เซ็นสัญญาผ่าน e-signature มีฤกษ์ได้จริงหรือไม่ เมื่อไม่มีวันเซ็นบนกระดาษชัดเจน

ระบบ e-signature ส่วนใหญ่บันทึก timestamp ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งมักตั้งเป็นเวลามาตรฐานสากล (UTC) ไม่ใช่เวลาท้องถิ่นที่ผู้เซ็นมองเห็นบนหน้าจอเสมอไป ก่อนยึดวันนั้นเป็นฤกษ์ ควรเข้าไปตรวจสอบใบรับรองการลงนาม (audit trail) ของระบบว่าแสดงเวลาแบบไหน แล้วแปลงเป็นเวลาท้องถิ่นของตัวเองให้ถูกต้องก่อน โดยเฉพาะกรณีที่เซ็นใกล้เที่ยงคืนซึ่งอาจข้ามวันไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนกรณีคู่สัญญาอยู่คนละเขตเวลา ให้ยึดวันตามเวลาท้องถิ่นของฝ่ายตัวเองเป็นหลักในการดูฤกษ์ ไม่ต้องยึดตามอีกฝ่าย
เจ้าของธุรกิจคนหนึ่งเซ็นสัญญาจ้างงานกับบริษัทคู่ค้าผ่านระบบ e-signature ตอนสามทุ่มครึ่งตามเวลาไทย พอเปิดใบรับรองการลงนามดูภายหลังกลับพบว่าระบบบันทึกเวลาไว้เป็นคนละวันกับที่จำได้ เพราะระบบใช้เวลาสากล (UTC) ในการบันทึก ไม่ใช่เวลาไทย ทำให้เกิดความสงสัยว่าฤกษ์ที่เลือกไว้ล่วงหน้ายังนับว่าตรงอยู่หรือไม่
ปัญหานี้ต่างจากการเซ็นสัญญาบนกระดาษที่วันเวลาชัดเจนตรงหน้า เพราะระบบดิจิทัลมีชั้นของ "เวลาที่ระบบบันทึก" ซ้อนอยู่กับ "เวลาที่ผู้เซ็นรู้สึกว่าเซ็นจริง" ซึ่งอาจไม่ตรงกันเสมอไป บทความนี้จะอธิบายเฉพาะจุดนี้ให้ชัด
ทำไมเวลาที่ระบบบันทึกกับเวลาที่เรารู้สึกว่าเซ็นจริงถึงไม่ตรงกันได้
ระบบ e-signature ส่วนใหญ่ทำงานอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งค่าตามเวลาสากล (UTC) เป็นค่าเริ่มต้น เพื่อให้ใช้งานได้กับผู้ใช้ทั่วโลกโดยไม่สับสน เวลาที่แสดงบนใบรับรองการลงนามจึงอาจเป็นเวลา UTC ที่ต้องบวกเจ็ดชั่วโมงเพื่อแปลงเป็นเวลาไทย ถ้าผู้เซ็นไม่รู้จุดนี้และเซ็นใกล้เที่ยงคืน อาจเข้าใจผิดว่าเป็นคนละวันกับที่ระบบบันทึกจริง
จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืนไทย เพราะการแปลงเขตเวลาอาจทำให้วันที่บันทึกในระบบข้ามไปเป็นวันถัดไปหรือย้อนไปวันก่อนหน้าได้ ทั้งที่ผู้เซ็นรู้สึกว่าเซ็นในวันเดิม
วิธีตรวจสอบเวลาที่ระบบบันทึกจริงก่อนยึดเป็นฤกษ์
หลังเซ็นสัญญาเสร็จ ระบบ e-signature ที่ได้มาตรฐานจะสร้างใบรับรองการลงนามหรือ audit trail แนบมาด้วยเสมอ เอกสารนี้จะระบุเวลาที่แต่ละฝ่ายลงนามพร้อมเขตเวลาที่ใช้บันทึกไว้ชัดเจน สิ่งที่ควรทำคือเปิดดูเอกสารนี้ทุกครั้งก่อนยึดวันใดวันหนึ่งเป็นฤกษ์ แทนที่จะจำจากความรู้สึกตอนกดปุ่มเซ็นเพียงอย่างเดียว
ถ้าเขตเวลาที่ระบบใช้บันทึกเป็น UTC ให้แปลงเป็นเวลาไทยโดยบวกเจ็ดชั่วโมงก่อนเทียบกับปฏิทินฤกษ์ ถ้าระบบตั้งค่าให้แสดงเวลาไทยอยู่แล้วก็ใช้ตามที่แสดงได้เลยโดยไม่ต้องแปลงเพิ่ม
คู่สัญญาอยู่คนละเขตเวลา ฤกษ์ควรยึดตามใคร
ธุรกิจที่ทำสัญญากับคู่ค้าต่างประเทศเจอสถานการณ์นี้บ่อย เช่น ฝ่ายไทยเซ็นตอนเช้าตามเวลาไทย ขณะที่คู่ค้าที่ยุโรปเซ็นในเวลากลางคืนตามเขตเวลาของเขา ซึ่งอาจตรงกับคนละวันปฏิทินเลย หลักที่ใช้ได้จริงคือแต่ละฝ่ายยึดฤกษ์ตามเวลาท้องถิ่นของตัวเอง เพราะเป็นเวลาที่ตัวเราลงมือทำจริงและควบคุมได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกฝ่ายเซ็นในวันเดียวกันตามปฏิทินสากล
ความสมบูรณ์ทางกฎหมายของสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นอยู่กับการที่ทุกฝ่ายลงนามครบตามที่ตกลงกัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าทุกฝ่ายเซ็นวันเดียวกันหรือไม่ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องฤกษ์ของอีกฝ่ายที่อยู่คนละเขตเวลา
ตารางเทียบการอ่านเวลาในสัญญาดิจิทัล
| สถานการณ์ | สิ่งที่ต้องเช็ค | วิธีอ่านฤกษ์ |
|---|---|---|
| เซ็นใกล้เที่ยงคืนไทย | เขตเวลาที่ระบบบันทึกใน audit trail | แปลงเป็นเวลาไทยก่อนเทียบฤกษ์ |
| คู่สัญญาต่างเขตเวลา | เวลาท้องถิ่นของแต่ละฝ่าย | ยึดตามเวลาท้องถิ่นของฝ่ายตัวเอง |
| ระบบตั้งค่าเป็นเวลาไทยอยู่แล้ว | ยืนยันการตั้งค่าในระบบ | ใช้ตามที่แสดงได้เลย |
| หลายฝ่ายเซ็นคนละเวลากัน | วันที่ระบบบันทึกว่าสัญญาสมบูรณ์ครบทุกฝ่าย | ใช้วันนั้นเป็นวันสัญญาสมบูรณ์ |
สรุป
สัญญา e-signature ต่างจากสัญญากระดาษตรงที่มีชั้นของเวลาระบบซ้อนอยู่ ก่อนยึดวันใดวันหนึ่งเป็นฤกษ์ ให้เปิดดูใบรับรองการลงนามหรือ audit trail เพื่อตรวจเขตเวลาที่ระบบใช้บันทึกจริง แล้วแปลงเป็นเวลาไทยให้ถูกต้องก่อนเสมอ ส่วนกรณีคู่สัญญาอยู่คนละเขตเวลา ให้ยึดฤกษ์ตามเวลาท้องถิ่นของฝ่ายตัวเองได้เลยโดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องตรงกับอีกฝ่าย เพราะความสมบูรณ์ของสัญญาทางกฎหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเซ็นวันเดียวกันแต่อย่างใด







