ลงทุนซื้อหุ้นกู้ครั้งแรกในชีวิต ควรเลือกช่วงเวลาซื้อตามความเชื่อเสริมดวงการเงินไหม

หุ้นกู้ไม่มีฤกษ์ผูกติดโดยตรงเหมือนวันเปิดร้านหรือวันแต่งงาน เพราะวันเปิดจองซื้อถูกกำหนดโดยบริษัทผู้ออกตราสาร นักลงทุนเลือกเองไม่ได้ แต่ยังปรับใช้ความเชื่อเสริมดวงในจุดที่เลือกได้เอง เช่น วันโอนเงินจองซื้อหรือวันเซ็นคำสั่งซื้อ ส่วนความเสี่ยงที่แท้จริงของหุ้นกู้อยู่ที่การอ่านหนังสือชี้ชวนให้ครบ ไม่ใช่เรื่องฤกษ์
ใครที่เพิ่งเริ่มลงทุนหุ้นกู้ครั้งแรกในชีวิต มักคุ้นเคยกับความเชื่อเรื่องฤกษ์จากการซื้อหุ้นหรือทำธุรกรรมการเงินอื่นๆ มาก่อน แล้วก็สงสัยว่าเรื่องนี้ใช้กับหุ้นกู้ได้เหมือนกันไหม เพราะหุ้นกู้ฟังดูเป็นการลงทุนที่มีขั้นตอนทางการเงินชัดเจนกว่าการซื้อของมงคลทั่วไป
ความจริงคือหุ้นกู้มีข้อจำกัดเรื่องการเลือกวันที่หุ้นทั่วไปไม่มี เพราะนักลงทุนไม่ได้เป็นผู้กำหนดวันเปิดจองซื้อเอง บทความนี้จะอธิบายว่าจุดไหนที่ความเชื่อเสริมดวงยังใส่เข้าไปได้จริง และจุดไหนที่ควรให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงทางการเงินมากกว่า
หุ้นกู้ต่างจากหุ้นตรงไหน ทำไมเรื่องฤกษ์ถึงใช้แนวทางเดียวกันไม่ได้ทั้งหมด
หุ้นซื้อขายกันได้ทุกวันทำการในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนจึงเลือกวันที่จะกดซื้อได้อย่างอิสระตามความเชื่อของตัวเอง แต่หุ้นกู้เป็นตราสารหนี้ที่บริษัทเปิดจองซื้อเป็นช่วงเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเท่านั้น มักเปิดจองไม่กี่วันแล้วปิดรับ ไม่ได้เปิดขายต่อเนื่องเหมือนหุ้นในตลาด
ด้วยข้อจำกัดนี้ นักลงทุนหุ้นกู้จึงไม่สามารถเลือกฤกษ์วันซื้อได้อย่างอิสระเหมือนคนซื้อหุ้น สิ่งที่ทำได้คือเลือกภายในกรอบเวลาที่บริษัทเปิดให้จองเท่านั้น
วันเปิดจองซื้อหุ้นกู้ นักลงทุนเลือกเองไม่ได้ แล้วจุดไหนที่ยังเลือกได้
แม้เลือกวันเปิดจองไม่ได้ แต่ภายในช่วงเปิดจองที่มักกินเวลาสองถึงสามวัน นักลงทุนยังเลือกได้ว่าจะโอนเงินจองซื้อวันไหนในช่วงนั้น นี่คือจุดที่ยังใส่ความเชื่อเสริมดวงเข้าไปได้ เช่น เลือกโอนเงินในวันที่รู้สึกว่าเป็นวันดีสำหรับตัวเอง
ข้อควรระวังคือบางครั้งหุ้นกู้ที่ได้รับความนิยมสูงอาจปิดจองก่อนกำหนดเพราะมีคนจองเต็มวงเงินเร็ว การรอเลือกวันที่ "รู้สึกดีที่สุด" จนใกล้ปิดจองอาจทำให้พลาดโอกาสไปเลย จึงควรชั่งน้ำหนักระหว่างความเชื่อกับความเสี่ยงพลาดโอกาสให้ดี
ก่อนกดโอนเงินจองซื้อครั้งแรก มีขั้นเตรียมใจแบบความเชื่อทำอะไรได้บ้าง
หลายคนที่ถือความเชื่อเสริมดวงการเงินเลือกไหว้ขอพรเรื่องการตัดสินใจให้รอบคอบก่อนลงทุนก้อนใหญ่ครั้งแรก ไม่ใช่ขอให้ได้กำไรแน่นอน แต่ขอให้มีสติในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตรงกับหลักการลงทุนจริงที่ต้องอาศัยความรอบคอบมากกว่าดวงเพียงอย่างเดียว
