ตั้งชื่อบริษัทที่ต้องใช้คำควบคุมตามกฎหมาย เช่น โรงเรียน หรือธนาคาร ต้องขออนุญาตหน่วยงานก่อนจดชื่อ ฤกษ์จะกระทบตารางเวลาอย่างไร

ชื่อบริษัทที่มีคำควบคุมตามกฎหมาย เช่น คำว่าธนาคาร ประกันภัย หรือโรงเรียน ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องก่อน แล้วจึงนำหนังสืออนุญาตไปยื่นจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ ขั้นตอนขออนุญาตนี้ใช้เวลาไม่แน่นอนและควบคุมไม่ได้เอง จึงควรเผื่อเวลาล่วงหน้าและเลือกฤกษ์จดทะเบียนหลังได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น ไม่ควรตั้งฤกษ์ตายตัวไว้ก่อนได้รับอนุมัติ
ผู้ประกอบการบางรายอยากตั้งชื่อบริษัทที่มีคำว่า "โรงเรียน" "สถาบัน" หรือใกล้เคียงกับคำว่าธนาคารและประกันภัย เพราะสื่อความหมายธุรกิจได้ตรงและฟังดูน่าเชื่อถือ แต่พอไปตรวจสอบกับนักบัญชีหรือทนายกลับพบว่าคำเหล่านี้เป็นคำควบคุมตามกฎหมาย ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนถึงจะนำไปจดทะเบียนบริษัทได้ คำถามที่ตามมาคือแล้วฤกษ์จดทะเบียนที่ตั้งใจไว้จะยังใช้ได้อยู่ไหม ถ้าต้องรอผลอนุมัติที่ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน
คำควบคุมตามกฎหมายที่ต้องขออนุญาตก่อนจดชื่อบริษัทมีอะไรบ้าง
คำบางคำในภาษาไทยถูกกำหนดให้เป็นคำควบคุมเพราะสื่อถึงกิจการที่ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะทาง เช่น คำว่าธนาคาร ประกันภัย โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือคำที่ใกล้เคียงกับชื่อหน่วยงานราชการ การใช้คำเหล่านี้ในชื่อบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องจะทำให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่รับจดทะเบียนชื่อนั้น
รายการคำควบคุมที่แน่นอนและหน่วยงานที่ต้องขออนุญาตในแต่ละกรณีควรตรวจสอบโดยตรงกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพราะระเบียบอาจมีการปรับปรุงตามช่วงเวลา ไม่ควรอ้างอิงจากความจำหรือประสบการณ์ของคนรู้จักเพียงอย่างเดียว
ขั้นตอนขออนุญาตหน่วยงานกระทบตารางฤกษ์จดทะเบียนอย่างไร
ปกติแล้วการเลือกฤกษ์จดทะเบียนบริษัททำได้เมื่อรู้ชื่อที่แน่นอนและพร้อมยื่นเอกสารจริง แต่ถ้าชื่อมีคำควบคุม กระบวนการจะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นมาก่อนถึงจะจดทะเบียนได้ คือต้องขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อน ซึ่งระยะเวลาการพิจารณาไม่แน่นอนและควบคุมไม่ได้เองเหมือนขั้นตอนอื่นที่ผู้ประกอบการจัดการเองได้
จุดนี้ทำให้การตั้งฤกษ์จดทะเบียนตายตัวไว้ล่วงหน้าก่อนได้รับอนุมัติมีความเสี่ยงสูง เพราะถ้าผลอนุมัติมาช้ากว่าฤกษ์ที่เลือกไว้ ก็ต้องเลื่อนฤกษ์ออกไปอยู่ดี แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือเลือกฤกษ์หลังจากได้รับหนังสืออนุญาตแล้วเท่านั้น อ่านหลักการตั้งชื่อบริษัทพื้นฐานเพิ่มเติมได้ที่หลักการตั้งชื่อบริษัทฉบับเริ่มต้น
