ฤกษ์เซ็นสัญญาซื้อขายออนไลน์ผ่านอีเมลหรือ e-signature นับวันไหนเป็นวันเซ็น

ถ้าอยากยึดฤกษ์ดีของสัญญาออนไลน์ ควรนับวันที่ตัวเราเองกดยืนยันหรือลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก เพราะเป็นวันที่เราลงมือทำจริงและควบคุมได้ ส่วนวันที่อีกฝ่ายเซ็นเป็นอีกวันหนึ่งที่ควบคุมไม่ได้ ในทางกฎหมายไทย สัญญาที่ทำผ่านวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มีผลผูกพันได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยทั่วไปถือว่าสมบูรณ์เมื่อทุกฝ่ายลงลายมือชื่อครบตามที่ตกลงกัน ควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของสัญญาแต่ละฉบับกับผู้เชี่ยวชาญกฎหมายอีกครั้ง
ลองนึกภาพสถานการณ์สมมติที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคนี้ คนทำธุรกิจขายของออนไลน์ตกลงซื้อขายกับซัพพลายเออร์ต่างจังหวัดผ่านอีเมล ฝ่ายผู้ซื้อกดยืนยันลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์วันจันทร์ แต่ฝ่ายซัพพลายเออร์เพิ่งกดยืนยันกลับมาวันพฤหัสฯ ห่างกันสามวัน คำถามที่ตามมาคือแบบนี้จะถือฤกษ์วันไหนเป็นวันเซ็นสัญญาดี เพราะทั้งสองวันฤกษ์ต่างกันคนละแบบ
คำถามนี้เกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการทำธุรกิจสมัยนี้ไม่ได้นั่งเซ็นพร้อมกันในห้องเดียวกันเหมือนสมัยก่อน สัญญาหลายฉบับส่งผ่านอีเมลหรือระบบ e-signature ที่แต่ละฝ่ายกดยืนยันคนละเวลา ทำให้แนวคิดเรื่อง "วันเซ็นสัญญา" ที่เคยชัดเจนกลายเป็นเรื่องต้องตีความใหม่
e-signature ทางกฎหมายไทยนับว่าสมบูรณ์เมื่อไหร่
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนที่เหมาะสมสามารถมีผลผูกพันทางกฎหมายได้เช่นเดียวกับลายเซ็นบนกระดาษ โดยทั่วไปสัญญาจะถือว่าสมบูรณ์เมื่อคู่สัญญาทุกฝ่ายลงลายมือชื่อครบตามที่ตกลงกันไว้ ไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกดยืนยัน รายละเอียดเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละสัญญาอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบกับนักกฎหมายหรือหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรงหากเป็นสัญญาที่มีมูลค่าสูงหรือมีผลผูกพันระยะยาว
ความเชื่อเรื่องฤกษ์ยึดวันไหนเป็นหลัก เมื่อมีหลายฝ่ายเซ็นคนละวัน
ในทางความเชื่อเรื่องฤกษ์ยามของคนไทย หลักที่ใช้กันทั่วไปคือให้แต่ละฝ่ายยึดวันที่ตัวเองลงมือทำจริงเป็นสำคัญ เพราะเป็นวันที่ตัวเองตั้งใจเลือกและควบคุมได้ ส่วนวันที่อีกฝ่ายเซ็นเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา การพยายามบังคับให้อีกฝ่ายเซ็นในวันเดียวกับที่เราเลือกไว้มักทำไม่ได้จริงในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะเมื่อคู่สัญญาอยู่คนละจังหวัดหรือทำงานคนละเวลา
ถ้าเป็นสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับฤกษ์เท่ากัน อาจตกลงกันล่วงหน้าว่าจะกดยืนยันในวันเดียวกัน แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ถือเรื่องนี้เป็นสำคัญ ก็ไม่จำเป็นต้องกดดันให้อีกฝ่ายเปลี่ยนตาราง เพราะจุดประสงค์ของฤกษ์คือเสริมความสบายใจของตัวเราเอง ไม่ใช่เงื่อนไขที่ต้องบังคับให้ครบทุกฝ่าย
ขั้นตอนปฏิบัติจริงถ้าอยากให้ฤกษ์ตรงกับวันที่เซ็นจริง
สำหรับคนที่อยากให้ฤกษ์ดีตรงกับวันที่สัญญามีผลจริง มีวิธีจัดการที่ทำได้โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายสะดวก คือเตรียมร่างสัญญาให้เรียบร้อยล่วงหน้า แล้วกดยืนยันลายเซ็นของตัวเองในวันที่เลือกไว้ก่อน จากนั้นแจ้งอีกฝ่ายให้ทราบกำหนดเวลาที่ต้องการให้กดยืนยันกลับมาโดยเร็วที่สุด แม้ผลสัญญาทางกฎหมายจะสมบูรณ์เมื่อทุกฝ่ายเซ็นครบ แต่ในทางความเชื่อ วันที่เราลงมือทำในส่วนของเราถือเป็นวันเริ่มต้นที่มีความหมายกับตัวเราแล้ว
เทียบรูปแบบสัญญาสามแบบ
| รูปแบบสัญญา | วันที่นับเป็นฤกษ์ตามความเชื่อ | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| สัญญากระดาษเซ็นพร้อมกัน | วันที่ทุกฝ่ายเซ็นในห้องเดียวกัน | ต้องนัดเวลาทุกฝ่ายให้ตรงกัน |
| สัญญาส่งผ่านอีเมลแบบสแกนลายเซ็น | วันที่ตัวเองส่งไฟล์ที่เซ็นแล้ว | ต้องตรวจสอบว่าอีกฝ่ายได้รับและยืนยันครบหรือไม่ |
| e-signature ผ่านระบบยืนยันตัวตน | วันที่ตัวเองกดยืนยันในระบบ | ต้องตรวจสอบผลทางกฎหมายว่าสมบูรณ์เมื่อครบทุกฝ่ายแล้ว |
สรุป
สัญญาออนไลน์ที่แต่ละฝ่ายเซ็นคนละวันไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลมากเกินไป เพราะฤกษ์ในทางความเชื่อยึดที่วันที่ตัวเองลงมือทำจริงเป็นหลักอยู่แล้ว ส่วนผลทางกฎหมายว่าสัญญาสมบูรณ์เมื่อไหร่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญกฎหมายให้ชัดเจน โดยเฉพาะสัญญาที่มีมูลค่าสูงหรือผูกพันระยะยาว อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องฤกษ์มาทำให้ล่าช้าในการตรวจสอบเนื้อหาสัญญาที่สำคัญกว่า







