไม่ผิดพลาด

เริ่มต้นด้วยการวัดความกว้างและสูงของผนังที่จะติดจริงด้วยตลับเมตร รวมถึงระยะเฟอร์นิเจอร์ด้านล่าง จากนั้นกำหนดงบประมาณคร่าว ๆ ก่อนเลือกวัสดุ เพราะวัสดุแต่ละแบบราคาต่างกันหลายเท่าตัว แล้วค่อยเลือกลวดลายให้เข้ากับขนาดและงบที่กำหนดไว้ ขั้นตอนสุดท้ายคือเตรียมอุปกรณ์แขวนให้เหมาะกับน้ำหนักวัสดุ และตัดสินใจว่าจะติดเองหรือจ้างช่างตามความถนัด
เห็นรูปภาพมงคลสวย ๆ ในเว็บขายของแล้วอยากได้ทันที แต่พอจะสั่งจริงกลับไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวยังไงก่อน วัดผนังยังไง เลือกวัสดุแบบไหนถึงจะเข้ากับงบที่มี แล้วพอได้ของมาแล้วจะติดเองได้ไหมหรือต้องจ้างช่าง
บทความนี้จะพาไปทีละขั้นตอน ตั้งแต่วัดพื้นที่จนถึงติดตั้งจริง เพื่อให้ซื้อมาแล้วใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องคืนของหรือซื้อใหม่ทีหลัง
ขั้นที่ 1 วัดพื้นที่ผนังก่อนเลือกรูปภาพมงคล ต้องวัดอะไรบ้าง
เริ่มต้นด้วยตลับเมตรจริง ไม่ใช่กะด้วยสายตา วัดสามค่าหลัก คือความกว้างของผนังที่ว่าง ความสูงจากพื้นถึงเพดานหรือจุดที่ติดขัด และระยะจากเฟอร์นิเจอร์ด้านล่างขึ้นไปถึงจุดที่จะแขวน หากผนังมีเฟอร์นิเจอร์วางอยู่ เช่น โซฟาหรือตู้ทีวี ให้วัดความกว้างของเฟอร์นิเจอร์นั้นด้วย เพราะรูปที่ดูสมดุลควรมีความกว้างประมาณ 60-75 เปอร์เซ็นต์ของเฟอร์นิเจอร์ด้านล่าง
จดตัวเลขทั้งหมดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แล้วถ่ายรูปผนังเปล่าเก็บไว้เทียบเวลาเลือกดูรูปในเว็บ วิธีนี้ช่วยลดโอกาสซื้อรูปที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปได้มาก เพราะภาพตัวอย่างในเว็บขายของมักไม่มีของอื่นเทียบขนาดให้เห็นชัดเจน
ขั้นที่ 2 กำหนดงบประมาณและเลือกวัสดุที่เหมาะกับงบนั้น
เมื่อรู้ขนาดที่ต้องการแล้ว ขั้นถัดไปคือกำหนดงบประมาณคร่าว ๆ ที่พร้อมจ่าย เพราะวัสดุแต่ละแบบราคาต่างกันมาก ผ้าใบพิมพ์ลายเป็นตัวเลือกที่ย่อมเยาที่สุดในขนาดเดียวกัน เหมาะกับคนที่งบจำกัดหรืออยากลองเปลี่ยนภาพบ่อย ภาพพิมพ์ใส่กรอบกระจกอยู่ในช่วงราคาปานกลางถึงสูง เหมาะกับตำแหน่งที่ตั้งใจแขวนระยะยาว ส่วนงานปักมือมีราคาสูงที่สุดเพราะใช้เวลาผลิตนานและรายละเอียดประณีตกว่า
หลักคิดง่าย ๆ คือถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะชอบลวดลายไหนในระยะยาว ควรเริ่มจากวัสดุราคาย่อมเยาก่อน เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงินหากอยากเปลี่ยนภาพใหม่ในอนาคต
ขั้นที่ 3 เลือกลวดลายและขนาดให้สมดุลกับผนัง
หลังจากรู้ขนาดผนังและงบประมาณแล้ว ขั้นนี้คือการเลือกลวดลายที่มีความหมายตรงกับสิ่งที่ต้องการสื่อ เช่น ถ้าต้องการเน้นเรื่องการงาน อาจเลือกภาพม้าหรือภาพเรือสำเภา ถ้าต้องการเน้นเรื่องการเงิน อาจเลือกภาพต้นไม้เงินทองหรือภาพปลา ให้พิจารณาว่าลวดลายที่ซับซ้อนมากมักต้องการขนาดใหญ่พอสมควรถึงจะเห็นรายละเอียดชัด ถ้าผนังมีพื้นที่จำกัด ลวดลายเรียบง่ายที่มีจุดเด่นชัดเจนมักดูดีกว่าลวดลายที่แน่นจนดูรก