บางคนเลือกเตรียมเงินสดหรือเอกสารที่ต้องใช้ไว้ล่วงหน้าหนึ่งวัน เพื่อไม่ให้ต้องรีบร้อนในวันที่โอนเงินจอง ความรู้สึกไม่รีบร้อนนี้เองที่หลายคนเชื่อว่าช่วยให้การตัดสินใจด้านการเงินราบรื่นกว่า
อ่านหนังสือชี้ชวนให้ครบก่อนเชื่อเรื่องฤกษ์ เพราะความเสี่ยงที่แท้จริงอยู่ตรงนี้
ความเสี่ยงของหุ้นกู้ไม่ได้อยู่ที่วันที่ซื้อ แต่อยู่ที่สถานะทางการเงินของบริษัทผู้ออกตราสาร นักลงทุนมือใหม่ควรอ่านหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียด โดยเฉพาะอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ อัตราดอกเบี้ยที่เสนอ และเงื่อนไขการไถ่ถอนก่อนกำหนด เพราะรายละเอียดเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ตามแต่ละรุ่นของหุ้นกู้และควรตรวจสอบให้ตรงกับข้อมูลล่าสุดที่บริษัทหรือผู้จัดจำหน่ายเปิดเผยก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ไม่ว่าจะเลือกวันซื้อดีแค่ไหนตามความเชื่อ หากบริษัทผู้ออกมีปัญหาทางการเงินภายหลัง ความเสี่ยงเรื่องผลตอบแทนก็ยังเกิดขึ้นได้ตามปกติ ความเชื่อเสริมดวงจึงควรเป็นส่วนเสริมความมั่นใจ ไม่ใช่ตัวแทนการวิเคราะห์ความเสี่ยง
ถือหุ้นกู้จนครบกำหนดไถ่ถอน มีธรรมเนียมความเชื่อเรื่องเก็บเอกสารไหม
บางคนที่ถือความเชื่อเสริมดวงเลือกเก็บใบยืนยันการซื้อหุ้นกู้ไว้ในที่เดียวกับเอกสารการเงินสำคัญอื่นๆ เช่น สมุดบัญชีหรือกรมธรรม์ประกัน โดยเชื่อว่าการจัดเก็บเอกสารการเงินให้เป็นระเบียบช่วยเสริมความรู้สึกมั่นคงด้านการเงินโดยรวม ซึ่งเป็นแนวคิดที่ใกล้เคียงกับการดูแลสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายให้เป็นมงคล
เมื่อได้ดอกเบี้ยงวดแรก ควรทำอย่างไรตามความเชื่อเสริมดวงการเงิน
หลายคนเลือกกันเงินส่วนหนึ่งจากดอกเบี้ยงวดแรกไปทำบุญหรือบริจาค เพื่อความรู้สึกว่าเงินที่งอกเงยมาถูกแบ่งปันอย่างมีสติ ก่อนนำส่วนที่เหลือไปต่อยอดลงทุนหรือเก็บออมต่อ วิธีนี้ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคต แต่ช่วยสร้างนิสัยจัดการเงินที่งอกเงยอย่างมีขั้นตอน แทนที่จะใช้จ่ายไปโดยไม่ทันคิด
สรุป
หุ้นกู้ไม่มีฤกษ์ตายตัวแบบที่นักลงทุนหุ้นทั่วไปคุ้นเคย เพราะวันเปิดจองถูกกำหนดโดยบริษัทผู้ออก ไม่ใช่ผู้ซื้อ สิ่งที่ยังใส่ความเชื่อเสริมดวงเข้าไปได้คือจุดที่ยังเลือกเองได้ เช่น วันโอนเงินจองหรือวิธีจัดการดอกเบี้ยงวดแรก ส่วนความเสี่ยงที่แท้จริงของการลงทุนครั้งนี้ยังคงอยู่ที่การอ่านหนังสือชี้ชวนและตรวจสอบสถานะบริษัทผู้ออกให้ครบถ้วน เพราะไม่ว่าจะเลือกวันดีแค่ไหน ความเชื่อก็ไม่อาจแทนที่การวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงินได้







