เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนรวมเพื่อการเกษียณ ตั้งเป้าหมายตามความเชื่อเสริมดวงการเงินยังไง

การตั้งเป้าหมายเงินเกษียณที่ไปถึงจริงต้องเริ่มจากตัวเลขที่คำนวณได้ก่อน เช่น ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณต่อเดือนคูณจำนวนปีที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ แล้วค่อยใช้ความเชื่อเสริมดวงการเงิน เช่น สัดส่วนการออมที่ถือเป็นเลขมงคล หรือฤกษ์เริ่มออม มาเป็นตัวช่วยสร้างวินัยและความรู้สึกมั่นใจ ไม่ควรใช้ความเชื่ออย่างเดียวแทนการคำนวณตัวเลขจริง เพราะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนรวมเพื่อการเกษียณมีเงื่อนไขทางกฎหมายและภาษีที่ต้องตรวจสอบให้ถูกต้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
พนักงานออฟฟิศจำนวนไม่น้อยเห็นยอดหักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในสลิปเงินเดือนทุกเดือน แต่ไม่เคยตั้งคำถามว่าสัดส่วนที่หักอยู่นั้นพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณจริงหรือไม่ ขณะเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มที่สนใจเรื่องเสริมดวงการเงินและอยากรู้ว่าการออมเพื่อเกษียณมีความเชื่ออะไรที่ช่วยเสริมได้บ้างนอกเหนือจากตัวเลข
บทความนี้จะพาไปดูทั้งสองด้านพร้อมกัน คือด้านตัวเลขที่เป็นข้อเท็จจริงทางการเงินซึ่งต้องแม่นยำ กับด้านความเชื่อเสริมดวงที่ใช้เป็นตัวช่วยสร้างวินัยและความมั่นใจ โดยจะแยกให้ชัดเสมอว่าส่วนไหนเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่วนไหนเป็นความเชื่อที่ปรับใช้ได้ตามสะดวกใจ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับกองทุนรวมเพื่อการเกษียณ (RMF/SSF) ต่างกันตรงไหน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ PVD เป็นสวัสดิการที่บริษัทจัดตั้งร่วมกับลูกจ้าง โดยหักเงินสะสมจากเงินเดือนของพนักงานในอัตราที่ตกลงกันไว้ แล้วนายจ้างสมทบเพิ่มอีกส่วนหนึ่งตามนโยบายบริษัท เงินก้อนนี้จะได้รับคืนเมื่อลาออกจากงานหรือเกษียณอายุตามเงื่อนไขที่กำหนด
กองทุนรวมเพื่อการเกษียณอย่าง RMF และ SSF เป็นกองทุนที่บุคคลไปซื้อเองผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไม่ผูกกับนายจ้าง ใครก็ซื้อได้ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจ ทั้งสองแบบมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด แต่รายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขปรับเปลี่ยนได้ตามประกาศแต่ละปี ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงกับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาการเงินก่อนตัดสินใจลงทุนจริง
ตั้งเป้าหมายเงินเกษียณจากตัวเลขจริง ก่อนพึ่งความเชื่อเสริมดวง
ก่อนพูดถึงความเชื่อใด ๆ เรื่องเสริมดวงการเงิน หัวใจสำคัญที่สุดคือการคำนวณตัวเลขเป้าหมายเกษียณให้ชัดเจนก่อน วิธีคร่าว ๆ ที่ใช้กันทั่วไปคือประเมินค่าใช้จ่ายที่ต้องการต่อเดือนหลังเกษียณ คูณด้วยจำนวนเดือนที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ แล้วหักลบกับรายได้อื่นที่คาดว่าจะมีในวัยนั้น เช่น เงินบำนาญหรือรายได้จากทรัพย์สินให้เช่า ส่วนต่างที่เหลือคือเป้าหมายเงินก้อนที่ต้องออมให้ได้
