ออกแบบโลโก้ให้ลูกค้าที่ตาบอดสีมองเห็นชัดเจน จะเลือกใช้สีมงคลตามวันเกิดเจ้าของธุรกิจได้อย่างไรโดยไม่กระทบการมองเห็น

โลโก้สีมงคลตามวันเกิดยังใช้ได้กับลูกค้าที่ตาบอดสี ถ้าไม่พึ่งสีเป็นตัวสื่อความหมายเพียงอย่างเดียว ควรเสริมด้วยรูปทรงที่แตกต่างชัดเจน ความคมชัดของค่าความสว่าง (contrast) ที่สูงพอ และหลีกเลี่ยงคู่สีที่คนตาบอดสีแยกไม่ออก เช่น แดงกับเขียว หรือน้ำเงินกับม่วง วางเคียงกันโดยตรง ทดสอบด้วยเครื่องมือจำลองภาวะตาบอดสีก่อนเปิดตัวจริงจะช่วยยืนยันว่าโลโก้ยังอ่านออกได้
เจ้าของธุรกิจหลายคนอยากได้โลโก้ที่ใช้สีมงคลตามวันเกิดเพื่อเสริมดวงการค้า แต่พอส่งงานให้นักออกแบบตรวจสอบ กลับพบว่าคู่สีที่เลือกไว้เป็นคู่ที่คนตาบอดสีมองแยกไม่ออก โดยเฉพาะกลุ่มแดงเขียวซึ่งเป็นภาวะตาบอดสีที่พบบ่อยที่สุด คำถามคือแล้วจะยังเลือกสีมงคลตามความเชื่อได้อยู่ไหม หรือต้องยอมทิ้งไปเพื่อความเข้าถึงง่าย
ความจริงคือไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวสีมงคลนั้นเอง แต่อยู่ที่วิธีจับคู่สีและวางองค์ประกอบต่างหาก
ทำไมโลโก้สีมงคลบางแบบถึงมองไม่เห็นสำหรับคนตาบอดสี
ภาวะตาบอดสีที่พบบ่อยที่สุดคือแยกสีแดงกับเขียวไม่ออก รองลงมาคือแยกน้ำเงินกับม่วงไม่ออก ถ้าโลโก้ใช้สีมงคลสองสีนี้วางเคียงกันเป็นตัวแบ่งองค์ประกอบหลัก เช่น ตัวอักษรสีหนึ่งบนพื้นหลังอีกสีหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน คนตาบอดสีกลุ่มนี้จะมองเห็นเป็นโทนใกล้เคียงกันจนแยกตัวอักษรออกจากพื้นหลังไม่ชัด
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากสีมงคลเป็นสีผิด แต่เกิดจากการจับคู่สีที่ขาดค่าความสว่างต่างกันมากพอ ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสีหลักเลย
เลือกสีมงคลตามวันเกิดโดยไม่พึ่งคู่สีที่ตาบอดสีแยกไม่ออก
ถ้าตำราสีมงคลของเจ้าของธุรกิจกำหนดสีหลักเป็นสีในกลุ่มเสี่ยง เช่น แดงหรือเขียว ยังใช้สีนั้นเป็นสีหลักของโลโก้ได้ตามปกติ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือสีคู่ที่นำมาจับคู่ด้วย แทนที่จะใช้สีแดงคู่กับสีเขียวโดยตรง ให้จับคู่สีแดงมงคลกับสีที่มีค่าความสว่างต่างกันชัดเจน เช่น สีขาว สีดำ หรือสีเหลืองทอง ซึ่งยังคงอยู่ในโทนมงคลได้เช่นกันแล้วแต่ตำราที่แต่ละครอบครัวยึดถือ
วิธีนี้ทำให้สีมงคลหลักยังคงอยู่ครบตามความเชื่อ เพียงแต่ปรับสีรองที่ใช้ประกอบให้เหมาะกับการมองเห็นมากขึ้น อ่านหลักการเลือกสีโลโก้ตามวันเกิดพื้นฐานเพิ่มเติมได้ที่สีโลโก้ตามวันเกิดเจ้าของธุรกิจ และจานสีมงคลสำหรับธุรกิจอธิบายละเอียด
