ใช้บริการ virtual office เป็นที่อยู่จดทะเบียนบริษัทอย่างเดียว ไม่มีโต๊ะทำงานจริง ฮวงจุ้ยสำนักงานยังจำเป็นไหม

ฮวงจุ้ยแบบดั้งเดิมที่ดูทิศทางโต๊ะทำงาน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และการไหลเวียนของพลังงานในห้อง ใช้ไม่ได้กับ virtual office เพราะไม่มีพื้นที่ทำงานจริงให้จัด สิ่งที่ยังทำได้คือเลือกที่อยู่ในทำเลที่รู้สึกมั่นใจ ตรวจสอบว่าอาคารนั้นไม่มีชื่อเสียงด้านลบ และให้ความสำคัญกับพลังงานของพื้นที่ทำงานจริงที่พนักงานอยู่ประจำแทน เช่น บ้านของเจ้าของกิจการหรือพื้นที่ co-working ที่ใช้งานจริงรายวัน
เจ้าของธุรกิจออนไลน์รายหนึ่งจดทะเบียนบริษัทด้วยที่อยู่ virtual office ในตึกสำนักงานกลางเมือง แต่ตัวเองทำงานอยู่ที่บ้านทุกวัน ไม่เคยไปที่ตึกนั้นเลยนอกจากตอนไปรับเอกสารราชการปีละสองสามครั้ง คำถามที่ตามมาคือควรจัดฮวงจุ้ยให้ที่อยู่จดทะเบียนนั้นด้วยไหม เพราะเป็น "ที่อยู่บริษัท" ตามกฎหมาย
คำถามนี้พบบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนธุรกิจที่เลือกใช้ virtual office แทนสำนักงานจริง เพราะประหยัดต้นทุนและเหมาะกับธุรกิจที่ทำงานทางไกลอยู่แล้ว แต่หลักฮวงจุ้ยสำนักงานแบบดั้งเดิมถูกออกแบบมาสำหรับพื้นที่ที่มีคนอยู่ประจำ ไม่ใช่ที่อยู่บนกระดาษ
Virtual office คืออะไร ต่างจากสำนักงานจริงตรงไหน
Virtual office คือบริการที่ให้เช่าใช้ที่อยู่สำหรับจดทะเบียนธุรกิจและรับเอกสารราชการ โดยไม่มีการเช่าพื้นที่ทำงานจริง ผู้ประกอบการไม่ต้องไปนั่งทำงานที่นั่น บางบริการอาจมีห้องประชุมให้จองใช้เป็นครั้งคราวแต่ไม่ใช่พื้นที่ทำงานประจำ
ต่างจากสำนักงานจริงที่มีคนเข้าออก มีโต๊ะทำงาน มีการไหลเวียนของกิจกรรมทุกวัน ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่หลักฮวงจุ้ยสำนักงานใช้พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นทิศทางโต๊ะทำงาน ตำแหน่งประตู หรือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้พลังงานไหลเวียนดี
ทำไมหลักฮวงจุ้ยแบบเดิมใช้กับ virtual office ไม่ได้
หลักฮวงจุ้ยสำนักงานส่วนใหญ่อิงกับพื้นที่ที่มีคนอยู่จริง เพราะแนวคิดพื้นฐานคือพลังงานไหลเวียนตามการใช้งานพื้นที่และการจัดวางสิ่งของภายใน เมื่อ virtual office ไม่มีโต๊ะทำงาน ไม่มีคนนั่งประจำ ไม่มีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ปรับ หลักการเรื่องทิศทางโต๊ะหรือตำแหน่งประตูจึงไม่มีอะไรให้นำไปใช้จริง
ถ้าฝืนไปจัดฮวงจุ้ยให้พื้นที่ที่ไม่มีคนอยู่ ก็เหมือนพยายามแก้ไขสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง เสียเวลาและเงินไปกับสิ่งที่ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อการทำงานจริงของธุรกิจ
แล้วพลังงานของธุรกิจไปอยู่ที่ไหน