รายละเอียดขั้นตอนการตั้งเป้าหมายทางการเงินแบบเป็นระบบ อ่านเพิ่มเติมได้ในตั้งเป้าหมายการเงินอย่างไรให้ไปถึงจริง เมื่อมีตัวเลขเป้าหมายชัดเจนแล้ว ค่อยนำความเชื่อเสริมดวงมาเป็นตัวช่วยเสริมวินัยในการออมต่อไป ไม่ใช่ใช้ความเชื่ออย่างเดียวแทนการคำนวณตัวเลข เพราะการเกษียณเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความแม่นยำของตัวเลขมากกว่าความรู้สึกมั่นใจเพียงอย่างเดียว
วันเริ่มออมหรือวันปรับสัดส่วนกองทุน มีฤกษ์มงคลไหม
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนใหญ่เริ่มหักอัตโนมัติตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานตามเงื่อนไขของบริษัท จึงไม่มีช่องให้เลือกฤกษ์เริ่มออมได้อยู่แล้วในทางปฏิบัติ ส่วนกองทุนรวมเพื่อการเกษียณอย่าง RMF และ SSF เปิดให้ซื้อได้ทุกวันทำการของตลาดหลักทรัพย์ จึงมีอิสระมากกว่าในการเลือกวันเริ่มต้น
คนที่สนใจเรื่องความเชื่อบางส่วนเลือกเริ่มซื้อกองทุนในวันที่รู้สึกเป็นมงคลส่วนตัว เช่น วันเกิดของตัวเอง วันขึ้นปีใหม่ หรือวันที่ตำราความเชื่อระบุว่าเป็นวันดีสำหรับการทำธุรกรรมด้านการเงิน อ่านรายละเอียดเรื่องวันมงคลสำหรับธุรกรรมการเงินเพิ่มเติมได้ในวันมงคลสำหรับทำธุรกรรมด้านการเงินมีวันไหนบ้าง อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักความเชื่อที่กำหนดวันตายตัวเฉพาะสำหรับกองทุนเกษียณโดยเฉพาะ การเลือกวันจึงเป็นเรื่องความสบายใจส่วนบุคคลมากกว่าข้อกำหนดที่ต้องทำตาม
สีสมุดบัญชีหรือแอปกองทุนที่เชื่อว่าเสริมดวงการเงินระยะยาว
บางความเชื่อไทยจีนให้ความสำคัญกับสีของสมุดบัญชีหรือปกเอกสารทางการเงิน โดยมองว่าสีทองและสีแดงเชื่อมโยงกับความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรือง หลายคนจึงเลือกใช้ปกสมุดบัญชีหรือกระเป๋าใส่เอกสารกองทุนเป็นสีเหล่านี้เพื่อความรู้สึกเป็นมงคล แม้ปัจจุบันเอกสารกองทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันมากกว่าสมุดกระดาษแล้วก็ตาม
สำหรับคนที่ใช้แอปติดตามกองทุนเป็นหลัก การเสริมความเชื่อเรื่องสีอาจปรับมาเป็นการตั้งธีมสีของโทรศัพท์หรือปกเคสมือถือให้เป็นสีที่เชื่อว่าเสริมดวงการเงินแทน เป็นการปรับความเชื่อเดิมให้เข้ากับพฤติกรรมการเงินยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนไป เรื่องนี้เป็นเพียงรายละเอียดเสริมความรู้สึก ไม่มีผลต่อผลตอบแทนของกองทุนที่ลงทุนไว้จริงแต่อย่างใด
ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ออมที่ถือเป็นเลขมงคลกับตัวเลขที่ควรใช้จริง
บางความเชื่อไทยจีนให้ความสำคัญกับตัวเลข 8 และ 9 ว่าเป็นเลขมงคลที่เชื่อมโยงกับความมั่งคั่งและความยั่งยืน จึงมีคนที่พยายามปรับสัดส่วนการออมกองทุนให้ลงท้ายด้วยเลขเหล่านี้ เช่น ออม 8 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนแทนที่จะออม 7 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ตามที่คำนวณได้จริง
ในทางปฏิบัติ สัดส่วนการออมที่เหมาะสมควรมาจากการคำนวณเป้าหมายเกษียณเป็นหลักตามที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าตัวเลขที่คำนวณได้บังเอิญตรงกับเลขมงคลก็ถือเป็นเรื่องดีที่ได้ทั้งสองอย่าง แต่ถ้าตัวเลขไม่ตรงกัน ไม่ควรลดสัดส่วนการออมลงเพียงเพื่อให้ได้เลขมงคล เพราะจะทำให้เป้าหมายเกษียณที่แท้จริงคลาดเคลื่อนไป ซึ่งส่งผลกระทบระยะยาวมากกว่าความรู้สึกดีจากตัวเลขมงคลในระยะสั้น
เมื่อความเชื่อกับแผนการเงินขัดกัน ควรให้น้ำหนักอะไรก่อน