ลองเทียบสัดส่วนภาพกับรูปถ่ายผนังเปล่าที่ถ่ายไว้ตั้งแต่ขั้นที่ 1 หลายเว็บมีฟีเจอร์แสดงภาพจำลองบนผนัง ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์นี้ก่อนตัดสินใจซื้อจริง
ขั้นที่ 4 เตรียมอุปกรณ์ติดตั้งและตัดสินใจว่าจะติดเองหรือจ้างช่าง
เมื่อรูปมาถึงบ้านแล้ว ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะกับน้ำหนักและประเภทผนัง ผนังปูนทั่วไปควรใช้พุกพลาสติกร่วมกับตะปูเกลียว ส่วนผนังยิปซัมบอร์ดต้องใช้พุกเฉพาะสำหรับผนังกลวงเพื่อไม่ให้หลุดง่าย รูปขนาดเล็กถึงกลางที่มีน้ำหนักไม่มาก ติดเองได้ไม่ยากถ้ามีอุปกรณ์ครบ
แต่ถ้าเป็นรูปขนาดใหญ่ที่มีกระจกหนักหรือกรอบไม้แข็งแรง น้ำหนักอาจเกิน 5-10 กิโลกรัม ควรพิจารณาจ้างช่างมาติดตั้งเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะถ้าไม่แน่ใจโครงสร้างผนังด้านใน เพราะรูปหนักที่หลุดร่วงอาจทำให้ทั้งรูปเสียหายและเป็นอันตรายกับคนในบ้านได้
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบตำแหน่งและทิศทางก่อนตอกตะปูจริง
ก่อนตอกตะปูจริง ให้ใช้เทปกาวติดกระดาษตามขนาดรูปบนผนังก่อน แล้วยืนดูจากมุมที่ใช้งานจริง เช่น จากประตูทางเข้าหรือจากโซฟา เพื่อเช็กว่าตำแหน่งและความสูงพอดีสายตาหรือไม่ ระดับความสูงที่นิยมแนะนำในงานตกแต่งภายในทั่วไปคือให้จุดกึ่งกลางของรูปอยู่สูงจากพื้นประมาณ 145-155 เซนติเมตร ซึ่งใกล้เคียงระดับสายตาคนยืนทั่วไป
หากบ้านมีความเชื่อเรื่องทิศทางของลวดลาย เช่น ทิศทางที่ปลาว่ายหรือทิศทางที่ม้าวิ่ง ควรตรวจสอบก่อนติดตั้งจริง เพราะเปลี่ยนทิศทีหลังอาจทำให้เกิดรอยรูตะปูซ้ำบนผนังโดยไม่จำเป็น
ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ที่มือใหม่มักพลาดระหว่างขั้นตอนนี้
หลายคนรีบตัดสินใจซื้อทันทีที่เห็นรูปสวยโดยไม่ได้กลับไปเช็กตัวเลขที่วัดไว้ ทำให้ได้รูปที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปเมื่อของมาถึงจริง อีกจุดที่มักพลาดคือลืมเช็กน้ำหนักของวัสดุก่อนเตรียมอุปกรณ์แขวน ทำให้ต้องไปซื้อพุกใหม่ทีหลังเพราะของเดิมรับน้ำหนักไม่ไหว บางคนก็รีบตอกตะปูโดยไม่ได้ทดลองแปะกระดาษดูตำแหน่งก่อน ทำให้ผนังมีรูตะปูซ้ำหลายจุดโดยไม่จำเป็น
ความรอบคอบในแต่ละขั้นตอนที่กล่าวมาช่วยลดโอกาสเจอปัญหาเหล่านี้ได้มาก หากต้องการดูตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อยกว่านี้แบบละเอียด อ่านต่อได้ในซื้อรูปภาพมงคลผิดขนาดผิดวัสดุ ปัญหาที่มักเจอทีหลัง ส่วนใครยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกวัสดุแบบไหนดี อ่านตารางเทียบได้ในผ้าใบ กระจก หรืองานปัก วัสดุไหนเหมาะกว่ากัน
สรุป
การเลือกซื้อรูปภาพมงคลให้ได้ของที่พอดีผนังและใช้งานได้จริงไม่ใช่เรื่องซับซ้อน ขอแค่ทำตามลำดับขั้นตอน วัดพื้นที่ก่อน กำหนดงบ เลือกวัสดุและลวดลาย แล้วเตรียมอุปกรณ์ติดตั้งให้เหมาะสม ความรอบคอบในแต่ละขั้นช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงินที่อาจเสียไปกับการซื้อผิดแล้วต้องแก้ไขทีหลัง สุดท้ายแล้วรูปภาพมงคลที่ดีที่สุดคือรูปที่เข้ากับพื้นที่บ้านจริงและมีความหมายที่เจ้าของบ้านรู้สึกผูกพันด้วย ไม่ใช่แค่รูปที่ดูสวยในโฆษณา