ควรเตรียมชื่อสำรองไว้ระหว่างรอผลอนุมัติหรือไม่
ควรเตรียมไว้เสมอ เพราะนอกจากระยะเวลาพิจารณาที่ไม่แน่นอนแล้ว หน่วยงานกำกับดูแลยังมีสิทธิ์ปฏิเสธคำขอได้ด้วย การมีชื่อสำรองที่ไม่มีคำควบคุมและผ่านการตรวจสอบเลขศาสตร์ไว้ล่วงหน้าช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องหยุดชะงักรอเพียงทางเดียว หากการขออนุญาตล่าช้ากว่าที่วางแผนไว้มาก ก็ยังเดินหน้าจดทะเบียนด้วยชื่อสำรองไปก่อนได้ แล้วค่อยพิจารณาเปลี่ยนชื่อภายหลังหากได้รับอนุมัติในภายหลัง
การเตรียมชื่อสำรองยังช่วยลดแรงกดดันเรื่องฤกษ์ด้วย เพราะไม่ต้องผูกความหวังไว้กับชื่อเดียวที่ยังไม่แน่นอนว่าจะได้ใช้จริงเมื่อไหร่
เลขศาสตร์ของชื่อเปลี่ยนไปไหมถ้าต้องปรับคำตามที่หน่วยงานสั่ง
หน่วยงานกำกับดูแลบางแห่งอาจอนุมัติแบบมีเงื่อนไข เช่น ให้ปรับคำบางคำในชื่อก่อนถึงจะอนุมัติ ถ้าเกิดกรณีนี้ ชื่อที่ได้ท้ายที่สุดจะต่างจากชื่อตั้งต้นที่เคยคำนวณเลขศาสตร์ไว้ ควรคำนวณเลขศาสตร์ของชื่อเวอร์ชันสุดท้ายที่ได้รับอนุมัติจริงอีกครั้ง ไม่ควรยึดผลจากชื่อเวอร์ชันแรกที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติ เพราะความหมายและผลรวมตัวเลขอาจเปลี่ยนไปพอสมควรแม้จะแก้แค่คำเดียว อ่านเรื่องความขัดแย้งระหว่างชื่อที่จดเครื่องหมายการค้ากับเลขศาสตร์เพิ่มเติมได้ที่ชื่อบริษัทกับเครื่องหมายการค้าที่ขัดแย้งกับเลขศาสตร์
ตัวอย่างกรอบเวลาระหว่างยื่นขออนุญาตถึงจดทะเบียนจริง
แม้จะบอกกรอบเวลาแน่นอนไม่ได้เพราะขึ้นอยู่กับหน่วยงานแต่ละแห่ง แต่แนวทางที่ผู้ประกอบการหลายรายใช้คือแบ่งงานเป็นสองช่วง ช่วงแรกคือเตรียมเอกสารและยื่นขออนุญาตให้เร็วที่สุดโดยยังไม่ผูกฤกษ์ใดๆ ไว้ ช่วงที่สองคือหลังได้รับหนังสืออนุญาตแล้วจึงเริ่มปรึกษาเรื่องฤกษ์และเตรียมเอกสารจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การแบ่งเป็นสองช่วงแบบนี้ช่วยไม่ให้ความกดดันเรื่องฤกษ์ไปเร่งขั้นตอนราชการที่ควบคุมเองไม่ได้ อ่านเรื่องการเปลี่ยนชื่อบริษัทตามความเชื่อเพิ่มเติมได้ที่แนวทางเปลี่ยนชื่อบริษัทตามความเชื่อมงคล
สรุป
ชื่อบริษัทที่มีคำควบคุมตามกฎหมายต้องผ่านการขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนเสมอ ระยะเวลาของขั้นตอนนี้ควบคุมเองไม่ได้ จึงไม่ควรตั้งฤกษ์จดทะเบียนไว้ล่วงหน้าก่อนได้รับอนุมัติ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือเตรียมชื่อสำรองไว้คู่กัน และเลือกฤกษ์หลังจากรู้ผลอนุมัติและชื่อสุดท้ายที่แน่นอนแล้วเท่านั้น เพราะทั้งฤกษ์และเลขศาสตร์ควรผูกกับชื่อจริงที่จะได้ใช้ ไม่ใช่ชื่อร่างที่ยังไม่ผ่านกระบวนการ