หลักที่ควรยึดเสมอเมื่อความเชื่อกับตัวเลขทางการเงินขัดกันคือให้น้ำหนักกับตัวเลขและข้อเท็จจริงทางการเงินก่อนเป็นอันดับแรก เพราะการเกษียณเป็นเรื่องที่ต้องพึ่งพาตัวเองในระยะยาวหลายสิบปี ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในสัดส่วนการออมวันนี้อาจส่งผลใหญ่ต่อคุณภาพชีวิตในวัยที่ไม่มีรายได้ประจำแล้ว
ความเชื่อเสริมดวงการเงินยังมีประโยชน์ในแง่การสร้างวินัยและความรู้สึกผูกพันกับเป้าหมายการออม เช่น การเลือกวันเริ่มออมที่รู้สึกเป็นมงคลอาจช่วยให้จดจำวันตรวจสอบพอร์ตกองทุนได้ง่ายขึ้น หรือการใช้สีที่ชอบตกแต่งสมุดบันทึกการเงินอาจช่วยให้อยากเปิดดูบ่อยขึ้น แต่ทั้งหมดนี้ควรอยู่ในฐานะตัวช่วยเสริม ไม่ใช่ตัวตัดสินหลักแทนการคำนวณและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่มีใบอนุญาต
ลาออกจากงานแล้วต้องทำอย่างไรกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเดิม
คนที่เปลี่ยนงานบ่อยมักเจอคำถามว่าเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากที่ทำงานเดิมควรทำอย่างไรต่อ โดยทั่วไปมีทางเลือกหลักคือรับเงินก้อนออกมาทั้งหมด โอนย้ายไปกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้างใหม่ถ้ามี หรือโอนไปกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่รับโอนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ละทางเลือกมีผลต่อภาระภาษีต่างกัน ควรตรวจสอบรายละเอียดกับฝ่ายบุคคลของบริษัทหรือบริษัทจัดการกองทุนก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
หลายคนเลือกรับเงินก้อนออกมาใช้ทันทีเพราะอยากได้เงินสดหมุนเวียน แต่การทำแบบนี้บ่อยครั้งในแต่ละครั้งที่เปลี่ยนงานจะทำให้เงินก้อนที่สะสมไว้เพื่อเกษียณค่อย ๆ หายไปทีละน้อย จนสุดท้ายไม่เหลือเงินก้อนใหญ่พอสำหรับใช้จริงตอนเกษียณ การโอนย้ายต่อเนื่องแม้จะยุ่งยากกว่าในระยะสั้น แต่ช่วยรักษาเป้าหมายระยะยาวได้ดีกว่าในภาพรวม
เช็กลิสต์ก่อนตั้งเป้าหมายกองทุนเกษียณ
- คำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องการต่อเดือนหลังเกษียณให้ชัดเจนก่อน
- ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและ RMF/SSF กับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาการเงินโดยตรง
- ตั้งสัดส่วนการออมจากตัวเลขเป้าหมายจริง ไม่ใช่ปรับให้ตรงเลขมงคลอย่างเดียว
- ถ้าอยากเสริมความเชื่อ เลือกวันเริ่มออมหรือสีของใช้ทางการเงินที่รู้สึกสบายใจ โดยไม่กระทบตัวเลขจริง
- ทบทวนสัดส่วนการออมและผลตอบแทนของกองทุนอย่างน้อยปีละครั้ง
- ปรึกษาที่ปรึกษาการเงินที่มีใบอนุญาตเมื่อไม่แน่ใจเรื่องการจัดสรรเงินลงทุน
สรุป
เงินเกษียณเป็นเรื่องที่ต้องยึดตัวเลขและข้อเท็จจริงทางการเงินเป็นหลักเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่หักอัตโนมัติจากเงินเดือน หรือกองทุนรวมเพื่อการเกษียณที่เลือกซื้อเองอย่าง RMF และ SSF ความเชื่อเสริมดวงการเงินยังมีที่ทางของมันในฐานะตัวช่วยสร้างวินัยและความรู้สึกมั่นใจ เช่น การเลือกวันเริ่มออมหรือสีของใช้ทางการเงินที่ถูกใจ แต่ต้องไม่ปล่อยให้ความเชื่อมาบดบังการคำนวณตัวเลขเป้าหมายที่แม่นยำ เพราะสุดท้ายแล้วชีวิตหลังเกษียณจะขึ้นอยู่กับตัวเลขจริงในบัญชีมากกว่าความเชื่อใด ๆ ถ้าไม่แน่ใจเรื่องการจัดสรรเงินลงทุนหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี ควรปรึกษาที่ปรึกษาการเงินที่มีใบอนุญาตหรือตรวจสอบกับกรมสรรพากรโดยตรงเสมอ