ใช้รูปทรงและความคมชัดช่วยสื่อความหมายแทนสีอย่างเดียว
หลักการออกแบบเพื่อการเข้าถึงที่ใช้กันทั่วไปคือไม่พึ่งสีเป็นตัวสื่อความหมายเพียงอย่างเดียว โลโก้ที่ดีควรแยกองค์ประกอบได้แม้มองเป็นภาพขาวดำ เช่น ใช้รูปทรงที่ต่างกันชัดเจนระหว่างองค์ประกอบ ไม่ใช่ใช้แค่สีต่างกันแต่รูปทรงเหมือนกันหมด และเพิ่มเส้นขอบหรือเงาบางๆ ให้แต่ละองค์ประกอบแยกออกจากพื้นหลังได้แม้สีจะใกล้เคียงกัน
อ่านเรื่องรูปทรงโลโก้ตามความเชื่อเพิ่มเติมได้ที่รูปทรงโลโก้ตามความเชื่อมงคล และถ้ากำลังตัดสินใจว่าจะใช้โลโก้สีเดียวหรือหลายสี อ่านเปรียบเทียบได้ที่โลโก้สีเดียวกับหลายสีต่างกันอย่างไร
ทดสอบโลโก้ด้วยเครื่องมือจำลองภาวะตาบอดสีก่อนเปิดตัวจริง
ก่อนส่งโลโก้ไปผลิตจริง ควรทดสอบด้วยเครื่องมือจำลองภาวะตาบอดสีที่มีอยู่ในโปรแกรมออกแบบส่วนใหญ่หรือเว็บไซต์ฟรีทั่วไป เครื่องมือเหล่านี้จะแปลงภาพโลโก้ให้แสดงผลเหมือนที่คนมีภาวะตาบอดสีชนิดต่างๆ มองเห็นจริง ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นก่อนว่าคู่สีที่เลือกไว้ยังแยกออกจากกันชัดเจนหรือไม่
ขั้นตอนนี้ควรทำคู่ไปกับการตรวจสอบความหมายและเลขศาสตร์ของสีตามปกติ ไม่ใช่ทำแทนกัน เพราะเป้าหมายคือได้โลโก้ที่ทั้งถูกต้องตามความเชื่อและเข้าถึงได้จริงสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม
กรณีต้องพิมพ์ขาวดำหรือใช้บนพื้นหลังจำกัด
โลโก้ที่ดีควรมีเวอร์ชันขาวดำที่ยังอ่านความหมายและรูปทรงได้ครบ เพราะเอกสารราชการ ใบเสร็จ หรือสื่อพิมพ์บางประเภทมักพิมพ์ขาวดำเป็นหลักโดยไม่มีทางเลือกเรื่องสี ถ้าออกแบบให้พึ่งสีอย่างเดียวตั้งแต่ต้น พอถึงเวลาต้องใช้เวอร์ชันขาวดำจะพบว่าองค์ประกอบบางส่วนหายไปหรือแยกไม่ออก อ่านแนวทางออกแบบโลโก้ที่เสริมมงคลได้โดยไม่พึ่งสีเลยเพิ่มเติมได้ที่โลโก้ขาวดำเสริมมงคลได้โดยไม่ต้องมีสี
สรุป
โลโก้สีมงคลตามวันเกิดกับความเข้าถึงง่ายสำหรับคนตาบอดสีไม่ใช่เรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง สีหลักตามความเชื่อยังใช้ได้เหมือนเดิม เพียงแต่ต้องระวังคู่สีที่นำมาจับคู่ เสริมด้วยรูปทรงและความคมชัดที่ชัดเจน แล้วทดสอบด้วยเครื่องมือจำลองภาวะตาบอดสีก่อนผลิตจริง วิธีนี้ทำให้ธุรกิจได้โลโก้ที่ทั้งเสริมมงคลตามความเชื่อและเปิดกว้างสำหรับลูกค้าทุกกลุ่มไปพร้อมกัน