พลังงานของธุรกิจในความหมายที่ฮวงจุ้ยดั้งเดิมพูดถึง ควรไปโฟกัสที่พื้นที่ทำงานจริงที่เจ้าของกิจการและพนักงานใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันแทน เช่น ถ้าทำงานที่บ้านเป็นหลัก ก็ควรจัดมุมทำงานที่บ้านให้ถูกหลัก (อ่านเพิ่มเติมในฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานเมื่อทำงานจากบ้าน) ถ้าใช้พื้นที่ co-working เป็นหลักก็ควรดูฮวงจุ้ยของโต๊ะที่นั่งประจำหรือโซนที่ใช้บ่อยแทน (ดูแนวทางในฮวงจุ้ย co-working space)
นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด เพราะคิดว่าที่อยู่จดทะเบียนคือ "หน้าตา" ของบริษัทในทางความเชื่อ ทั้งที่จริงแล้วพื้นที่ที่มีความหมายเชิงฮวงจุ้ยจริง ๆ คือที่ที่คนทำงานอยู่ทุกวัน ไม่ใช่ที่อยู่บนหนังสือรับรองบริษัท
สิ่งที่ยังพอทำได้แม้ไม่มีโต๊ะทำงานจริง
แม้จัดฮวงจุ้ยแบบละเอียดไม่ได้ แต่ยังมีเรื่องที่พอทำได้ในระดับการเลือกก่อนตัดสินใจ:
- เลือกทำเลของอาคารที่ให้บริการ virtual office ที่รู้สึกมั่นใจและเดินทางสะดวกเวลาต้องไปติดต่อ
- ตรวจสอบว่าอาคารนั้นไม่มีประวัติด้านลบ เช่น เคยเป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์ไม่ดีที่เป็นข่าว
- ถ้าครอบครัวหรือเจ้าของกิจการถือเรื่องเลขที่อยู่ อาจเลือกผู้ให้บริการที่มีเลขห้องหรือเลขที่อยู่ที่รู้สึกดีตั้งแต่ต้น เป็นเรื่องความสบายใจส่วนบุคคล ไม่ใช่หลักฮวงจุ้ยเชิงพื้นที่
- ไม่ต้องพยายามจัดวางเฟอร์นิเจอร์หรือของมงคลใด ๆ ที่อาคาร virtual office เพราะไม่มีพื้นที่ให้จัดและไม่มีใครไปสัมผัสพลังงานตรงนั้นเป็นประจำ
ข้อควรระวังเมื่อเลือกผู้ให้บริการ virtual office
นอกเหนือจากเรื่องความเชื่อ สิ่งที่สำคัญกว่าคือตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและมีที่อยู่จริงที่รับเอกสารราชการได้ เพราะที่อยู่จดทะเบียนบริษัทเป็นข้อมูลที่ต้องแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและต้องสามารถรับหนังสือแจ้งจากหน่วยงานรัฐได้จริง ไม่ควรเลือกผู้ให้บริการจากราคาถูกที่สุดโดยไม่ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ เพราะถ้าที่อยู่มีปัญหาอาจกระทบการรับเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือแจ้งจากกรมสรรพากร
สรุป
ฮวงจุ้ยสำนักงานแบบดั้งเดิมออกแบบมาสำหรับพื้นที่ที่มีคนทำงานจริง เมื่อ virtual office เป็นแค่ที่อยู่จดทะเบียนที่ไม่มีโต๊ะทำงานหรือคนอยู่ประจำ หลักการเรื่องทิศทางและการจัดวางจึงไม่มีอะไรให้นำไปใช้ สิ่งที่ควรทำแทนคือย้ายความสนใจไปที่พื้นที่ทำงานจริงของเจ้าของกิจการและพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือพื้นที่ co-working ส่วนการเลือก virtual office ให้เน้นที่ความน่าเชื่อถือทางกฎหมายของผู้ให้บริการเป็นหลัก เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อธุรกิจจริงมากกว่าเรื่องความเชื่อเชิงพื้นที่







